"ปั้นจั่น" ปัดพระรองเคาะห้อง กินตับนักข่าว

2019-11-22 20:00:53

"ปั้นจั่น" ปัดพระรองเคาะห้อง กินตับนักข่าว

ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกทันที สำหรับนักแสดงหนุ่ม "ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย" ที่ช่วงนี้โดนกระแสดราม่าทางโซเชียลถล่มอยู่เรื่อยไปล่าสุดเจอเจ้าตัวเลยสอบถามถึงเรื่องนี้พร้อมถามถึงความสัมพันธ์กับสาว "ฐิสา-วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร" ที่มีข่าวว่าได้ยุติความสัมพันธ์ไปแล้วได้ความว่า




Advertisement




ถามถึงรูปวิดีโอคอลกับสาวปริศนา?
อันนั้นเป็นอุบัติเหตุพราะว่าตอนนั้นผมจำได้ตอนนั้นผมตีกอล์ฟอยู่กำลังจะโพสต์รูปรูปหนึ่งแล้วมันดันไปมือลั่น ก็กลายเป็นรูปนั้น แล้วผมเป็นคนที่วิดิโอคอลคุยกับเพื่อนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนผู้ชายหรือผู้หญิง บางคนอยู่อเมริกาบางคนอยู่ไทยก็รีบลบเลย เพราะว่าเดี๋ยวเพื่อนจะเดือดร้อนด้วย เราจะเดือดร้อนด้วย ก็ขอโทษเพื่อนไปเรียบร้อยแล้วครับ

Advertisement





ยืนยันว่าสาวคนนั้นไม่ใช่มือที่3ใช่ไหม?
มันไม่มี มือที่3อยู่แล้วครับ มันไม่มีทางเป็นไปได้



Advertisement



คนคิดว่าคนนี้ คือ สาวคนใหม่?
คือต้องบอกว่ามือที่3 มันไม่เกิดขึ้นเพราะว่าผมยังไม่ได้มีแฟนหรือคบกับใคร



คนที่เราจีบอยู่คือยังไม่ตกลง?
ที่จริงต้องบอกว่ามันเป็นเวลาที่ดีนะครับ สิ่งที่ผมพูดไปทั้งหมดตั้งแต่ตอนแรก ผมพูดด้วยความจริงใจและผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆมาโดยตลอด แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรารู้จักกันมากขึ้น เรียนรู้กันมากขึ้น ด้วยหน้าที่การงาน อาจจะเวลาหรือจังหวะไม่พอดี ทำให้เราไม่ค่อยได้คุยกันห่างกันไปบ้าง ถามว่ามิตรภาพความเป็นพี่น้องยังอยู่ไหม แน่นอนผมยังหวังดีกับน้องเขา รู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นข่าวอะไรก็ยังเป็นกำลังใจและคอยติดตามอยู่ตลอด

