เผาแล้ว! “2 แม่ลูก” แก๊งกัญชาซิ่งชน ดับฝันนักบอลทีมชาติ

2019-12-22 10:50:08

เผาแล้ว! “2 แม่ลูก” แก๊งกัญชาซิ่งชน  ดับฝันนักบอลทีมชาติ

ผู้ว่าฯ นครพนมร่วมเผาศพ 2 แม่ลูก เหยื่อแก๊งขนกัญชาชน ดับฝันนักบอลทีมชาติ พ่อเด็กร่ำไห้ วอน สตช.ช่วยเหลือ เพื่อนหลั่งน้ำตาเล่นดนตรีอาลัยหน้าศพ

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดมงคลบุรีศักดาราม บ้านอาจสามารถ ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม นายสมยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม เป็นประธานในพิธีถวายผ้าไตร ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ 2แม่ลูกที่เสียชีวิตกรณีเกิดอุบัติเหตุ ขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติขับรถยนต์ หลบหนีตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ไปตามเส้นทางเลียบแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม และเกิดอุบัติเหตุเสียหลักชนรถจักรยานยนต์ สองแม่ลูกที่ขับอยู่ในเส้นทางดังกล่าว เยื้องจวน ผวจ.นครพนม เป็นเหตุให้ นางสุรภา พิมพ์พานนท์ อายุ 46 ปี ชาวบ้าน ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม พร้อมลูกชาย คือ ด.ช.ธนภัทร์ พิมพ์พานนท์ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.6 /2 โรงเรียนเทศบาล 4 นครพนม เสียชีวิตทั้งคู่ โดยเหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 18 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ภายหลัง ตำรวจได้ตรวจค้นจับกุม นายทศพร รัตนวงษ์ อายุ 25 ปี ชาว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ซึ่งเป็นคนขับ รถยนต์ ยี่ห้อฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กย 4474 อุบลราชธานี ตรวจค้นภายในพบมีกัญชา จำนวน 9 กระสอบ ตรวจนับได้ จำนวน 360 กก. บรรทุกมาในรถ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดี ตามกฎหมาย โดยทางผู้ต้องหาสารภาพว่า ได้รับจ้างจากนายทุน เป็นเงิน จำนวน 50,000 บาท ทำหน้าที่ขับรถ ซึ่งทางตำรวจกำลังเร่งสอบสวนขายผลติดตามผู้ร่วมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยการประกอบพิธีฌาปนกิจศพตามประเพณี ในครั้งนี้ มี พลเรือตรี สมพงษ์ ศรอากาศ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ ผกก.สืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 นายประเสริฐ อินทรัตน์ ผอ.สำนักงานคุมประพฤติและยุติธรรมตังหวัดนครพนม พ.ต.อ.ทีธัต อิ่มทั่ว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ตลอดจน ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ญาติพี่น้อง เดินทางมาร่วมไว้อาลัย และให้กำลังใจ

Advertisement




สำหรับบรรยากาศการประกอบพิธีฌาปนกิจศพ เป็นไปอย่างโศกเศร้า ที่ต้องมาประกอบพิธีฌาปนกิจศพ พร้อมกันทั้ง 2 แม่ลูก อีกทั้ง นายอัมพรชัย พิมพานนท์ หรือหนุ่ม อายุ 46 ปี ผู้เป็นสามีและพ่อของผู้เสียชีวิต รวมถึงญาติ ยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้น เพราะเป็นอุบัติเหตุที่เชื่อมโยงมาจากการปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามจับกุมขบวนการค้ากัญชาของตำรวจชุดสืบสวน และเป็นต้นเหตุของการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต โดยในการประกอบพิธีครั้งนี้ ยังมีบรรดาเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียนของ ด.ช.ธนภัทร์ พิมพ์พานนท์ หรือน้องกัปตัน อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.6 /2 โรงเรียนเทศบาล 4 นครพนม รวมถึงคณะครูอาจารย์ เดินทางมาส่งดวงวิญาณเป็นวาระสุดท้าย เพราะน้องกัปตัน ถือเป็นนักเรียนดีเด่น มีความประพฤติเรียบร้อย เป็นที่รักใครของเพื่อนและครูอาจารย์ ที่สำคัญยังเป็นความหวังของครอบครัว และโรงเรียน เนื่องจากเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษ ชอบเล่นกีฬาฟุตบอล และมีความสามารถด้านเล่นฟุตบอล ทำให้เป็นนักกีฬาฟุตบอลตัวแทนโรงเรียน เคยชนะเลิศเป็นตัวแทนระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด และระดับภาคอีสาน มาตลอด ทำให้หลายคน รวมถึงครอบครัว ผู้เป็นพ่อ คาดหวังว่าในอนาคตจะผลักดันให้ก้าวไปสู่นักกีฬาฟุตบอลอาชีพ และเป็นนักกีฬาทีมชาติ ตามความฝัน แต่ต้องมาดับสลาย เพราะเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งในครั้งนี้ เพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียน ได้ถือโอกาสเล่นดนตรี ร้องเพลงไว้อาลัย อำลาการจากไปของน้องกัปตัน จำนวน 2เพลง คือ เพลงโรงเรียนของหนู ของพี่ ปูพงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ และ เพลงเราและนาย ของเสกโลโซ โดยทุกคนต่างร้องเพลงหลั่งน้ำตา ด้วยความอาลัย สร้างความหดหู่ให้กับ ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ภายหลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นจับกุม นายทศพร รัตนวงษ์ อายุ 25 ปี ชาว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ซึ่งเป็นคนขับ รถยนต์ ยี่ห้อฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กย 4474 อุบลราชธานี ตรวจค้นภายในพบมีกัญชา จำนวน 9 กระสอบ ตรวจนับได้ จำนวน 360 กิโลกรัม บรรทุกมาในรถ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดี ตามกฎหมาย โดยทางผู้ต้องหาสารภาพว่า ได้รับจ้างจากนายทุน เป็นเงิน จำนวน 50,000 บาท ทำหน้าที่ขับรถ ซึ่งทางตำรวจกำลังเร่งสอบสวนขายผลติดตามผู้ร่วมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement




