ไม่มีความเจ้าชู้ในตัว "ฮิวโก้"เปิดใจชีวิตคู่"ฮาน่า"ต้องคิสกันทุกวัน

2019-11-02 15:15:16

ไม่มีความเจ้าชู้ในตัว "ฮิวโก้"เปิดใจชีวิตคู่"ฮาน่า"ต้องคิสกันทุกวัน

ถือเป็นเป็นสามีในอุดมคติของสาวๆ หลายคนเลยทีเดียวสำหรับหนุ่ม"ฮิวโก้ จุลจักร" ที่ตอนนี้สาวๆต่างกรี๊ดและพากันอิจฉาภรรยาสาว"ฮาน่า ทัศนาวลัย" กันทั้งประเทศที่มีสามีทั้งหล่อ และไม่เจ้าชู้แบบนี้ ล่าสุด หนุ่มฮิวโก้ ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow โดยได้เปิดใจถึงเรื่องราวความรักในครอบครัวอย่างละเอียดว่า



เส้นทางความรักกับฮาน่าเริ่มต้นได้ยังไง ?
รู้จักกันตามกองถ่าย ร่วมงานกันแบบห่างๆ รู้จักกันไม่ได้สนิท เวลาผ่านไปหลายปีแล้วเราพลาดมาเจอกันอีกครั้ง ตอนนั้นผมก็รู้สึกว่าอย่างน้อยเราควรจะขอเบอร์ไว้ แล้วก็จีบๆกันไปตามประสา ตอนนี้ก็ 14 ปี แต่งงานมา 10 ปี มีลูก 3 คน

Advertisement



ตอนที่จีบใหม่ๆรู้ไหมว่าเขาจะเป็นแม่ของลูกเรา ?
ผมไม่รู้ว่า รู้หรือไม่รู้ แต่ในที่สุดผมก็จับทำแม่เลย

ตอนที่ขอเบอร์รู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ ?

Advertisement



แน่นอน เราไม่ได้ขอเบอร์คนเยอะนะ เพราะมันเสี่ยงกับการโดนปฎิเสธ เพราะตอนนั้นผมก็เซอร์เลยป้ายคำว่าเซอร์ไปแล้ว ผมยาว หนวดเฟิ้มรุงรัง ยังร้องเพลงอยู่วงสิบล้อ ลุคมันก็เป็นอีกแบบนึง มันก็เลยน่าไว้ใจเพราะถ้าเขาคบเราตอนนั้นได้ พอมาสะอาดสะอ้านขึ้นก็คงจะดี

ตอนนั้นที่ขอเบอร์เขาให้เลยไหม ?
เขาก็ต้องให้ เพราะเขาดันพูดปัดเราไปว่า เออ ครั้งหน้าเดี๋ยวเราก็ต้องแฮ้งเอ้าท์กันนะ พูดแบบตามมารยาทเขาเป็นคนเฟรนด์ลี่ เราก็เลยบอกว่าเราจะแฮ้งเอ้าท์ได้ยังไงถ้ายังไม่มีเบอร์โทร

ตอนที่ต้องแยกกันตอนเราไปทำเพลงที่อเมริกา 3 ปี?
ตอนแรกไปอังกฤษ แล้วหลังจากนั้นไปนิวยอร์ก แล้วหลังจากนั้นเริ่มรู้สึกว่าถ้าเราจะอยู่ด้วยกันต้องแต่งงาน เพราะว่าการคบกันห่างๆ โอกาสรอดมันยาก แล้วผมรู้สึกว่าถ้าเรารู้ตัวว่าเราอยากได้ เราก็ต้องทำทุกทางที่จะรักษาไว้ นั่นคือเหตุหลักๆ ที่เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างถูกต้อง


Advertisement




แต่ตอนนั้นมีช่วงเวลาพิสูจน์ใจในเรื่องของระยะห่าง สามปีที่ต้องห่างกันตอนนั้นไว้ใจเชื่อใจกันถึงขั้นพี่ฮาน่าบอกพี่ฮิวโก้ว่า คุณสามารถวันไนต์สแตนด์ได้?
ฮิวโก้ : เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ผมไม่เคยเชื่อเลย

