แถลงจับผู้ต้องหาป่วนเว็บไซต์ “ชิมชอปใช้”

2019-10-29 19:00:29

แถลงจับผู้ต้องหาป่วนเว็บไซต์ “ชิมชอปใช้”

รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาป่วนเว็บไซต์ ชิม ชอป ใช้ จนทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าไปลงทะเบียนได้

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) แถลงผลการจับกุม นายธีรณัฐ มหัทธโนบล อายุ 19 ปี แฮกเกอร์หนุ่มที่เข้าไปป่วนเว็บไซต์ ชิมชอปใช้ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงการลงทะเบียนชิม ช้อป ใช้ ในเฟส 2 ได้ในวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา

นายพุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า หลังประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุ โดยใช้เวลาเพียง 2 วัน ก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จากการสอบสวน พบว่าไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก แต่เคยทำตั้งแต่ในโครงการเฟสแรกแล้ว ซึ่งในครั้งนั้นใช้โปรแกรมอัตโนมัติ หรือ บอท เข้าไปก่อกวนระบบจำนวนไม่มาก คล้ายเป็นการทดลองชุดคำสั่ง จึงไม่ส่งผลกระทบมากนัก ส่วนวิธีการที่ใช้ก่อเหตุ เริ่มจากการสร้างชุดคำสั่ง นำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อเชิญชวนให้คนนำไปใช้งาน จากนั้นในวันเกิดเหตุก็จะแฝงบอทไปกับคนที่นำชุดคำสั่งดังกล่าวไปใช้ เพื่อเข้าไปในระบบพร้อมๆ กัน มีเป้าหมายเพื่อเข้าไปจองพื้นที่ลงทะเบียน ซึ่งหากทำสำเร็จก็อาจถูกนำไปใช้ทำประโยชน์ทางธุรกิจ เช่น ต่อรองผู้เสียหาย ขายพื้นที่จับจองในระบบ หรือหักเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง ซึ่งนอกจากกรณีนี้แล้ว ยังพบมีอย่างน้อยอีก 2 เว็บไซต์ ที่มีพฤติการณ์ใกล้เคียงกันด้วย

ด้าน พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาลงมือเพียงคนเดียว ไม่พบคนสั่งการอยู่เบื้องหลัง และไม่พบว่ามีเจตนาจะพังระบบ คล้ายต้องการทำไปเพื่อทดลองวิชา ส่วนเหตุที่เกิดขึ้น หลังจากนี้จะขยายผลต่อไปว่าจะต้องดำเนินคดีกับประชาชนที่นำชุดคำสั่งดังกล่าวไปใช้งานหรือไม่ ซึ่งต้องรอตรวจสอบข้อมูลที่หลงเหลือในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และตรวจสอบไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุเกี่ยวกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในทางที่ผิดอีกหลายคดี มีหลักฐานเป็นซิมโทรศัพท์นับพันชิ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป สำหรับนายธีรณัฐ จะถูกดำเนินคดีในมาตรา 10 กระทำตัวด้วยประการใดโดยมิชอบเพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือ รบกวนทจนไม่สามารถทำงานปกติได้ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และ มาตรา 13 เผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิร 20,000 บาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง