ลูกสาวกำนันหรือเปล่าเนี่ย ? “วิกกี้ กันตา ดานาว” ย้อนอดีตอันแสบสัน ปิดฉากนางเอกสู่พนักงานออฟฟิศ

2019-11-27 16:45:05

ลูกสาวกำนันหรือเปล่าเนี่ย ? “วิกกี้ กันตา ดานาว” ย้อนอดีตอันแสบสัน ปิดฉากนางเอกสู่พนักงานออฟฟิศ

เป็นอีกหนึ่งนางเอกสาวสุดแซ่บที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังมากในอดีตแต่กลับห่างหายจากวงการบันเทิงออกไปกว่า 10 ปีเพราะตั้งท้อง!! จนมีคนเมาท์ว่าเธอท้องก่อนแต่ง ล่าสุด “วิกกี้ กันตา ดานาว” ออกมาเปิดใจกับเรื่องราวที่ไม่เคยเผยที่ไหนมาก่อน พร้อมคลี่ปมสงสัยสาเหตุจริงๆ ที่ออกจากวงการเพราะท้องไม่ตั้งใจหรือเปล่า ? พร้อมเล่าจุดเปลี่ยนของชีวิตตกอับกลับกลายเป็นพนักงานออฟฟิศโดนกลั่นแกล้งสารพัด



เข้าวงการมากี่ปีแล้ว ?

Advertisement



วิกกี้ : ถ้าย้อนไปก็ตั้งแต่อายุ 16 น่าจะ 30 กว่าปี

เข้าวงการได้ยังไง ?
วิกกี้ : ที่เข้าได้จริงๆ ก็คือ เค้าหาคนพูดภาษาอังกฤษได้หาคนหน้าตาลูกครึ่ง เมื่อก่อนจะมีโมเดลลิ่งมาตามโรงเรียนนานาชาติเริ่มต้นประมาณนั้นเลย เพราะเราได้ภาษาแล้วละครเรื่องแรกเค้าต้องการนางเอกไปอังกฤษด่วนภายใน 2 อาทิตย์

Advertisement




หนุ่มๆ เข้ามาจีบเยอะมั้ย ?
วิกกี้ : เราไม่ค่อยมีโอกาสได้ออกไปไหน

ไม่พูดถึงคุณสามี สมัยก่อนเค้าจีบแบบไหนประทับใจที่สุด ?
วิกกี้ : ถ้าสมัยเด็กก็จะมีข้อความฝากเอาไว้ สมัยโน้นไม่ใช่โซเชียลเหมือนสมัยนี้ ก็จะเป็นจดหมายที่ซองก็จะฉีดน้ำหอม ตุ๊กตา ลายดอกไม้ น่ารักๆ

Advertisement





พอเข้าวงการก็ต้องมีอีกแน่ๆ ?
วิกกี้ : มันก็มีบ้าง

เข้าวงการนานมั้ยถึงเจอคุณสามี ?
วิกกี้ : หลายปีอยู่ค่ะ ประมาณ 7-8 ปี คือเหมือนออกงานแล้วกลุ่มเพื่อนที่เราออกงานกับกลุ่มเพื่อนทางคุณสามีเค้าเจอกัน เมื่อก่อนเค้าเป็นเจ้าของเธค ผับ แล้วเราไปโชว์ตัว ก็เจอกัน ออกงานบ่อยๆ

Advertisement




เจอกันแล้วปิ๊งเลยมั้ย ?
วิกกี้ : ก็ไม่ขนาดนั้นด้วยความที่งานเราเยอะ ต้องบอกว่าเมื่อก่อนนักแสดงไม่เยอะเหมือนสมัยนี้เพราะฉะนั้นงานละครเราทุกวัน 7 วันเราถ่ายละคร 3-4 เรื่องทั้งคิวกลางวัน กลางคืน มันไม่มีเวลาจริงๆ โอกาสที่จะมาเจอคนข้างนอกค่อนข้างยาก นอกจากไปงาน

สมัยก่อนโซเชียลยังไม่แรงเวลามีแฟนหรือทำอะไรก็ต้องเก็บเงียบๆ แต่พี่เปิดตัวแฟนเลย รวมถึงท้องก็ประกาศด้วย ?
วิกกี้ : ใช่ค่ะ ด้วยความที่เรานิสัยเราจะฝรั่งๆ เป็นคนตรงๆ ไม่ต้องรอให้มาแอบว่าทำไมช่วงนี้ดูอวบขึ้น เอ๊ะ ท้องหรือเปล่าแล้วก็มีข่าว ก็บอกว่ามีแฟนแล้วนะเป็นคนนี้ พอท้องก็ท้องแล้วนะ คือประกาศเลยยังไม่ทันได้มีใครมาตื่นเต้นแอบสืบข่าวของเรา


Advertisement




ไม่กลัวดราม่าพวกแฟนคลับของเรา พอเรามีเจ้าของแล้วความรู้สึกจะเปลี่ยน ?
วิกกี้ : คือสมัยก่อนเข้าวงการตั้งแต่อายุ 16 ทำงานทุกวัน ทุกวันจริงๆ กลางวันกลางคืนทุกวัน ไม่เคยได้พักมันรู้สึกเหนื่อย พอเรามีตรงนี้เรารู้สึกว่าพร้อมแล้วอาจจะเป็นผู้ใหญ่เกินตัวด้วย

ตอนที่ตั้งท้องอายุเท่าไหร่ ?
วิกกี้ : อายุ 21 ตอนมีลูกแล้วก็ 22

ตอนนั้นเป็นนางเอกชื่อเสียงกำลังมาไม่ได้แคร์เรื่องของดราม่าหรือว่างานจะหด ?
วิกกี้ : ไม่ค่ะ เพราะอย่างที่กล่าวไว้ว่านักแสดงน้อยงานเยอะมาก คือตอนนั้นความคิดของเราคืองานมันเยอะมากๆ จริงๆ ไม่ได้คิดว่าจะมีเอฟเฟกต์อะไรมากระทบ



ตอนนั้นเรียกว่าท้องก่อนแต่งได้มั้ย ?
วิกกี้ : ไม่ค่ะ เพราะว่าแต่งก่อนท้อง

พอท้องแล้วคลอดก็หายจากวงการเลย ?
วิกกี้ : ตอนนั้นยังถ่ายละครอยู่ ท้องสองคน ปี 36 กับ 37 พอเราเป็นคุณแม่ใหม่ๆ จะเซนซิทีฟมากเจอเรื่องราวของลูกคนอื่นรับไม่ได้ร้องไห้เหมือนจะซึมเศร้ามันจะเป็นภาวะของคนมีลูกใหม่ๆ แล้วสมัยก่อนข่าวเยอะมากพยาบาลดูแลลูก ทิ้งลูก มัดลูก ทำลูกตก มีข่าวให้เราเห็นคือทำใจไม่ได้ปรึกษากับสามีว่าขอเฟดตัวเองอยากมาทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่ เราก็ไม่ไว้ใจ

เสียดายงานในวงการหรอตอนนั้นกำลังรุ่งเลย ?
วิกกี้ : อาจจะเป็นเพราะเรารู้สึกว่าอายุค่อนข้างน้อยแล้วงานมันเยอะ แล้วอีกอย่างคือคุณสามีเลี้ยงเราได้

อยู่บ้านเลี้ยงลูกเครียดมั้ย ?
วิกกี้ : มีความสุขไม่ค่อยเครียด ส่งที่ชอบมากที่ตัดสินใจถูก พัฒนาการของเราครั้งแรกเราได้เห็น เราได้เจอ ก้าวแรก มองแรก คว่ำแรก หงายแรก การเปลี่ยนแปลงของเค้าครั้งแรกเราได้สัมผัสประสบการณ์ที่ถ้าเราฝากคนอื่นเลี้ยงเราจะไม่ได้ พอมันผ่านตรงนั้นมันเรียกกลับมาไม่ได้

พอเลี้ยงลูกได้พักนึงไม่กลับมาทำงานในวงการบันเทิงไปทำงานออฟฟิศเพราะอะไร ?
วิกกี้ : ที่ยังไม่กลับมาเพราะตอนแรกกะเลี้ยงลูกแป๊ปเดียว พอลูกเข้าโรงเรียนเดี๋ยวกลับมา



แป๊บนึงกี่ปี ?
วิกกี้ : แป๊ปนึงก็ประมาณ ม.2-ม.3 ตอนแรกนึกว่าลูกติดเรา เปล่าหรอกเราติดลูก มีช่วงนึงมีผู้ใหญ่ที่สนิทกับสามีเค้ารู้สึกว่าลูกโตแล้ว แล้วเค้าก็ทราบว่าเมื่อก่อนเราทำงานอะไร ไม่ควรอยู่เฉยๆ ต้องทำงานเค้าก็เป็นจุดเปลี่ยนเค้าก็แนะนำติดต่อประสานทุกอย่างว่าจะต้องมาทำงานที่นี่

