"ธนกร" โต้ "พิชัย" ลั่น "ชิมช้อปใช้" ปชช.ได้ประโยชน์

2019-10-10 13:35:15

"ธนกร" โต้ "พิชัย" ลั่น "ชิมช้อปใช้" ปชช.ได้ประโยชน์

"ธนกร" โต้ "พิชัย" ลั่น "ชิมช้อปใช้" ประชาชนได้ประโยชน์ ช่วยพยุงเศรษฐกิจ มั่นใจรัฐมาถูกทาง เหน็บอิจฉารัฐบาลทำเรื่องดีๆ จนรากหญ้าอาจเปลี่ยนใจ

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.  นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่นายพิชัย นริพทะพันธ์ อดีต รมว.พลังงาน โจมตีมาตรการชิมช้อปใช้ว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ รัฐบาลหลงทาง พร้อมทั้งเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลาออกจากหัวหน้าทีมเศรษฐกิจว่า ขอทำความเข้าใจกับนายพิชัยให้เข้าใจว่า มาตรการชิมช้อปใช้เป็นมาตรการหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่ประเทศได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งมาตรการดังกล่าวเชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย การส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศขับเคลื่อนไปได้ ที่สำคัญ ประชาชนทั่วประเทศได้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว ไม่เข้าใจว่าทำไมเมื่อรัฐบาลทำโครงการดีๆ ให้ประชาชน ฝ่ายค้านจะออกมาคัดค้านตลอด จะมาอิจฉาอะไรรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์และนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินมาถูกทางแล้ว นายพิชัยจึงออกมาโจมตี คงทำใจไม่ได้ที่เห็นรัฐบาลทำอะไรดีๆ กลัวพี่น้องประชาชนจะมารักรัฐบาลมากเกินไป

นายธนกร กล่าวอีกว่า นายพิชัยในอดีตที่ผ่านมาพรรคของท่านสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากมาย โดยเฉพาะการทุจริตจำนำข้าวที่รัฐบาลนี้ต้องตั้งงบประมาณมาชดใช้หนี้ใช่หรือไม่ นายพิชัยน่าจะกลับตัวกลับใจได้แล้ว สังคมให้อภัย อย่ารับใช้สิ่งที่จะทำลายประเทศต่อไปเลย ทั้งนี้ มาตรการชิมช้อปใช้เป็นมาตรการที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน ไม่ได้เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำแต่อย่างใด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในประเทศ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากเงินสนับสนุนของรัฐ 1,000 บาท และเงินที่ผู้ได้รับสิทธิ์เติมเงินเพื่อใช้จ่าย โดยได้รับเงินชดเชยอีกส่วนหนึ่ง ประชาชนมากกว่า 10 ล้านคนได้รับประโยชน์จากมาตรการ มีคนใช้สิทธิ์เต็มจำนวน 10 ล้านราย จะส่งผลให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท ในทางเศรษฐศาสตร์เมื่อมีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค จะเกิด Multiplier Effect จะทำให้ผลกระทบรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2.5-3.5 เท่า (ภายใต้เงื่อนไข ประชาชนบริโภคเพิ่มขึ้นร้อยละ 60-70 ของวงเงินที่ได้รับ) ในการกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนภายในประเทศอันเป็นองค์ประกอบหลักของเศรษฐกิจไทยเป็นสำคัญ โดยการบริโภคภาคเอกชนมีสัดส่วนร้อยละ 50 ของ GDP นอกจากนี้ ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้จ่ายเงินของตัวเองในร้าน “ชิมช้อปใช้” ได้มากถึง 30,000 บาทต่อคน โดยได้รับเงินชดเชยร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก มั่นใจว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามเป้าที่ร้อยละ 0.2 

แท็กที่เกี่ยวข้อง