ด่วน! ศาลยกฟ้อง “โอ๊ค” คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย

2019-11-25 11:35:16

ด่วน! ศาลยกฟ้อง “โอ๊ค” คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษายกฟ้อง "โอ๊ค" ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบคบกันฟอกเงิน กรณีรับโอนเงิน 10 ล้านเข้าบัญชี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย เหตุพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยรู้หรือควรรู้ว่าเงิน 10 ล้าน มาจากการกระทำความผิด

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 25 พ.ย. นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี พร้อมคุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ มารดา น.ส.พินทองทา หรือ เอม และ น.ส.แพทองธาร หรือ อุ๊งอิ๊ง ชินวัตร น้องสาว เพื่อฟังคำพิพากษาในกรณีที่ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้เครือกฤษดามหานคร ที่ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ อายุ 40 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91

ทั้งนี้นายพานทองแท้ ได้เดินเข้าภายในศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งเมื่อถามผู้สื่อข่าวถามว่า มีความตื่นเต้นหรือไม่ นายพานทองแท้ได้พยักหน้าตอบรับ ก่อนขึ้นฟังคำพิพากษา

สำหรับคดีนี้อัยการยื่นฟ้องวันที่ 10 ต.ค.2561 กรณี นายพานทองแท้ รับโอนเงินเป็นเช็ค 10 ล้านบาทเข้าบัญชี ซึ่งมีการกล่าวหาว่าเงินนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำจากการทุจริตปล่อยกู้สินเชื่อระหว่างธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มีนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 80 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของนายวิชัย และอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ตกเป็นจำเลยในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว

ล่าสุดศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษา ยกฟ้องนายพานทองแท้ เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่านายพานทองแท้จำเลยได้รู้ที่มาของเงินจำนวน 10 ล้านบาท ที่นายวิชัย กฤษดาธานนท์ โอนเข้าบัญชีว่านายวิชัยได้มาจากการกระทำผิดทุจริตการปล่อยกู้แบงค์กรุงไทย ซึ่งขณะที่รับโอนเงินจำเลยมีอายุเพียง 26 ปีและขณะนั้นมีเงินรายได้จากหุ้นในบริษัทอยู่แล้ว ถึง 4,000 ล้านบาทโดยเมื่อเทียบกับเงิน 10 ล้านบาทแล้วคิดเป็น 0.0025 เปอร์เซ็นต์จากยอดเงินดังกล่าว ขณะที่โจทก์นำสืบได้เพียงว่าขณะที่รับโอนหุ้นในพานทองแท้เป็นบุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร และมีความสนิทสนมกับครอบครัวของนายวิชัยเพียงเท่านั้น

สำหรับคดีนี้ องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยได้ทำความเห็นแย้ง หรือควรให้ลงโทษ จำคุกนายพานทองแท้ 4 ปี หลังจากที่ศาลยกฟ้อง  ทุกคนในห้องมีสีหน้ายิ้มแย้ม และเดินทางกลับทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ โดยนายพานทองแท้ กล่าวเพียงสั้น ๆ  ว่า  ขอบคุณทุกกำลังใจ จากนั้นได้รีบขึ้นรถตู้ออกไปจากศาลทันที