Advertisement






คือตอนนี้ไม่ได้จีบเป็นแฟนแล้ว?
คือเราไม่ได้คุยกันมาสักพักแล้วนะครับ ต่างคนต่างยุ่งด้วย ผมก็กำลังเตรียมตัวเรื่องงานบวชด้วย ก็เหมือนยิ่งใกล้บวชยิ่งมีปัญหามารุมเร้า ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะผมเองก็มีปัญหาของผมเหมือนกันในเรื่องที่ผมต้องจัดระบบความคิดของตัวเอง แต่มันเป็นสิ่งที่มันไม่จำเป็นต้องเล่าให้แฟนๆหรือคนข้างนอกรู้ว่าตัวเราเองรู้สึกยังไง ผมอยากพูดมานานแล้วคือผมไม่เคยออกมาพูดแก้ตัวอะไร เพราะผมรู้ว่าการแก้ตัวมันไม่ใช่การทำให้คนที่เขาไม่ชอบเรากลับมาชอบเราได้ ฉะนั้นไม่ว่าผมจะทำอะไรก็แล้วแต่ มันก็เป็นข่าว และมันก็ถูกว่า ถูกโยงอะไร ฉะนั้นสิ่งที่ผมทำได้ก็คือทำใจและเข้าใจมันให้มากที่สุด ผมไม่ติดค้างอะไรเลยสำหรับคนที่ว่าผม ผมไม่เคยโกรธด้วย เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้รู้จักผมถึงครึ่งด้วยซ้ำ หรือว่าใครที่ว่าผมหรือไปว่าน้องหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่มีใครรู้จักเรา ตอนเราคุยกันไม่มีใครรู้ว่าเราคุยกันยังไง ฉะนั้นไม่มีใครมาตัดสินเราได้ว่าเราผิดหรือถูก ไม่มีใครรู้ความจริง มันเป็นแค่เรื่องของคนสองคนที่รู้กันเท่านั้น ฉะนั้นถ้าผลสรุปมันจะเป็นยังไง แต่มิตรภาพมันยังคงอยู่นั่นคือผลลัพท์ที่ดีที่สุดของความสัมพันธ์



Advertisement







อะไรที่ทำให้เราเลิกคุยกัน?

อันนั้นขอเป็นเรื่องส่วนตัวและเป็นสิ่งที่เราเข้าใจกันและกัน แต่เอาเป็นว่าทุกอย่างมันเป็นเรื่องของมิตรภาพที่ดี เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน



แล้วความรักเคยเกิดขึ้นไหม?
เราอย่าไปเจาะถึงขั้นนั้นเลยครับ เดี๋ยวเป็นประเด็นเปล่าๆ แต่อย่างที่บอกไปทุกครั้งเราก็ทำเต็มที่ เราทุกคนทำเต็มที่และคาดหวังให้มันดี แต่เมื่อมันไม่ใช่ มันไม่ดีหรือมันจะเปลี่ยนไปในแง่มุมไหนเราแค่ต้องยอมรับมัน และคนอื่นก็ควรจะยอมรับกับเราด้วย ไม่ใช่มานั่งว่าเราหรือว่าใคร



ความรู้สึกเหมือนคนอกหักไหม?
ผมว่าทุกคนมันมี จะให้ผมมานั่งหัวเราะยิ้มแย้มหรืออะไร แต่เดอะโชว์มัชโกออน ไง ผมต้องทำงาน ต้องเดินออกไปและยิ้มให้กับทุกคน แฟนๆคนทำงาน ผมว่าตอนนี้ประเด็นใหญ่ที่สุดของการทำงานในวงการ สิ่งที่เหนื่อยที่สุดคือข่าวการที่ถูกคนอื่นคอมเมนต์ ผมกล้าพูดเลยว่า ณ ตอนนี้ไม่ว่าใครสะดุด ไม่ว่าใครล้มนิดหนึ่งก็โดนถล่ม ฉะนั้นผมไม่พูดถึงคนอื่นดีกว่า คนที่เป็นนักแสดงอดทนมากนะ ถึงแม้ว่าโอเคมันเป็นอาชีพของประชาชน เป็นบุคคลสาธารณะ ถ้าเกิดว่ามองในมุมหนึ่งก็ต้องเห็นใจเราสักนิดหนึ่ง คนคนหนึ่งมันก็เป็นคนธรรมดาเนาะ บางทีมันก็เป็นตัวตลกของคนอื่นบางทีก็ถูกคนอื่นว่าด่าทอทั้งๆที่เขาไม่ได้รู้จักเราถึงครึ่งหนึ่ง ฉะนั้นบางทีจะว่าหรือจะพิจารณาใครไปรู้จักเขาก่อนไหม



