“หมอเรวัต”อภิปรายชำแหละกองทุน สสส.

2019-09-12 17:25:14

“หมอเรวัต”อภิปรายชำแหละกองทุน สสส.

“หมอเรวัต”อภิปรายชำแหละกองทุน สสส. ปี 2561 พบมีการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีกระทรวงการคลังกำหนด ใช้จ่ายเงินเกินกรอบอนุมัติ 258 ล้านบาท ยอดภาระผูกพันเงินอุดหนุนโครงการสูงถึง 4,490 ล้านบาท ถามสัญญามี 2 ลักษณะ เอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเงินหรือไม่ สรรพากรให้หักภาษี ณ ที่จ่ายแต่ไม่ดำเนินการ กลับเปลี่ยนรูปแบบสัญญาแบบเดิมเป็นสัญญาตัวแทนแล้วหักภาษี ณ ที่จ่าย

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีวาระรับทราบรายงานตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 ประจำปี 2561 โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ทั้งนี้ได้มี ส.ส.แสดงความจำนงอภิปราย 15 คน

นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ได้อ่านรายงานประจำปี 2561 ของกองทุน สสส. แล้วเป็นรายงานผลงาน งบการเงิน และรายงานของผู้สอบบัญชี โดยผู้สอบบัญชีได้แสดงความเห็นไว้หลายประเด็น ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่ากองทุนจะดำเนินต่อไปได้อย่างไรหากมีหนี้สินสูงถึง 4,490 ล้านบาท นอกจากนั้นยังพบว่ามีการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีที่กระทรวงการคลังกำหนด ที่สำคัญอาจมีการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย ขอตั้งคำถามต่อผู้จัดการกองทุนและคณะ 1.ทำไม สตง.จึงออกความเห็นต่องบการเงินของ สสส. อย่างมีเงื่อนไข ทำไมยอดรวมค่าใช้จ่ายการดำเนินงานจำนวน 4,610 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ คำถามคือ กองทุนมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ยังไม่ได้บันทึกบัญชีอยู่เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ นอกจากนั้นยังมีรายงานที่เป็นข้อจำกัดระบบขอถามว่า ข้อจำกัดของระบบบัญชีจ่ายนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร และยังมีรายงานว่า ยอดรวมค่าใช้จ่ายปี 2561 ไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี ที่กระทรวงการคลังกำหนด แสดงว่ายอดรวมค่าใช้จ่าย ในหลายปีก่อนหน้านี้ก็ไม่ถูกต้องด้วยใช่หรือไม่

นพ.เรวัต กล่าวต่อว่า 2. ทำไมกองทุนจึงมีการใช้จ่ายเงินเกินกรอบอนุมัติวงเงินถึง 258 ล้านบาท ทำไมการใช้เงินเกินกรอบอนุมัตจึงไม่ขออนุมัติจากคณะกรรมการกองทุน สสส. ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ทำไมกองทุนจึงมียอดภาระผูกพันเงินอุดหนุนโครงการสูงถึง 4,490 ล้านบาท แต่ยอดรวมทรัพย์สินมีเพียง 1,829 ล้านบาท แสดงว่ากองทุนมีหนี้สินล้นพ้นตัวใช่หรือไม่

“กองทุนได้รับหนังสือจากกรมสรรพากร ด่วนที่สุดที่ กค 0723/577 ลงวันที่ 2 ต.ค.2558 ให้กองทุนดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้รับเงินให้เป็นไปตามหนังสือกรมสรรพกร ทำไมกองทุนจึงไม่ดำเนินการใด ๆ และทำไมในเดือน ก.ค.2560 กองทุนจึงเปลี่ยนรูปแบบสัญญาแบบเดิม เป็นสัญญาตัวแทนแล้วหักภาษี ณ ที่จ่าย จากเฉพาะผู้แทนที่รับส่วนของค่าตอบแทนเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นไปตามหนังสือของกรมสรรพากร ในกรณีนี้อาจเป็นการช่วยเหลือให้ผู้รับเงินหลบหนีภาษีหรือไม่ ดังนั้นขอให้ประธานในที่ประชุมสั่งให้กองทุน สสส. ส่งสำเนากรมสรรพากร และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ตนที่สภาฯเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป ทำไมข้อตกลงการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพจึงมีสัญญาเป็น 2 ลักษณะ คือ สัญญาจ้างทำของ และ สัญญาตัวแทน แปลว่าอะไร เป็น 2 มาตรฐานหรือเปล่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเงินหลบหนีภาษีหรือไม่ ทำไมต้องมี 2 มาตรฐาน”นพ.เรวัต กล่าว ขอให้ท่านประธานสั่งให้ สสส. ส่งสำเนาหนังสือกรมสรรพากรด่วนที่สุด กค 0710 / 6611 ลงวันที่ 22 ส.ค. 2561 และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ตนที่สภาฯ เพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะมีใครมีความผิดอาญาตามประมวลรัษฎากรหรือไม่

นพ.เรวัต กล่าวต่อว่า ตนมีข้อห่วงใยว่ากองทุนจะดำเนินการต่อไปได้อย่างไร ถ้ามีปัญหาจากหนี้สิ้นล้นพ้นตัว และช่วยเหลือผู้รับเงิน ดังนั้นควรเสนอให้ยกเลิกกองทุน หรือหยุดการดำเนินงานกองทุนหรือไม่

นพ.เรวัต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตร มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 17 พ.ย.2559 แจ้งว่ากองทุนมีภาระต้องคืนเงินค่าสแตมป์ยาสูบ จำนวน 1,254 ล้านบาท คำถาม คือ จะเอาเงินที่ไหนมาคืน และจะคืนอย่างไร ให้หน่วยงานใดระหว่างกรมสรรพสามิต กรมสรรพากร หรือบริษัทบุหรี่ แล้วจะไปไล่เบี้ยจากผู้รับเงินอย่างไร กรณีการคืนเงินให้บริษัทบุหรี่ได้มีระบุไว้มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้นขอให้ประธานสั่งกองทุนส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ตนที่สภาฯเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป


Advertisement



แท็กที่เกี่ยวข้อง