ตัวจี๊ด "ปารีณา" องครักษ์ที่ไม่ธรรมดา

2019-11-14 20:00:41

ตัวจี๊ด "ปารีณา" องครักษ์ที่ไม่ธรรมดา

ประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดกาญจนบุรีหนนี้ ผลงานโดนกลบสนิทด้วยเรื่อง "ตัวจี๊ด" ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.สาวสวยโพธาราม แห่งราชบุรี


ไม่ใช่เพียงซีนโอบกอด "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แบบไม่ทันให้ตั้งตัว ระหว่างตรวจเยี่ยมสหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ เท่านั้น

แค่ยังรวมเรื่องใหญ่ที่กลายเป็น "เผือกร้อน" ลวกมือไปใครต่อใครไปตามๆ กัน นั่นคือการถือครองที่ดินมากถึง 1,700 ไร่ ที่ตั้งฟาร์มไก่ ที่อำเภอจอมบึง


ในจำนวนนี้เป็นที่ดิน สปก.ซึ่งคนจะครอบครองได้ ต้องเป็นเกษตรกรเท่านั้น ประมาณถึงครึ่งหนึ่ง

จึงกลายเป็น "งานเข้า" และ "เรียกแขก" ให้รัฐบาล "บิ๊กตู่" แบบจัดหนักจัดเต็ม เพราะที่ดิน สปก.เป็นของต้องห้ามสำหรับคนรวย และมีข้อกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ถือครองได้ไม่เกินคนละ 25 ไร่ หากเป็นทั้งครอบครัว ถือได้ไม่เกิน 50 ไร่ และหากเป็นฟาร์มปศุสัตว์ ถือได้ไม่เกิน 100 ไร่

แต่พื้นที่ฟาร์มไก่ของปารีณา ตั้งอยู่บนที่ดินเฉพาะ สปก.ก็ปาเข้าไปประมาณ 800 ไร่แล้ว


แม้เจ้าตัวและ "ยอดคุณพ่อ" นายทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี และอดีต รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย จะพยายามแจกแจงซึ่งตรงกันบ้าง ขัดแย้งกันบ้าง ว่าถือครองใช้ประโยชน์มาตั้งแต่ยังไม่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ สปก. และโชว์หลักฐานการเสียภาษีดอกหญ้า หรือภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5) ว่าจ่ายจริงจ่ายครบ

สำทับด้วยการออกโรงยืนยันโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯจากพรรคพลังประชารัฐ ว่าครอบครัวไกรคุปต์ถือครองมาตั้งแต่ปี 2494 ก่อนกรมป่าไม้จะส่งต่อให้ สปก.เพื่อรังวัดแบ่งให้เกษตรกรเข้าทำกิน จึงไม่เข้าข่ายบุกรุก

แต่การออกตัวแรงโดดป้องเต็มที่ของ ร.อ.ธรรมนัส ย่อมไม่แคล้วถูกวิจารณ์เร่งรีบสรุปเร็วเกินเหตุ เพราะต้องมีกระบวนการและขั้นตอนอีกหลายอย่างที่ต้องพิสูจน์กันก่อน ไม่ใช่ด่วนสรุปอย่างรวดเร็วขนาดนี้

ที่สำคัญข้ออ้างเข้าถือครองก่อนประกาศเป็นเขตพื้นที่ป่า ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ในการต่อสู้คดีของชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำในหลากหลายพื้นที่ หวังปลดแอกพ้นจากพันธนาการข้อกล่าวหาของรัฐว่าบุกรุกพื้นที่ป่าหรือเขตอุทยาน แต่จนแล้วจนรอด ส่วนใหญ่ก็ไม่ประสบความสำเร็วบนแนวทางนี้

ดังนั้น การด่วนสรุปแบบ "เคลมเร็ว" ของคนระดับรัฐมนตรี จึงยังขาดน้ำหนักที่เพียงพอและไม่คำนึงถึงผู้เดือดร้อนรายอื่นๆ

แม้จะเป็นระดับ "ลูกรัก" ของแกนนำในรัฐบาล ที่ชื่นชอบในบทบาท "องครักษ์พิทักษ์บิ๊กตู่" มาตั้งแต่ต้น ก็ตามที

รศ.ดร.เจษฏ์ โทณวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย ให้ความเห็นว่า ปารีณาเป็น "ตัวจี๊ด" ที่มีความสำคัญมากคนหนึ่ง โดยเฉพาะการปกป้องนายกฯบิ๊กตู่ในห้องประชุมสภาผู้แทนฯ แต่ปารีณา ไม่ใช่เป้าหลักของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล แต่การมุ่งกระทุ้งโจมตีไปที่ตัวเธอ เพราะเชื่อว่า จะมีแรงส่งกระทบกระเทือนไปถึงแกนนำรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งปารีณาทำหน้าที่ปกป้องมาตั้งแต่ต้น

"แม้เธอจะไม่ใช่ตัวขุนบนกระดาน แต่ปารีณาอาจไม่ใช่เป็นเพียงเบี้ยที่คนเล่นพร้อมจะเสียไปง่ายๆ ก็ได้ ความเป็น "ลูกรัก" อาจทำให้เธอเป็นได้ทั้งโคน ม้า หรือเรือ เป็นได้ทั้งสิ้น" อดีตที่ปรึกษา กรธ. กล่าว

บทบาท "องครักษ์" ที่พร้อมชนกับทุกคนที่หวังดิสเครดิต "บิ๊กตู่" ยังเห็นได้จากความพยายามตอบโต้และสร้างความปั่นป่วนให้กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ หรือ (กมธ.ป.ป.ช.) ในการประชุมกรรมาธิการ ป.ป.ช.วันก่อน แม้จะยังไม่อาจข้ามชั้นขึ้นชกกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ เนื่องจากชื่อชั้นกระดูกยังห่างชั้นไกลกันโข


แต่สิ่งที่จะได้ คือความประทับใจในความ "ใจกล้า" ของทั้งผู้นำรัฐบาลและกองเชียร์ "บิ๊กตู่" ที่ปารีณาหาญกล้าท้าชนคนระดับ "ป๋าตู่"

ปารีณา ซึ่งความจริงเป็น ส.ส.มาแล้วหลายสมัย แต่ไม่ค่อยมีบทบาทหรือเป็นที่รู้จักของใครๆ จึงโด่งดังเป็น "พลุแตก" และแจ้งเกิดในฐานะหนึ่งในองครักษ์ "บิ๊กตู่" ได้ ด้วยประการะฉะนี้

แต่เจ้าตัวจะได้ดิบได้ดี หรือโดนหางเลขแค่ไหน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องติดตามตอนต่อไป


Advertisement







Advertisement










Advertisement







แท็กที่เกี่ยวข้อง