“ดาริน”ลั่นไม่รู้สึกอะไรกับ “เสี่ยท็อป” ยื่น ปอท.ตรวจสอบ

2019-10-11 14:45:36

“ดาริน”ลั่นไม่รู้สึกอะไรกับ “เสี่ยท็อป” ยื่น ปอท.ตรวจสอบ

"ดาริน” อดีตภรรยา “เสี่ยหมื่นล้าน” ยอมรับไม่รู้สึกอะไรกับฝ่ายชายแล้วเหมือนกัน พร้อมยื่นเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ให้ บก.ปอท.ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งทรัพย์สิน วุฒิการศึกษา

ครั้งแรก เสี่ยหมื่นล้านเคยพาไปฮ่องกงโดยการบินชั้นประหยัด และนั่งแท็กซี่แดงในฮ่องกง นอนโรงแรมปกติ ไม่ใช่โรงแรมหรู ส่วนรถหรูอ้างขายทิ้งหนีการตรวจสอบสมัยทำงานกับรัฐบาล ส่วนการเดินทางมาวันนี้ต้องการให้ ปอท ตรวจสอบภาพทรัพย์สินทั้งหมดที่รวบรวมมา ว่าเข้าข่ายความผิดใดหรือม่

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย น.ส.ดาริน พริ้ตตี้สาว อดีตภรรยา “เสี่ยท็อป” ที่จัดงานแต่งงานอย่างหรูหราจนกลายเป็นหนี้หลายล้านบาท ได้เดินทางเข้าพบ พ..ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบก.ปอท.) เพื่อนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายทรัพย์สิน เช่น รถหรู เงิน เครื่องบิน บัญชีความเคลื่อนไหวทางการเงิน วุฒิการศึกษา บ้านหรู ที่เคยมีการโพสต์ภาพออกทางสื่อออนไลน์รวมถึงที่มีการส่งให้กับ น.ส.ดารินดู เพื่อตรวจสอบว่า มีจริงหรือไม่ และเข้าเงื่อนไขความผิดใดที่สามารถดำเนินการทางคดีได้หรือไม่

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าตั้งแต่ปี 2559 นายท็อปเคยมีพฤติกรรมลักษณะนี้กับผู้เสียหายรายหนึ่งใน จ.ราชบุรีซึ่งมีความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายอายจึงไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี และจากการตรวจสอบประวัติไม่พบว่ามีการประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจตามที่อ้าง นอกจากนี้ยังพบว่ากรณีที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายทุกคน มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการพยายามที่จะให้กลายเป็นความผิดทางคดีแพ่ง ไม่เข้าเงื่อนไขคดีอาญา จึงเชื่อว่ามีที่ปรึกษาทางกฏหมาย ส่วนที่มาขอให้ บก.ปอท.ตรวจสอบ ภาพทรัพย์สินต่างๆ เพื่อตรวจสอบว่าเข้าเงื่อนไขความผิดใดหรือไม่และภาพเหล่านี้มีการนำไปใช้ในการหลอกหลวงผู้เสียหายหรือไม่ เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการแจ้งความเอาผิดต่อไป ซึ่งส่วนตัวพร้อมเจอนายท็อป หากเดินทางกลับถึงไทย เนื่องจากมีคำถามที่อยากสอบถามหลายประเด็น ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า การข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อยู่แล้ว แต่ต้องมีผู้เสียหายเข้ามาดำเนินการแจ้งความเอาผิดต่อพนักงานสอบสวน ถึงจะดำเนินการแจ้งความได้ การตรวจสอบในครั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบครบทุกมิติ ทั้งภาพจริงภาพเท็จและมีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเสียหายบ้าง จากนั้นก็จะประสานผู้เสียหาย ว่าสามารถดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้หรือไม่

ขณะที่ น.ส.ดาริน กล่าวว่า คบหาดูใจกับเสี่ยท็อปตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่ตัดสินใจตกลงแต่งงานด้วยเพราะเห็นว่าเสี่ยท็อปดูแลเอาใจใส่ครอบครัวเป็นอย่างดี แต่หลังการแต่งงานเริ่มรู้สึกสงสัยหลายประเด็น อีกทั้งมีความพยายามบ่ายเบี่ยงการจ่ายเงินค่าจัดงานแต่ง ต่างๆ โดยอ้างว่าต้องรอเงินจากการทำธุรกิจที่ฮ่องกง จนสุดท้ายไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้จนมีการทะเลาะกัน จนนำไปสู่การหย่าร้างโดยเสี่ยท็อปได้เซ็นสลักหลังใบหย่าว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการแต่งงาน ทั้งหมด


ผู้สื่อข่าวถามว่าเคยได้ไปต่างประเทศกับเสี่ยท็อปหรือไม่ น.ส.ดาริน ยอมรับว่า ก่อนแต่งงานเคยเดินทางไปที่ฮ่องกง มา 1 ครั้ง โดยไปเพียง 1 วัน เนื่องจากเสี่ยท็อปอ้างว่า ไม่สามารถเบิกเงินข้ามประเทศได้ จึงต้องเดินทางไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคารในฮ่องกงด้วยตนเอง ซึ่งการเดินทางไปด้วยเครื่องบินสายการบินหนึ่ง ในชั้นประหยัด พักในโรงแรมทั่วไป และเดินทางในฮ่องกงด้วยรถแท็กซี่ ทั้งขาไปและขากลับ

ส่วนการเดินทางของเสี่ยท็อปก่อนหน้านี้ที่เคยเดินทางไปหาตนเองที่บ้านเกิด ก็ใช้เพียงรถเช่าธรรมดา ไม่ได้ใช้รถหรูตามภาพที่เคยส่งให้ดู และเมื่อถามถึงรถหรูต่างๆ ก็บอกว่า เคยมีแต่ขายไปให้ผู้อื่นไปแล้ว เนื่องจากเคยทำงานให้รัฐบาล และถูกตรวจสอบบัญชี จนทำ้ห้ต้องเคลียร์ทรัพย์สินทั้งหมดในไทยออกและย้ายไปลี้ภัยที่ฮ่องกงมาระยะหนึ่ง จนกระทั่งเรื่องเงียบ ก็อยากกลับมาอยู่ประเทศไทย และอยากสร้างครอบครัว ส่วนประวัติการเคยมีครอบครัวของเสี่ยท็อป ตนรู้เพียงว่าเสี่ยท็อปเคยแต่งงานมาแล้ว 4 คน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ต้องเลิกเสี่ยท็อประบุเพียว่าไปด้วยกันไม่ได้ 

ส่วนประเด็นที่เสี่ยท็อปออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับตนแล้ว น.ส.ดาริน กล่าวว่า ตนเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วเช่นกัน เพราะคิดว่าคำพูดของเสี่ยท็อปหาความจริงไม่ได้ ที่ผ่านมาก็พูดไม่เคยตรงกับความจริงเลยสักครั้ง


Advertisement