ฮาน่า : เขาคิดว่าเราขู่เขามากกว่า แต่จริงๆ เรารู้จักเพื่อนผู้ชายเยอะก็รู้ว่าอาจจะมีเวลาเหงา เศร้า เจอสาวๆ เข้ามายุ่งอะไรอย่างนี้ ถ้าเป็นเพื่อนมันจะสานต่อยาวไกลได้ แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไรถ้าฉันทำได้ เธอก็ทำได้เหมือนกัน ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้น จบ เขาคงคิดว่าเราลองใจเขา เขาลองใจเรา

คำว่า วันไนต์สแตนด์ สำหรับผู้หญิงพูดไปถ้าเขาทำจริงๆ เราจะรู้สึกยังไง?

Advertisement



ฮาน่า : ถ้าเขาทำจริงๆ เราไม่รู้หรอก เขาไม่บอก แต่ว่าสิ่งที่เราคบกับเพื่อนผู้ชายเหมือนกะเทยที่แมนมากไปแล้ว ไม่มีความเป็นผู้หญิง จนรู้สึกว่าผู้ชายมันจะมีอะไร แต่เรามองสามีเราตอนนั้นเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่รู้ยังไง ถ้าจะเป็นระยะทางทำให้เราจากกันไหม หรืออะไรยังไง แต่มันก็พิสูจน์ว่า 4 ปีแล้ว มันต้องอยู่ด้วยกัน แล้วเรา ยังซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน เรายังโหยหาซึ่งกันและกันอยู่ มันก็เลยมีวันนี้ 14 ปี

พี่ฮิวโก้กลัวอย่างนั้นจริงไหม ถ้าเราทำขึ้นมาพี่ฮาน่าจะทำกลับ?

ฮิวโก้ : เขาก็มีสิทธิ์ โดยรวมแล้ว ผมว่าในเมืองไทยอาจจะดูถูกนิสัยและสันดานผู้ชายมากจนเกินไปเพราะว่าคนส่วนมากที่ผมรู้จักที่แต่งงานหรือมีคู่ มีอะไร ส่วนมาก 80% เขาก็คิด แล้วก็ใช้ชีวิตเหมือนผม ผมไม่ได้แปลกประหลาดอะไรเลย แล้วบางทีผมว่าการเอา การไม่เจ้าชู้ ไปยกย่อง หรือมาฮือฮากับมัน ผมว่าเรากำลังตั้งมาตรฐานการประพฤติต่ำเกินไป เพราะว่ามันคือมาตรฐานขั้นต่ำ มันไม่ได้เป็นความบุญมันแค่ไร้บาปเฉยๆ มันคือศูนย์ ผมว่าคุณควรจะใจเย็นๆ นิดหนึ่งกับประเด็นนี้

มีคนเข้ามาหาพี่บ้างไหม?
ฮิวโก้ : ในเมืองไทยไม่ค่อยมี เพราะว่าคนส่วนมากก็รู้สถานะผมว่าผมแต่งงานแล้ว จะไม่ค่อยเจอใครล้ำเส้นเลย แต่ในเมืองนอกเขาไม่รู้ว่าผมเป็นใคร ในช่วงเวลาที่ผมไป แล้วมันก็มีครั้งสองครั้งเองที่รู้สึกว่ามีโอกาสถึงขั้นที่เราต้องหลีกเลี่ยงหลบ มันก็มีบ้างที่เข้ามาหา แค่เขาเห็นแหวนก็โอเคแล้ว มันมีแค่คนเดียวเองที่เห็นแหวนแล้วไง ถามว่าสวยไหมก็โอเค แต่มันก็ไม่เกี่ยวแล้วความสวย ถ้าไม่มีแฟนเราก็ยังไม่รู้เลยว่าอย่าไปมีอะไรกับคนที่ไม่รู้จักเราอาจจะถือตัวก็ได้

Advertisement



หลังจากแต่งงานแล้วความหวานลดลงไหม?