แสดงว่าเราไม่โอเคกับกระแสที่ตีกลับมา?
มันไม่เกี่ยวกับกระแสบูลลี่หรอก แต่ผมโดนมาตลอดในปีนี้ เข้าใจไหมหน้ามือเป็นหลังมือ ทำอะไรก็ผิด จากสามีแห่งชาติกลายเป็นไอ้ปั้นไปแล้ว บางทีคำหยาบก็มากกว่านี้ด้วยซ้ำ จนผมเลิกอ่าน บางทีก็มีเข้าไปท่องเน็ตบ้าง แต่ว่าก็เข้าใจ แต่ตอนนี้เวลาเราเห็นข่าวคนอื่นที่โดนหรือเพื่อนคนอื่นที่โดน เราจะมองย้อนกลับมาดูว่าอีกหน่อยคงไม่มีใครกล้าพูด กล้าทำอะไร ไม่มีใครกล้าสร้างสรรอะไร คือมองให้มันเป็นเรื่องวาไรตี้ มองให้มันเป็นเรื่องสนุก คนในวงการเขาก็ไม่อยากจะซีเรียส แต่พอพวกคุณทำให้มันซีเรียส บางทีผมก็พูดตรงๆว่ากำแพงมันมีเกิดขึ้น ตัวผมเองไม่อยากเป็นข่าวเลย อยากจะทำงานแล้วเดินกลับบ้านด้วยซ้ำ ทำงานสร้างสรรผลงานให้คนที่ชอบดูผลงานผม ดูละครผม ดูรายการผม แล้วผมก็กลับบ้าน ผมไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น แต่ในเมื่อวงจรมันเป็นแบบนี้ ดาราก็ต้องมากับสื่อ มาพูดนั่นนี่ มันก็ยังจำเป็นที่ต้องอยู่ต้องพูด วันนี้ถ้าผมกลับบ้านไม่พูดไม่อะไร ก็เขียนไปอีกว่าปั้นจั่นหนี หรืออะไร แต่เราไม่หหนีหรอก เราก็มาพูดความจริง



รู้สึกท้อบ้างไหม?
เหนื่อยครับ พอตอนนี้คิดอยู่อย่างเดียวคือทำงานเพื่อครอบครัวและมันเป็นอาชีพที่เราถนัดที่สุด เราทำงานในตรงนี้มาทั้งชีวิตแล้ว ถ้ายังมีคนดู มีคนรัก มีแฟนละครที่ดูอยู่ ผมก็ยังทำงานต่อไป



แต่ไม่ถึงขั้นคิดจะพักงานในวงการหรือออกจากวงการใช่ไหม?
ใครก็อยากมาอยู่ในจุดนี้นะ ฉะนั้นเราก้าวมาทั้งตัวแล้ว เราก็ต้องคุมพื้นที่ของเราให้ดี สุดท้ายแล้วผมยังรักในการแสดงอยู่ ความเหนื่อยมันมี แต่เวลามันจะช่วยเยียวยาทุกอย่าง คือบวชทุกคนก็มาบอกว่าบวชหนีปัญหาหรือเปล่าไม่ใช่นะ ผมเตรียมบวชตั้งแต่ต้นปีแล้ว ผมไม่ได้หนีปัญหา



เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เราหยุดความสัมพันธ์และอันฟอลโลว์ไอจีฐิสาด้วยหรือเปล่า?
ไม่เกี่ยวครับ ที่ผมอันฟอลโลว์เพราะผมไม่ต้องการที่จะเสพข่าวในวงการบันเทิงอะไรให้มากนัก ผมไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนในวงการเลยสักคน ผมไม่ได้เรียกว่าตัดขาด คือผมรักวงการนี้ ชอบอาชีพนี้ แต่บางทีผมรู้สึกว่าผมอาจจะอยู่กับมันไม่ได้ แต่ผมก็ต้องอยู่ เพราะพ่อแม่ผมก็ยังต้องกิน และผมยังมีแฟนๆที่รักผม



