สภาฯมีมติ 244 ต่อ 5 ไม่เห็นด้วยตั้ง กมธ.ศึกษา ม.44

2019-12-04 22:15:56

สภาฯมีมติ 244 ต่อ 5  ไม่เห็นด้วยตั้ง กมธ.ศึกษา ม.44

ฝ่ายค้านวอร์คเอาท์ไม่เป็นผล ฝ่ายรัฐบาลเช็กองค์ประชุมครบ มีงูเห่าฝ่ายค้านช่วยเติมองค์ประชุมให้ 10 เสียง มติ 244 ต่อ 5 เสียง ไม่เห็นด้วยตั้ง กมธ.ศึกษา ม.44 

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไปแล้ว นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ในฐานะประธานที่ประชุมได้แจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎร ถึงคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งให้นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หยุดปฏิบัติหน้าที่ และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ จึงทำให้องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีไม่น้อยกว่า 249 คน

จากนั้นดำเนินระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ค้างจากสัปดาห์ที่แล้ว เรื่องญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสชตามมาตรา 44 ที่การประชุมล่มถึง 2 ครั้งติดต่อกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลขอใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 85 ให้นับและขานชื่อลงคะแนนใหม่ หลังจากฝ่ายค้านลงมติชนะให้ตั้งคณะกรรมาธิการ

นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ หารือถึงวิธีการนับองค์ประชุมก่อนการลงมติ ซึ่งต้องมีการสมาชิกขอหารือต่อประธานที่ประชุมก่อน และกรณีที่ฝ่ายค้านวอร์คเอาท์ออกจากห้องประชุม ถือเป็นการกระทำผิดต่อความมั่นคงของประเทศ ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นทักท้วงว่า หากประธานสภายังให้ฝ่ายรัฐบาลนับและขานชื่อลงคะแนนใหม่ตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 85 ฝ่ายค้านอาจจำเป็นยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตีความข้อบังคับข้อที่ 85

นายสุชาติ ยืนยันว่า การจะลงมติทุกครั้งต้องมีการนับองค์ประชุมตามข้อบังคับข้อที่ 78 และเป็นอำนาจของประธานสภาที่จะวินิจฉัยตรวจสอบ ส่วนการใช้ติดตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 85 ก็เป็นเรื่องที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้วินิจฉัยไปแล้ว

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ยืนยันว่า จะไม่มีการถอนและขอให้นับและขานชื่อลงคะแนนใหม่ตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 85 ต่อไป ขณะที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ก็ยืนยันว่า หากรัฐบาลยังใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับข้อที่ 85 ฝ่ายค้านก็จะไม่ขอร่วมเป็นองค์ประชุม

นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้อธิบายต่อที่ประชุมถึงหลักการนับคะแนนใหม่ โดยขอให้มีการตรวจสอบมติเดิมที่เคยลงไปแล้ว แต่สิ่งที่ประธานสภากำลังดำเนินการถือเป็นการให้ลงคะแนนใหม่ ซึ่งอาจผิดต่อข้อบังคับการประชุม และจะทำให้การลงมติใดๆ ในสภาผู้แทนราษฎรไม่มีความชอบธรรม ไม่เป็นไปตามเจตจำนงของผู้ลงคะแนน หากฝ่ายรัฐบาลจะขอให้นับและขานขื่อลงคะแนนใหม่ จะทำให้สภาผู้แทนราษฎรมีปัญหาในอนาคต และจะทำให้ฝ่ายค้านกระทำเช่นเดียวกัน บรรทัดฐานเช่นนี้จึงไม่ควรเกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนายสุชาติ ชี้แจงว่า ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 85 เป็นหลักการที่มีอยู่เดิมมาตั้งแต่อดีตหลายสิบปีแล้ว ซึ่งเขียนอยู่ในตัวว่าให้ลงคะแนนใหม่ด้วย

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า หากไม่มีความชัดเจนจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคต พร้อมระบุว่าการใช้สิทธ์ตามข้อบังคับข้อที่ 85 เป็นเจตนารมณ์ว่าการนับองค์ประชุมเกิดขึ้นพร้อมการลงมติโดยการขานชื่ออยู่แล้ว แต่หากมีสมาชิกจะนำเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็เป็นสิทธิ์

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้เสนอญัตติคำกล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วินิจฉัยถูกต้องเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกใช้สิทธิ์นับคะแนนใหม่ แต่มองว่าต้องไปการนับคะแนนใหม่โดยองค์ประชุมเดิมในการลงมติครั้งแรก แต่สาเหตุแห่งการวอร์ค เพราะฝ่ายรัฐบาลต้องการลงคะแนนใหม่ ไม่ยอมรับการลงมติครั้งแรก

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เจตนารมณ์ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 85 ในอดีต คือการนับคะแนนใหม่โดยใช้องค์ประชุมเดิม แต่ให้ขานชื่อเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง แต่การวินิจฉัยคราวนี้กลายเป็นว่าให้ลงมติใหม่ ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์การลงมติตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 86 หากวันนี้การตีความข้อบังคับให้ลงคะแนนใหม่โดยการขานชื่อ คนที่จะมีสิทธิ์ขานชื่อคือคนที่อยู่ในองค์ประชุมวันแรกเท่านั้น และไม่อยากให้ไปถึงขั้นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ โดยหลังจากมีผู้อภิปรายหลายคนแล้ว นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ จึงขอใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 55 เพื่อยุติการอภิปราย

นายสุชาติ กล่าวว่า เมื่อประธานวิปรัฐบาลยังยืนยันเดินหน้าใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 85 และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วินิจฉัยแล้ว ก็ต้องเดินหน้าตามญัตติ ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน ทั้งหมดวอร์คเอาท์ออกจากที่ประชุม แต่ผลปรากฏว่ามีผู้แสดงตนทั้งหมด 261 คน ครบองค์ประชุม โดยตรวจสอบพบว่ามี ส.ส.ของพรรคฝ่ายค้าน แสดงตนเพื่อนับเป็นองค์ประชุม 10 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 3 คน ได้แก่ นายขจิต ชัยนิคม ส.ส. อุดรธานี  น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ 2 คน ได้แก่ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน ได้แก่ นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ พรรคประชาชาติ 1 คนได้แก่ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี

จากนั้นเมื่อองค์ประชุมครบ ที่ประชุมได้ดำเนินการขานชื่อลงมติใหม่อีกครั้ง โดยมีมติ  244 ต่อ 5 งดออกเสียง 5 เสียง ไม่เห็นด้วยในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 โดยนายไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ที่ศาลออกหมายจับ แม้จะมาปรากฏตัวในที่ประชุม แต่ไม่ได้ร่วมลงมติด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง