“ไอ้เอ็ม” รับฆ่าเศรษฐินีคนเดียว นำเงินไปเที่ยวกับกิ๊ก (คลิป)

2019-11-01 12:40:43

“ไอ้เอ็ม” รับฆ่าเศรษฐินีคนเดียว นำเงินไปเที่ยวกับกิ๊ก (คลิป)

ตร.แถลงข่าวจับ “ไอ้เอ็ม” สารภาพสิ้นทำคนเดียววางแผนหน้าวัด เคาะประตูเรียกเศรษฐินีสายบุญ ผลักเข้าไปซ้อมบังคับบอกรหัสเอทีเอ็ม นำไปกดเอาเงินก่อนกลับมาสังหารใช้ถุงพลาสติดครอบหัวให้ขาดอากาศหายใจ นำเงินไปเที่ยวทะเลกับกิ๊ก ซื้อ จยย.ขี่หลบหนี

จากกรณีพบศพ น.ส.วรรณี จิระเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี เศรษฐินีสายบุญนักปฏิบัติธรรม อยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ที่ 4 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถูกฆ่ายัดตู้เย็น โบกปูน ภายในตึกแถวเลขที่ 90/3 หมู่ที่ 3 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา พี่ชายไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้เดินทางมาหา ต่อมาตำรวจ สภ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ขออำนาจศาลออกหมายจับ นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร หรือ เอ็ม หรือ ตั้ม อายุ 39 ปี ในข้อหาชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รับของโจร

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 5 สืบสวน จ.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้ควบคุมตัวนายวิทูรย์ มาสอบสวนขยายผล พร้อมสอบสวนปากคำอย่างละเอียดโดยทีมพนักงานสอบสวนตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ และมีบรรดาญาติพี่น้องของผู้ตาย มาร่วมรับฟังคำรับสารภาพที่เกิดขึ้นด้วย


จากการสอบสวน นายวิทูรย์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่า น.ส.วรรณี ผู้ตายเพียงคนเดียว ส่วนที่บอกว่ามีหลายคนเนื่องจากเห็นข่าวเลยเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อที่ตำรวจจะหันไปตามสืบคนอื่น และตัวเองจะได้มีเวลาหลบหนี โดยเริ่มต้นจากช่วงเดือน ต.ค. ตนเองเครียดมากเนื่องจากมีภาระการใช้เงินจำนวนมาก ตกงาน ไม่มีเงินใช้ แต่ภาระค่าเทอมลูก 2 คนก็มาแล้ว และยังมีลูกที่กำลังจะเกิดอีกที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ประกอบกับการมีกิ๊ก นัดสาวจะไปเที่ยวทะเล ต้องใช้เงินก้อนโต ไม่รู้จะทำยังไง คืนวันที่ 10 ต.ค. ตนนั่งอยู่บริเวณหน้าวัด นั่งคิดกว่า 5 ชม.ว่าจะทำอะไรยังไงกับชีวิต ก็คิดจะก่อเหตุชิงทรัพย์หาเงินเพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้ได้ จนคิดมาถึง น.ส.วรรณี เศรษฐินี ที่ร่ำรวยมีเงินทองมากมายในบัญชี จากการที่รู้จักเคยขับรถพาไปวัด และเคยพาลูกไปหา และ น.ส.วรรณี ก็เคยให้เงินทองเวลาใช้งาน จากการนั่งคิดจนมาตัดสินใจได้ในช่วงเวลา 07.00 น.ของวันที่ 11 ต.ค. ตนเองไปเคาะประตูหน้าบ้าน น.ส.วรรณี แต่ผู้ตายไม่ออกมาเปิดให้ จึงเดินไปประเคาะประตูข้างบ้านแทน นางวรรณี ผู้ตายเปิดประตูแง้มออกมาดูหน้า ตนจึงผลักดันประตูเข้าไปในบ้าน และมีการพูดคุยกันเล็กน้อยเรื่องที่ตนขอร้องให้ผู้ตายช่วยออกเงินดาวน์รถสองแถวให้ก่อน แต่ผู้ตายไม่ยอมช่วย จากนั้นตนได้ต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของ น.ส.วรรณี ไป 3-4 ที จน น.ส.วรรณี ล้มลงกับพื้นห้อง และตนเอง ได้จับมัดไว้ ก่อนจะบังคับให้ น.ส.วรรณี บอกที่ซ่อนบัตรเอทีเอ็มและข่มขู่ให้บอกรหัส เอทีเอ็มทั้งหมดให้ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีก ก่อนที่ น.ส.วรรณี จะยอมบอกรหัสเอทีเอ็ม 2 ใบจาก 2 บัญชีจากนั้นตนก็ได้มัดมือผู้ตายไพล่หลัง และเอาสก็อตเทปปิดปากไว้ หลังจากนั้นตนจึงได้ขับรถผู้ตายไปกดเงินที่ อ.ฮอด และเซ็กรหัสของบัตรว่าถูกต้องและกดเงินได้หรือไม่ โดยทดลองกดเงินสดออกมา 4 หมื่นบาท ก่อนจะกลับมาที่บ้าน น.ส.วรรณี และนั่งคิดว่าจะทำอย่างไร จนมีความคิดว่าปล่อยให้มีชีวิตต่อไปไม่ได้ไม่งั้นเรื่องราวจะต้องถูกแฉ และตนเองก็จะถูกจับไม่ได้ใช้เงินแน่นอน ตนเองจึงได้เอาถุงขยะสีดำ คลุมหัว และมัดไว้ เพื่อให้น.ส.วรรณี ขาดอากาศหายใจ ระหว่างนั้นตนก็นั่งเล่นโทรศัพท์รอเวลา นานหลายชั่วโมง จน น.ส.วรรณี แน่นิ่ง ไม่หายใจหรือเสียชีวิตชัวร์ จึงออกจากบ้านไปเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ จากนั้นวันที่ 13 ต.ค. ตนก็กลับเข้ามาที่บ้านผู้ตายมาดู และออกจากบ้านเอาเอทีเอ็มไปกด และไปซื้ออุปกรณ์และปูนซีเมนต์มา ก่อนจะล้มตู้เย็นให้นอนลงแล้วนำร่างผู้ตายยัดลงไปและเอาปูนโรยไว้เพื่อซับน้ำเหลืองไม่ให้ไหลออก แล้วขับรถกลับเข้ามานอนในเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะขับรถมาพักกับ น.ส.น้ำ และชวนกันไปเที่ยวที่จ.เชียงรายและจ.ลำปาง ก่อนที่กลับมาที่เชียงใหม่ และนำรถไปฝากไว้ที่นายธีระยุทธ์ หรือตาม เขื่อนจันทึก เพื่อขึ้นเครื่องจากสนามบินเชียงใหม่ไปเที่ยวเกาะสะเม็ด จ.ระยอง กัน น.ส.น้ำ วันที่ 26 ต.ค. หลังเที่ยวที่จ.ระยองเสร็จ วันที่ 29 ต.ค.ตนได้เช่ารถจาก จ.ระยองขับเข้ากทม.พร้อม น.ส.น้ำแล้วให้ น.ส.น้ำ บินกลับเชียงใหม่ ส่วนตนหลังคืนรถที่เช่าแล้ว ได้เรียกแท็กซี่จาก กทม.เหมาไปยัง จ.นครปฐม ตนจึงนำเงินสดที่กดไว้ไปซื้อรถจักรยานยนต์เพื่อในราคา 1.6 แสนบาทเพื่อจะขับหลบหนีจนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้

นายวิทูรย์ กล่าวต่อว่า ยการกดเงินในบัญชีนั้นกดได้ทั้งหมดประมาณ 1.7 ล้านบาท ซึ่งเงินทั้งหมดนำไปใช้เช่าคอนโด กทม. 100,000 กว่าบาทซื้อรถ 170,000 บาทเหลือเงินที่ตัวประมาณกว่า 1,200,000 บาท โดยใช้เอทีเอ็มกดเงินวันละประมาณ 140,000 บาทเพราะไม่อยากกดเยอะมากกว่านี้กลัวทางธนาคารสงสัย สำหรับการหลบหนีนั้นหลังจากเป็นข่าวครึกโครม ก็ได้หลบหนีจาก กทม.และไปที่ อ.สนามจันทร์ จ.นครปฐม เพื่อซื้อยานพาหนะ ก่อนจะไปยัง อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี จากนั้นจึงได้ใช้เส้นทาง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี มุ่งเข้าสู่พื้นที่ จ.ชัยนาท และตัดเข้าที่ จ.นครสวรรค์ และหวังจะมาที่อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อออกนอกประเทศแต่มาถูกจับกุมเสียก่อน