เลิกเสพสื่อโซเชียลไปเลยไหม?
ผมก็เลิกเสพสื่อทางโซเชียล ผมพูดตรงๆอย่างเรื่องพลาด ผมก็อยากนบกบาลตัวเอง อยากชกหน้าตัวเองให้ปากแตกไปเลย แต่ว่ามันพลาดอ่ะ และให้เขาด่าอีกแล้ว มันเหนื่อย ผมท้อนะ ผมพูดจริงๆเดี๋ยวปีหน้าค่อยทำกันใหม่แล้วกัน แต่ปีนี้เป็นปีที่แบบแย่มาก เรื่องโลกซึมเศร้าโรคอะไร ไม่ต้องมานั่งอ้างกันแล้ว เพราะไม่มีใครเขาเลื่อหรอก ถึงพูดไปใครก็ไม่เชื่อ ไม่ต้องถามว่าเข้าข่ายเลย พูดไปเดี๋ยวเขาก็หาว่าสำออยอีก ฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำได้สำหรับคนในวงการนะครับแข็งแกร่งที่สุด อดทนที่สุดและระวังที่สุด ระวังแล้วระวังอีก ระวังจนผมก็พูดตรงๆว่าผมเองก็ปิดช่องทางทุกอย่างยกเว้นไอจี ถ้าเกิดว่าไม่มีลูกค้า ผมลบแอ็คเคาท์ไปแล้ว ผมพอแล้วจริงๆ ผมไม่ได้เข็ด ผมเพลียกับโซเชียล ความบูลลี่ที่มันหนักหนาสาหัสมาก คุณเป็นใครก็ไม่รู้



พระเอกพระรองอดีตเป็นนักร้องไปเคาะห้องนักข่าวหวังจะกินตับ?
อันนี้ที่จริงยังไงดีอ่ะ เขาเรียกว่าความวัวยังไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก คือประเด็นคือมันตลกมาก มันไม่มีเค้าทีทจะเป็นเรา แต่สุดท้ายผมคงเป็นประเด็นหรือเป็นที่รักของชาวเน็ตมั้ง ก็คงไปเขียน ปจ. ก็มีอยู่คนเดียวก็คือปั้นจั่น ที่หลังไม่ต้อง ปจ. เขียน ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโณทัยไปเลย ให้แม่กูรู้ไปเลย ว่ากูไปขึ้นห้องนักข่าว แล้วไปเจอมันตั้มกับฝรั่งแต่ทั้งหมดทั้งมวลเอาเป็นว่าข่าวอะไรก็ไม่รู้ ถ้าเกิดว่ามีข้อมูลของผมจริงก็พูดได้เลย มีรูปหรืออะไรก็มาพูดได้เลยเพราะข่าวนี้มั่วมากๆ ผมไม่ได้ขึ้นห้องใครทั้งนั้น ถ้าผมจะไปจบอย่างนั้นนะ ผมไปอาบอบนวดดีกว่า ผมพูดตรงๆ นักแสดงนะครับ อาบอบนวดผลอดภัยที่สุดครับ



อยากตีปากคนที่ปล่อยข่าวลือไหม?
ไม่ตีปากหรอกครับ เพราะเอาจริงๆดาราก็กลัวทุกคนแหละ เพราะเดี๋ยวนี้ทั้งกล้องทั้งอะไร



เราโดนเกี่ยวกับโซเชียลเยอะต้องเช็คดวงตัวเองไหม?
ที่จริงเขาบอกว่าตุลาคมก็จะพ้นแล้วนะ แต่ว่ามันก็ยังมาตลอด กลับบ้านกินยานอนแล้วกัน ตอนนี้ก็สวดมนต์ สุดท้ายแล้วความฟุ้งซ่านมันก็ยังมีอยู่ แต่ว่ารู้ตัวว่าต้องทำอะไร ณ วันนี้โตขึ้น จากประสบการณ์ โดนด่ามาเยอะก็โตขึ้น ระวังขึ้น นี่ขนาดระวังแล้วก็ยังซวย