ฮิวโก้ : ไม่ เพราะความหวานมันไม่มีตั้งแต่ตอนแรกอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยมีมันอาจจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ
ฮาน่า : เขาไม่ได้หวาน เราจะแบบพูดกันตรงตรงมากกว่า แต่จะมีความรู้สึกว่ารักทุกวัน เราจะต้องมีการคิสก่อนจะออกจากบ้าน วันไหนที่ลืมคิสเขา เขาโทรเช็กเลย ทำไมออกไปไหน ทำไมไม่มาร่ำลากัน ไม่ได้ อันนี้คือความหวานที่มีให้ทุกวันตั้งแต่คบกัน จนถึงทุกวันนี้



เมื่อกี้พี่ฮิวโก้ยังบอกเลยว่าวันไหนถ้าไม่คิสพี่ฮิวโก้รู้สึกยังไง?
ฮิวโก้ : มันแค่ทักกัน คือเรื่องพวกนี้มันต้องรักษา ไอ้คำว่าความรักเนี่ยบางทีคนอาจจะไปหมกมุ่นอยู่กับรัก แต่มันมีเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญด้วย ความไว้วางใจอย่าว่าแต่ผัวเมีย เพื่อน หรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจมันเป็นสิ่งที่น่ารักษา มันเป็นประโยชน์ มันมีคุณค่า ความไว้วางใจการหักห้ามตัวเองจากสิ่งที่มันไม่ดี นอกจากดีกับเขา มันก็ดีกับเราด้วย มันไม่ใช่แค่เรื่องความรัก บางทีคนอาจจะให้ความสำคัญกับความรักมากเกินไปว่าเป็นสิ่งที่ถ้ารักยังไงเราก็ทำตัวดีไม่มันต้องมีเรื่องอื่นๆ ด้วย มันต้องชอบ มันต้องเห็นใจ มันต้องเคารพ ความรู้สึกอีกหลายๆ ความรู้สึกที่ทำให้เราทำตัว ซึ่งผมบอกว่ามันปกติ นี่คือสิ่งที่ผมทำคือปกติสุดแล้วผมก็แอบแปลกใจว่ามันเป็นประเด็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ได้ยังไง

พี่บอกว่าความหวานมีให้กันตลอดแล้วมุมทะเลาะมันมีด้วยเหรอ?
ฮิวโก้ : ก็ต้องมีสิคนเราอยู่ด้วยกันทุกวัน เห็นตรงกันทุกอย่างมันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเราแตกต่างกันมากแต่มันไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญมันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

คู่ของเรามีคำว่าเบื่อกันบ้างไหม?
ฮิวโก้ : ถ้ามองคู่รักเหมือนสิ่งของก็คงเบื่อ ถ้ามองผู้หญิงหรือผู้ชายเป็นสิ่งประดับ ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์อีกคนหนึ่งแน่นอนก็เบื่อได้ เพราะเราเบื่อสิ่งของได้มันเป็นเรื่องปกติ ก็อย่ามองอย่างนั้น ต้องคิดซะว่าเราเป็นองค์กร เป็นพาร์ทเนอร์เป็นทีมมากกว่า ไม่มีสิทธิ์เบื่อ มันเหมือนเบื่อประเทศ มันย้ายไม่ได้นี่คือประเทศเรา เราก็ต้องอยู่ มันมีบางอย่างที่ต้องยอม ห้ามเบื่อ คุณต้องไม่อนุญาตให้อารมณ์เหล่านี้เข้ามามีบทบาทในชีวิต ชีวิตมันต้องบังคับ มันไม่ใช่ปล่อยตามอารมณ์ที่รู้สึกยังไงก็ต้องได้อย่างนั้น เราต่างคนต้องปรับตัวเข้าหากัน มันไม่ใช่ผมฝ่ายเดียว

แล้วบทบาทของความเป็นพ่อ ตอนแรกผู้ชายคนนี้บอกว่าไม่อยากมีลูก?
ฮิวโก้ : ก็เราอยากเที่ยวกันสนุก 2 คน เที่ยวทั่วโลก ทำงาน ทำการ เพราะเราทั้งสองคนเป็นคนที่อินกับงานไม่ได้อยากอยู่เฉยๆ ผมก็ชอบเดินทางไปเล่นดนตรี เขาก็มีธุรกิจ มันไม่ได้ต้องการตรงนั้นอยู่แล้ว แต่พอแต่งงานแล้วมีลูกคนแรกมันก็เข้าระบบครอบครัว จะมีอีกคน อีกสามคนมันก็คือโลกเดียวกันแล้ว มันไม่ประหลาด แต่คนแรกจะเป็นภูเขา วิวที่ตกใจสุด โอ้โห…แต่หลังจากนี้มันก็เป็นเรื่องปกติ