หลังให้การนายวิฑูรย์ ได้กราบขอโทษต่อญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต พร้อมร้องไห้ เสียใจที่ได้ก่อเหตุลงไป โดยยอมรับว่าทำคนเดียวทำเพราะความคิดชั่ววูบอยากได้เงินเท่านั้น พอทำแล้วก็รู้สึกเสียใจ เศร้าใจอยู่ตลอดเวลา และหากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำเด็ดขาด ซึ่งญาติพี่น้องก็ขอไม่ยกโทษให้

ต่อมาทาง พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 5 สืบสวนจ.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ได้ร่วมกันแถลงข่าวโดยมีการชี้แจงสรุปคดีนี้ทั้งหมดซึ่งทางพล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า คดีนี้ยืนวันว่าคนร้ายมีนายวิฑูรย์ เพียงคนเดียวไม่มีผู้ร่วมขบวนการ สำหรับกรณีของน.ส.น้ำ ก็ไม่น่าเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้น รวมถึงนายธีรยุทธ เขื่อนจันทึก เพื่อนสนิทที่รับฝากรถ ก็ไม่มีความผิดและไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นเพราะว่าความจริง ก่อนเกิดเหตุนายวิฑูรย์ หรือนายเอ็ม เอารถมาฝากไว้ที่นายธีรยุทธ และบอกว่ารถเจ้านายเอามาฝากซ่อนไว้ ก่อนที่นายวิฑูรย์ จะโทรมาบอกให้ถอดป้ายทะเบียนทิ้ง และนำรถไปซ่อนในป่า เพราะเมียหลวงเจ้านายรู้ว่าเป็นรถซื้อให้เมียน้อย จะนำตำรวจมาจับ ด้วยความกลัวนายธีรยุทธ จึงนำรถไปซ่อนและประกอบกับมีข่าวออกมาเรื่องรถคันนี้ นายธีรยุทธ จึงแสดงความบริสุทธใจโทรแจ้งตำรวจและมาพบตำรวจ

โดยหลังจากนี้ทางตำรวจจะทำการสอบสวนปากคำนายวิฑูรย์ เพื่อใช้ประกอบในสำนวน ก่อนจะมีการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และจะมีการนำตัวไปฝากขังในวันที่ 2 พ.ย. เวลา 12.00 น. ซึ่งทรัพย์สินที่ยึดได้จากคนร้ายทั้งรถราคา 1.6 แสนบาท เงินสด 1.2 ล้านบาท สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทและทรัพย์อื่นๆ จะเสนอไปในสำนวนเพื่อคืนให้กับญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตต่อไป

สำหรับเบื้องหลังของการพิชิตคดีนี้ได้ นั้นชุดสืบสวนดได้แกะรอยนายเอ็มจากการถ่ายรูปคู่รถจักรยานยนต์ที่ซื้อใหม่ และซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ ขณะหลบหนีได้เปิดสัญญาณจีพีเอส ของโทรศัพท์เพื่อนำทางขับขี่รถ จยย.เพราะไม่รู้เส้นทางจึงจนมุมเพราะชุดจับกุมตามสัญญาณ จีพีเอส ที่เปิดนำทางขณะหลบหนี นอกจากนั้นจากการตรวจยึดของกลางทั้งหมดเจ้าหน้าที่ยังพบแผนที่ประเทศไทย เพาเวอร์แบงก์แบบชาร์จได้ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ที่นายเอ็มซื้อมาไว้ใช้ บัตรเอทีเอ็ม 2ใบ ของธนารกรุงไทย สมุดบัญชีนนางวรรณี ผู้ตาย 1 เล่ม นอกจากนั้นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันและเสื้อผ้าที่สวมใส่อำพรางตนเพื่อหลบหนี ส่วนสาเหตุที่ใช้ถึงพลาสติกคลุมหัวให้เสียชีวิตนั้น นายเอ็ม รับสารภาพว่าเคยฝึกเป็นกู้ภัยมาก่อนจึงรู้จักการฆ่าด้วยวิธีนี้


แท็กที่เกี่ยวข้อง