เป็นงานอะไร ?
วิกกี้ : เป็นงานบริการ ปัจจุบันทำงานอยู่ที่บริษัทคิง เพาเวอร์ ดูแลแผนกต้อนรับเรื่องการบริการ

เห็นว่าทำงานแรกๆเครียดร้องไห้เลย ?
วิกกี้ : คือไม่เกี่ยวกับองค์กรนะอาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่วงการบันเทิงมา วงการบันเทิงสอนให้เรามีวินัยตรงต่อเวลาซึ่งเราซึมซับตรงนั้นมาแต่การที่เราจะต้องอยู่ในกรอบวิ่งไปตอกบัตรที่ทำงานมันเป็นอะไรที่เครียด คือมันไม่ชินเพราะทั้งชีวิตไม่เคยเจออะไรแบบนั้นแล้วเราต้องมาอยู่ในกรอบกฎ กติกาของเค้า ซึ่งการปรับตัวก็ต้องเอาชนะมันให้ได้ แต่ว่าค่อนข้างกดดันมันไม่ใช่กดดันเพราะว่าแค่เหตุผลนี้ มันกดดันเพราะว่าคนด้วย

ได้ข่าวว่าพอทำงานที่นี่ใหม่ๆ โดนดราม่าเลย ?
วิกกี้ : เท่าที่คนอื่นเล่าให้เราฟังด้วยความที่เราเป็นนักแสดงเข้ามาเหมือนเค้าต่อต้านก่อนเลยมาเรามาจะต้องเรื่องเยอะเป็นดารามาต้องเรื่องมากที่สำคัญเรามาในฐานะหัวหน้ามันอาจจะกระทบหลายๆฝ่ายที่เค้าอาจจะมีความก้าวหน้าของเค้าก็เลยโดนกลั่นแกล้งค่อนข้างเยอะอยู่



ขนาดไหน ไม่ให้ไปกินข้าวด้วย ?
วิกกี้ : เคยมีคำสั่ง เคยชวนน้องๆ ไปทานข้าว น้องเค้าก็บอกว่าขอบอกตรงๆ พวกหนูถูกสั่งว่าใครไปทานข้าวกับพี่วิกกี้จะถูกหมายเตือน พี่เลยรู้ว่าเล่นกันขนาดนี้เลยหรอแต่ก็ไม่เป็นไรต้องอยู่ให้ได้ เค้าไม่อยากให้เราไม่อยู่ใช่มั้ย เราก็ต้องอยู่

กินคนเดียวกี่เดือน ?
วิกกี้ : หลายเดือนอยู่ 4-5 เดือน

เกิดอะไรขึ้นถึงมีคนมากินข้าวด้วย ?
วิกกี้ : ก็เจอคนที่แกร่งไง แบบฉันไม่แคร์ ก็มากินข้าวด้วย คนที่สั่งเค้าโดนออกไปก่อน

ตอนนั้นคุณลูก คุณสามีให้กำลังใจยังไง ?
วิกกี้ : ให้กำลังใจมากค่ะ คือชีวิตเราจะอยู่ตรงไหนต้องทำความเคยชิน เหมือนเราอยู่ในโซนของเราต้องเปลี่ยนชีวิตตามสถานการณ์ไป เราเคยอยู่วงการบันเทิงอยู่ดีๆ ก็ไปเป็นมนุษย์เงินเดือนเราก็ต้องเข้าใจเค้า ซึ่งบางทีเราก็ต้องปรับตัว ที่บ้านก็จะเป็นคนให้กำลังใจ ไม่งั้นคงไม่อยู่ได้มาจนทุกวันนี้



นอกจากเรื่องไม่ให้กินข้าวด้วย โทรศัพท์ก็ไม่ให้พกมา เค้าห้ามใช้มือถือยังไง ?
วิกกี้ : สมมติคุณเป็นหัวหน้างานยิ่งกว่า Supervisor อีก Supervisor ก็ต้องมีการประสานกันทางโทรศัพท์ แต่คุณเป็นหัวหน้าที่พกมือถือไม่ได้แต่ลูกน้องพกได้คุณรู้สึกยังไง เสียหน้าด้วย แต่ก็ไม่ถึงเดือน จริงๆสถานการณ์มันไม่ใช่แต่เหมือนคำพูดเค้าอ่ะ เราเป็นคนใหม่เข้าไปต้องปรับสภาพไม่รู้ว่าแบบนี้อยู่ยังไง แต่บางทีคำพูดของเค้ามันกดดันในความคิดเรา