มีทะเลาะกันเรื่องการดูแลลูกบ้างไหม?
ฮิวโก้ : ไม่เท่าไหร่ เราจะทะเลาะกันเรื่องไร้สาระกว่านั้น

แล้วลูกอีกคนที่เราอุปการะมา ได้มีการตกลงคุยกันก่อนไหม?
ฮิวโก้ : มันไม่มีอะไรให้ตกลง



แล้วทำไมไม่อยากให้ลูกเข้าวงการ?
ฮิวโก้ : คือสมมุติว่าผมเป็นนักบิน ถ้าผมเป็นคนขับสิบล้อ ผมเป็นทนาย คงไม่มีใครมาถามว่าทำไมไม่อยากให้ลูกเป็นนักบิน ณ ตอนนี้ ทำไมไม่อยากให้ลูกเป็นทนาย หรืออยากให้เป็นยามหรืออยากให้เป็นตากล้องหรืออะไรก็ตาม คือมันเป็นอาชีพผม ในเมื่อผมมีโอกาสที่ไม่ต้องอาสัย ผมก็อยากให้ลูกได้เรียน ได้เป็นเด็กไป โตขึ้นอยากเป็นอะไรก็เชิญ

3 คนว่าไง?
ฮิวโก้ : เขาจะมองยังไงก็ตาม เขาเป็นเด็ก เขาไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรทั้งสิ้น เราเป็นพ่อ แม่เขา เดี๋ยว 18 อยากจะทำอะไรก็เชิญ อยากจะไปเป็นทหาร เป็นนักบิน เป็นอะไรก็เป็นไป แต่ตอนนี้เขายังอยู่ในบ้านเรา แล้วทั้งพ่อทั้งแม่ มีงานทำก็ไม่จำเป็น นี่ไม่ได้เป็นการพาดพิงถึงคนอื่นที่เอาลูกเข้าวงการ ผมเองแค่ไม่สะดวก ไม่ถนัดที่จะให้ลูกต้องออกจากโรงเรียนเพื่อไปทำงาน มันไม่จำเป็นสำหรับผม แล้วโลกนี้มันมีอะไรอีกเยอะ เราก็อยู่วงการบันเทิงก็อยากจะเห็นเขาทำอะไรที่ฉีกไปจากเรา ไปทำอย่างอื่นบ้างเถอะโลกมันมีอะไรอีกเยอะให้ศึกษา ค้นหา

สมมุติว่าลูกยังไม่ถึง 18 แล้วพี่ฮาน่าเดินมาบอกว่าลูกอยากเข้าวงการ เปิดโอกาสไหม?
ฮิวโก้ : ไม่จำเป็น แต่ส่งไปเรียนโรงเรียนดีๆ แล้วไปส่งทุกวันผมก็เปิดโอกาสให้เขามีสิทธิ์เติบโตมากกว่านี้ ผมในฐานะที่อยู่วงการบันเทิง ผมรู้ว่ากับดักของวงการบันเทิงมันมีอะไรบ้าง แล้วไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้น หรือมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น มันไม่ใช่ แต่มันมีโอกาส แล้วหน้าที่เราก็คือปกป้อง มันมีชีวิตหลังจากนั้นที่จะเข้าวงการ ที่จะหลงทาง ที่จะไปอะไร ความดังเนี่ยมันไม่ได้เป็นอะไรผมแนะนำนะสำหรับสุขภาพจิตที่ดีลองใช้ชีวิตแบบไม่ดังมันอาจจะดีก็ได้

ก่อนหน้านี้ลูกๆ เข้าใจผิดอยู่ช่วงนึงบ้านเราไม่มีตังหรอพ่อ?
ฮิวโก้ : ไม่หรอกมั้ง เขาคงไปบ้านเพื่อนที่อลังการกว่าบ้านเราแค่นั้นเอง





แท็กที่เกี่ยวข้อง