ล่าสุด ทาง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้ควบคุมตัว นายทศพร รัตนวงษ์ อายุ 25 ปี ชาว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ผู้ต้องหา นำตัวไปขออนุมัติ ฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม เป็นผลัดแรก โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาฐานความผิดรวม 4 ข้อหา มี 1. ฐานความผิดขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2. มียาเสพติดประเภท 5 กัญชา ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย 3. เสพยาเสพติด ประเภท 1 (ยาบ้า) และ 4. เสพยาเสพติดให้โทษขณะขับรถ

ขณะเดียวกันทางด้าน นายอัมพรชัย พิมพานนท์ หรือหนุ่ม อายุ 46 ปี ผู้เป็นสามีและพ่อของผู้เสียชีวิต ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวประจำหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) แผนกพนักงานโยธา เปิดเผยว่า ความสูญเสียของครอบครัวครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งยิ่งใหญ่ ถือว่าชีวิตครอบครัวพังหมด ตนมีลูกชายแค่สองคน คนโต อายุ 16 ปี ลูกชายที่เสียชีวิตคนที่ 2 อายุ 12 ขวบ ซึ่งเป็นความหวังของครอบครัว แต่มาโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซ้ำร้ายภรรยาเสียชีวิตด้วย ยอมรับว่า การเสียชีวิตครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทั่วไป หลายคนอาจมองได้ว่า เป็นอุบัติเหตุที่ห้ามไม่ได้ แต่สำหรับตนมันคือ ความสูญเสียยิ่งใหญ่ และยังติดใจในเรื่องของต้นเหตุที่จะเกิดอุบัติเหตุ ถึงแม้วันนี้จะทำใจไม่ได้ แต่ตนขอเพียงความเป็นธรรมกับครอบครัว หากตำรวจจะมองแค่อุบัติเหตุ และดำเนินคดีตามกฎหมาย เอาผิดกับผู้ต้องหาที่ขับรถ ตนยอมรับในขั้นตอนของกฎหมาย แต่ส่วนหนึ่งตามหลักข้อเท็จจริง อยากฝากให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทบทวนว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ควรจะแสดงความรับผิดชอบ ให้ครอบครัวของตนได้รับความเป็นธรรม ถามว่า การชดเชยเยียวยากี่ล้านก็ไม่คุ้มค่า กับการสูญเสีย แต่สุดท้ายจะให้ครอบครัวตน ไปเรียกร้องเอาผิด เรียกร้องความเสียหายกับผู้ต้องหาฝ่ายเดียว ถือว่าไม่เป็นธรรมกับตน ฝากถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติแสดงความรับผิดชอบ กับการสูญเสียครั้งนี้ ยืนยันหากทางตำรวจ ไม่ได้ใส่ใจดูแล พิจารณาช่วยเหลือความสูญเสียครั้งนี้ ตนจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพราะหากจะสรุปคดีนี้เป็นเพียงอุบัติเหตุ คนร้ายเข้าคุก ตนเรียกร้องอะไรไม่ได้เลย อย่าลืมว่า ครอบครัว ภรรยาลูกยังมีอนาคต เป็นเสาหลักครอบครัว แต่หลังจากนี้ใครจะรับผิดชอบ เพราะต้นเหตุที่มาการเกิดอุบัติเหตุมีที่มาที่ไป อยากให้แสดงความรับผิดชอบ ดูแลช่วยเหลือครอบครัวมากกว่าการดำเนินคดีกับคนร้าย หากไม่เป็นธรรมกับตนขอต่อสู้ให้ถึงที่สุด



Advertisement