ก่อนเค้าออกเค้าได้บอกมั้ยว่ามันอะไรนักหนาที่ทำให้เค้าต้องทำกับเราขนาดนี้ ?
วิกกี้ : ไม่ได้คุยกับเค้าโดยตรง เท่าที่ทราบจากมือซ้ายมือขวา เค้าก็มีเป้าหมายที่จะปั้นใครขึ้นมาก็คือเราเป็นตัวน่าหมั่นไส้อ่ะ อยู่ดีๆ ก็เดินเข้ามาทำไม

ตอนนี้ยังทำอยู่ที่เดิมหรือเปล่า ?
วิกกี้ : อยู่ค่ะ 14 ปีแล้ว

ลูกชายหล่อมาก หวงลูกมั้ย ?
วิกกี้ : ยอมรับว่าทั้งห่วงและหวง



ตอนนี้ลูกๆ ทำอะไรอยู่ ?
วิกกี้ : คนโตเป็นตำรวจชื่อเล่นนิกกี้ อายุ 26 อยู่นครราชสีมา คนเล็กน้องไมค์ ทั้งคู่เป็นตำรวจชั้นประทวนอยู่จังหวัดนครราชสีมาทั้งคู่เลย

ทำไมถึงไปอยู่ต่างจังหวัด ?
วิกกี้ : เพราะตอนที่เค้าเรียนเค้าสอบได้โรงเรียนสามก็คือจังหวัดนครราชสีมา พอทำงานก็ต้องเป็น สภ.ในเมืองเค้า

มีลูกสนิทกันขนาดไหน ?
วิกกี้ : ก็คุยกันได้

จริงหรือเปล่าที่ห้ามลูกชายมีแฟน ?
วิกกี้ : คือเราก็ไม่ได้ห้ามตรงๆ แต่อยากให้ดูดีๆ



มีสเปกลูกสะใภ้มั้ยอยากได้ประมาณไหน ?
วิกกี้ : เค้าต้องให้เกียรติลูกเรา ไม่สนใจว่าคุณจะทำอาชีพอะไร จะมาจากไหน แต่สำคัญเลยคือคุณต้องให้เกียรติกัน ถ้าคุณจะหึงหวงแล้วไปโพสต์ตามโซเชียลไม่ให้เกียรติกันเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ การที่คุณไม่ให้เกียรติเค้าก็เท่ากับไม่ให้เกียรติพ่อแม่เค้าด้วย อนาคตคนจะมองคุณยังไงถ้าไม่ให้เกียรติกันแล้วก็กลัวว่าเค้าจะไม่มีความสุขด้วย จะเน้นตรงนี้มากกว่า

ปัจจุบันนี้การดูแลของคุณสามีเป็นยังไงบ้าง ?
วิกกี้ : ดีเหมือนเดิมทุกอย่าง เราคุยกันเยอะมากอยู่ด้วยกันตลอด ถือพี่เค้าอายุห่างจากเรา 8 ปี เป็นผู้ใหญ่กว่าเพราะฉะนั้นประสบการณ์ชีวิตเค้าเยอะกว่า มุมมองของเค้า ประสบการณ์ของเค้าจะสอนเราเยอะ ก็จะไว้ใจปรึกษาแค่พี่เค้าคนเดียว

แม่หวงลูกแล้วพ่อหวงลูกบ้างมั้ย ?
วิกกี้ : เค้าจะสอนเราว่าอย่าทำแบบในละครนะ แม่สามีกับลูกสะใภ้ อย่าเด็ดขาด



อยากรู้เทคนิคทำยังไงให้สามีรักเรานานขนาดนี้ ?
วิกกี้ : หลักๆ คือความไว้วางใจ ไม่เคยไปหวาดระแวงไปค้นหา จะไปไหนไป อยู่กันมาเกือบ 30 ปีแล้ว เค้าบอกจะไปไหนไว้ใจเค้าอย่าหวาดระแวง อย่าไปขุดคุ้ยอย่าไปยุ่งกับโทรศัพท์ อย่าไปทำอะไรแบบนั้น สิ่งที่สำคัญเลยเค้ากลับบ้านเค้ารับผิดชอบครอบครัว เค้าดูแลดีพอแล้ว นอกจากนั้นเค้าก็จะทำของเค้าเอง

คลิปสัมภาษณ์ วิกกี้-กันตา ดานาว