“เทพไท”ชี้มติ กกต.ไม่เอกฉันท์ ทำให้มีน้ำหนัก “อนาคตใหม่”สู้คดี (คลิป)

2019-12-13 11:50:08

  “เทพไท”ชี้มติ กกต.ไม่เอกฉันท์ ทำให้มีน้ำหนัก “อนาคตใหม่”สู้คดี (คลิป)

“เทพไท” ให้กำลังใจ “อนาคตใหม่” ต่อสู้คดีเงินกู้ ชี้มติ กกต.ไม่เป็นเอกฉันท์ทำให้มีน้ำหนักในการต่อสู้ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างแน่นอน

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ว่า เป็นอำนาจของ กกต.ที่จะดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา72 และพรรคอนาคตใหม่ ก็มีสิทธิ์จะต่อสู้ทางข้อกฎหมายเช่นเดียวกัน โดยยึดคำตัดสินของรัฐธรรมนูญเป็นข้อยุติ ทั้งสองฝ่ายจะต้องใช้ข้อมูลข้อเท็จจริง และเหตุผลมาหักล้างกันระหว่างพิจารณาคดีในศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ยึดมั่นและปฎิบัติตามหลักกฎหมาย และคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ถ้าพรรคอนาคตใหม่เห็นว่าพรรคไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฎิบัติหน้าที่ของ กกต. ทางพรรคอนาคตใหม่สามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้ 2 แนวทาง คือ 1.ถ้าเห็นว่า กกต.ทำหน้าที่ไม่เที่ยงตรง ไม่ยุติธรรม ก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีตาม ม.157 ในฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ลุแก่อำนาจ กลั่นแกล้ง ใส่ร้ายให้พรรคอนาคตใหม่ได้รับความเสียหาย 2.ถ้าเห็นว่า พ.ร.ป.พรรคการเมือง มีข้อบกพร่อง ไม่มีความชัดเจนในข้อกฎหมาย ก็สามารถใช้สิทธิ์ความเป็น ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ ยื่นแก้ไขต่อสภาผู้แทนราษฎรได้

“โดยส่วนตัวแล้วไม่มีความสัมพันธ์อะไรเป็นพิเศษ แต่ในฐานะที่เป็นนักการเมืองด้วยกัน และในสนามเลือกตั้งเราก็คือคู่ต่อสู้ทางการเมือง ในสภาผู้แทนราษฎรเราก็คือพรรคร่วมฝ่ายค้านกับพรรคร่วมรัฐบาล อยู่กันคนละฝ่าย แต่ในความเป็นพรรคการเมือง เป็นองค์กรการเมืองในระบอบประชาธิปไตย มีความเห็นใจและเข้าใจ ในความรู้สึกของพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องต่อสู้กับคดียุบพรรค ซึ่งเปรียบเสมือนการประหารชีวิตทางการเมืองของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยโดนฟ้องยุบพรรคมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนามมาได้ด้วยดี โดยใช้หลักกฎหมาย ข้อเท็จจริง และทีมกฏหมายที่มีความสามารถ จนชนะคดีมาได้”นายเทพไท กล่าว

นายเทพไท กล่าวต่อว่า สำหรับพรรคอนาคตใหม่นั้น เป็นพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ และคณะกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรคส่วนใหญ่ ก็เป็นคนรุ่นใหม่ มือใหม่ทางการเมือง ซึ่งอาจจะขาดประสบการณ์ ขาดผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับ พ.ร.ป.ทั้ง 3 ฉบับ ประกอบกับหัวหน้าพรรคเคยเป็นนักธุรกิจมาก่อน อาจจะคุ้นเคยกับการทำงานแบบทางธุรกิจ ซึ่งใช้หลักกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ว่า ด้วยหุ้นส่วนและบริษัท ซึ่งต่างกับพรรคการเมืองที่ต้องใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งมีความสลับซับซ้อน และกฎระเบียบที่หยุมหยิม มีข้อห้าม และสิ่งที่ต้องทำในหลายประเด็น อาจทำให้เกิดความผิดพลาดในทางปฎิบัติเกี่ยวกับข้อกฎหมายได้ ซึ่งพรรคการเมืองทุกพรรค ก็ต้องปฏิบัติตามกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองอย่างเคร่งครัดเช่นกัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เอง ก็เคยประสบปัญหาเหล่านี้มาก่อนเหมือนกัน จึงอยากจะให้กำลังใจให้พรรคอนาคตใหม่ได้ต่อสู้ในกระบวนการตามกฎหมาย ต่อสู้ในระบอบรัฐสภา ใช้นักกฎหมายมือดี เข้าไปต่อสู้แก้ต่างคดีในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเชื่อมั่นว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะให้ความยุติธรรมกับพรรคอนาคตใหม่ได้ โดนเฉพาะอย่างยิ่งมติของคณะกรรมการเลือกตั้งที่ไม่เป็นเอกฉันท์เช่นนี้ ก็จะทำให้มีน้ำหนัก และช่องทางในการต่อสู้ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างแน่นอน



แท็กที่เกี่ยวข้อง