แม่เป็นลมดูจุดเผานั่งยาง "น้องพลอย"

2017-08-14 11:20:13

แม่เป็นลมดูจุดเผานั่งยาง "น้องพลอย"

พ่อแม่ของ “น้องพลอย” รุดไปดูจุดอดีต ส.อ.เผานั่งยางลูก ถึงขั้นเป็นลม ร่ำไห้บอกเกิดชาติหน้าขอให้เป็นแม่ลูกกันตลอดไป ขณะที่ผู้เป็นพ่อเศร้าขอให้ลูกไปดีจะคิดถึงตลอดไป ส่วน อดีต ส.อ.ถูกหิ้วสอบในค่ายทหาร กทม.

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายพลกฤต วิเศษ หรือ “เอส” อดีตทหารยศสิบเอก เข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ยอมรับว่าเป็นคนลงมือ น.ส.พลอยรินทร์ ผลิตผล หรือ “น้องพลอย” ล่าสุด เช้าวันนี้ นางพัชรี ปั้นทอง อายุ 51 ปี แม่ของน้องพลอย พร้อมด้วยผู้เป็นพ่อ ได้เดินทางไปที่บริเวณเขาขาด อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จุดที่ นายพลกฤต เผานั่งยางน้องพลอย โดยนางพัชรี ถึงกับเป็นลมเมื่อไปถึงจุดเผาร่างลูกสาว


Advertisement




นางพัชรี กล่าวทั้งน้ำตาว่า หากเกิดชาติหน้าขอให้เป็นแม่ลูกกันตลอดไป ส่วนผู้เป็นพ่อกล่าวกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ที่ผ่านมาแม้ไม่ได้อยู่กับลูกสาว ก็ติดต่อพูดคุยกันตลอดเกือบทุกสัปดาห์ และตอนน้องพลอยทำงานได้เงินเดือนเดือนแรกก็แบ่งโอนมาให้พ่อ ที่สำคัญทุกเทศกาลน้องพลอยเป็นลูกที่น่ารัก มีของขวัญให้พ่อตลอด ที่ผ่านมาเคยคุยกับนายพลกฤตเพียงครั้งเดียว ทราบว่าคบหาดูใจอยู่กับลูกสาว ตอนแรกคิดว่าจะเลี้ยงดูลูกสาวได้ ไม่คิดว่าจะลงมือฆ่าเช่นนี้ ขอให้น้องพลอยไปดี พ่อยังรักและคิดถึงลูกตลอดเวลา


ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกว่า 30  คน ได้หาพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยพบเศษยางที่คาดว่าเผานั่งยางน้องพลอยด้วย


Advertisement



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ นางพัชรี ได้ยื่นหนังสือร้องขอความช่วยเหลือ ต่อนายกรัฐมนตรี ช่วยติดตาม “น้องพลอย” อายุ 28 ปี เนื่องจากได้หายตัวไปขณะเดินทางกลับจากที่ทำงาน ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. 2557 มีหลักฐานบ่งชี้ว่าน้องพลอยถูกนายพลกฤต แฟนเก่า ลักพาตัวไป ในเวลาต่อมานางพัชรีได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา แต่ผ่านมา 3 ปี ก็ยังจับกุมตัวไม่ได้

จนกระทั่งวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา นายพลกฤต วิเศษ ผู้ต้องหาที่ลักพาตัวน้องพลอย ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมให้การรับสารภาพว่า ได้ไปดักอุ้มน้องพลอยมาเพราะด้วยความรัก แต่น้องพลอยพยายามตีตัวออกห่าง ขณะที่อุ้มตัวน้องพลอยมา จาก อ.ท่าเรือ เมื่อมาถึง อ.บ้านหมอ ได้มีปากเสียงกับน้องพลอยอย่างรุนแรง และพลั้งมือบีบคอน้องพลอยจนขาดใจตายในรถ รู้สึกตกใจมากไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงได้ขับรถไปยังพื้นที่ที่ตนเองเคยเรียนหนังสือคือใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ท้องที่ สภ.หินซ้อน ซึ่งเป็นป่าเขาทึบ เพื่อเอาศพลงจากรถ และได้ขับรถยนต์ออกมาเพื่อมาซื้อยางรถยนต์ 3 เส้น และน้ำมันเบนซิน 3 แกลลอน เพื่่อนำไปเผาร่างของน้องพลอย หลังเผาเสร็จได้เดินทางกลับบ้าน จนทั้งมีผู้มาพบโครงกระดูกเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2557 ที่บริเวณริมถนนสายแก่งคอย – แสลงพัน ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี  ซึ่งหลักฐานชิ้นสำคัญของผู้ตาย คือ เหล็กดัดฟัน และเข็มขัด เจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งสระบุรี ได้เก็บหลักฐานไว้เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2557


ส่วนสาเหตุที่ต้องลงมือฆ่า เบื้องต้นทราบว่า น้องพลอยจับได้ว่านายพลกฤต มีลูกมีภรรยาแล้ว จึงตัดสินใจขอตัดความสัมพันธ์ โดยส่งข้อความไลน์ไปบอกเลิก ทำให้นายพลกฤตโกรธแค้นวางแผนอุ้ม ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ นายพลกฤต พบว่า มีพ่อเป็นถึงนายทหารยศ พ.ท.

Advertisement



ต่อมาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 ส.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปยัง สภ.แก่งคอย เพื่อรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ในการดำเนินคดี ขณะที่นางพัชรี ได้เข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ซึ่ง รอง ผบ.ตร.ได้แจ้งข่าวร้ายกับแม่ของน้องพลอย ทำให้แม่ของน้องพลอยร้องไห้เสียงดังไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งข้อความทางไลน์หาลูกตลอดจึงเชื่อว่าลูกสาวยังมีชีวิตอยู่

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า หลังนางพัชรี เดินทางมาร้องเรียนว่าลูกสาวถูกลูกผู้มีอิทธิพลอุ้มแล้วคดีไม่คืบหน้า ในขณะนี้ทุกอย่างเกิดความกระจ่างแล้ว เมื่อนางพัชรี เมื่อได้ยินอย่างนั้นจึงพูดต่อว่าตำรวจว่า ตอนแรกที่ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ตำรวจไม่เชื่อ หาว่าลูกสาวตนไม่ได้หายไปไหน น่าจะหนีไปเที่ยว ทำให้เสียใจ หากตำรวจเชื่อตนอาจจะไม่เป็นอย่างนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ จึงได้ปลอบใจ จนในที่สุดนางพัชรีกล่าวขอบคุณตำรวจที่ช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปคงต้องรอให้ทางทหารสอบปากคำ นายพลกฤตซึ่งขณะนี้ถูกคุมตัวอยู่ที่ค่ายทหารใน กทม.แล้ว