บก.ปอท.เรียกสอบ 24 ก.ย. คนปลอมบัญชีธนาคาร “บิณฑ์”

2019-09-17 15:00:34

บก.ปอท.เรียกสอบ 24 ก.ย. คนปลอมบัญชีธนาคาร “บิณฑ์”

บก.ปอท.เรียกคนปลอมแปลงบัญชีธนาคาร “บิณฑ์” รับเงินบริจาคช่วยน้ำท่วมมาพบพนักงานสอบสวน 24 ก.ย. ชี้เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี แถมมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. เปิดเผยว่า จากกรณี "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" นักแสดงชื่อดัง และอาสาสมัครกู้ภัย ประกาศจะนำเงินส่วนตัว 1 ล้านบาท ไปช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม พร้อมระบุว่า หากใครที่จะร่วมด้วยสามารถโอนเข้าบัญชีได้ ซึ่งต่อมา มีคนใจบุญ บริจาคเงินช่วยเหลือจำนวนมาก และมีเพจดัง Drama-addict ได้ออกมาแจ้งเตือนมิจฉาชีพอาศัยช่วงวิกฤตปลอมแปลงเลขบัญชีหวังโกยเงินเข้าบัญชี ก่อนถูกชาวเน็ตจับได้ว่าเป็นเลขบัญชีปลอม ต่อมาทางธนาคารออมสิน ได้ออกมาโพสต์ผ่าน GSB Society ว่า ได้อายัดบัญชีดังกล่าวแล้ว และในตอนนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเรื่องนี้ ทาง บก.ปอท.ได้เฝ้าระวังและตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ถ้าผู้กระทำมีเจตนาที่จะให้ประชาชนหลงเชื่อว่าบัญชีที่เขาโพสต์และมีรูปคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์อยู่เป็นบัญชีทีรับบริจาคช่วยน้ำท่วมจริง อันนี้น่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และยังจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) โดยทุจริตนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันจะทำให้ประชาชนเกิดความเสียหาย มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในกรณีข่าวปลอมบัญชีธนาคารรับเงินบริจาคน้ำท่วมของคุณบิณฑ์ มีประชาชนสนใจเป็นจำนวนมาก พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท.ได้สั่งการมาให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท.เชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเจ้าของบัญชี ธนาคารออมสิน คนที่โพสต์เฟซบุ๊ก ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 24 ก.ย เวลา 10.00 น. ที่บก.ปอท. เบื้องต้นจะให้ชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องตามความเป็นจริงก่อน ในส่วนของฝ่ายสืบสวน บก.ปอท.ก็จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบในการดำเนินคดีต่อไป 

“ฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่าการกระทำลักษณะนี้อย่าทำเลย พี่น้องที่ประสบอุทกภัยก็ได้รับความเดือดร้อนยากลำบากพอดูอยู่แล้ว การที่คนมีจิตอาสาเสียสละลงพื้นที่น้ำท่วมเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ลงพื้นที่เปิดรับบริจาคนำเงินไปช่วยเหลือพี่น้องเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ดี ขออย่าใช้ช่องทางนี้ในการฉกฉวยประโยชน์ซ้ำเติมพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนอีกเลย นอกจากมีโทษทางกฎหมายที่ค่อนข้างสูงแล้วยังเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำผิดทั้งศีลธรรมและทุกอย่างขอฝากด้วย”พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าว