นายกฯ ลั่นกำจัดมอดไม้ให้สิ้นซาก

2017-08-07 11:50:20

นายกฯ ลั่นกำจัดมอดไม้ให้สิ้นซาก

นายกรัฐมนตรีร่วมปลูกต้นไม้ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตามโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน หวังเพิ่มพื้นที่สีเขียวกว่า 50,000 ไร่ บอกให้ปลูกป่าในใจคนให้ดูแลหวงแหนไม่ใช่ปลูกแล้วทิ้ง ลั่นต้องกำจัดคนตัดไม้ให้ได้

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมสานต่อแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต.มหาพราหมณ์ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ร่วมปลูกต้น "ยางนา" ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกอบอุ่นในการพบปะประชาชนกว่า 5,000 คน ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยรัฐบาลได้เห็นชอบโครงการประชารัฐที่ประกอบด้วยรัฐ ประชาชน และเอกชนในหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือการขยายพื้นที่ป่า ตามแนวทางพระราชดำริ ซึ่งประเทศไทยนับว่าโชคดีที่มีรัชกาลที่ 9 และ รัชกาลที่ 10 ทรงสานต่อพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 และนำมาปรับใช้ โดยรัฐบาลได้น้อมนำมาให้ประชาชนมาปฏิบัติโดยให้เดือดร้อนน้อยที่สุด โดยเฉพาะประชาชนที่บุกรุกพื้นที่ป่า

Advertisement




"การปลูกป่าในใจคนได้ยินเสมอมา แต่คนตัดไม้ไม่รู้มีหรือไม่ หรือตัดไม้ในใจคนตัดตั้งแต่หนุ่มจนแก่ คนเหล่านี้ต้องกำจัดให้ได้ ปลูกป่าแล้วต้องรักหวงแหน ไม่ใช่ปลูกแล้วทิ้งปีหน้าปลูกใหม่ ตายแล้วขอใหม่ไม่ให้ ทำอะไรต้องมีผลสัมฤทธิ์ พื้นที่ป่าเกิดขึ้นมาก็ไม่เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องปลูกทุกพื้นที่ แต่ปลูกในพื้นที่เพาะปลูก ไม่ใช่ตัดมาไม่มีรากแก้ว ต้นไม้บางส่วนต้องปลูก ไม่อย่างนั้นวันข้างหน้าจะมีแต่ในหนังสือ" นายกฯ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การปลูกต้นไม้อย่าปลูกแบบเข้าแถว ให้ปลูกเป็นกลุ่ม และควรปลูกต้นไม้ที่ออกดอกสวยงามเป็นทางท่องเที่ยวเข้าป่า ให้เป็นแนวสวยงามเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องดูแลไม่ให้ใครมาละเมิด และขอให้ตั้งศูนย์เพาะพันธุ์ไม้ของท้องถิ่นในแต่ละจังหวัด โดยให้ปลูกตลอดไปไม่ใช่แค่ 5 ปีตามโครงการ เพราะการปลูกป่าจะช่วยในการชะลอน้ำท่วมโดยเฉพาะในภาคเหนือ เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติมีความเชื่อมโยงกันทั้งโลก

Advertisement




ทั้งนี้ งานดังกล่าว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบร่วมกับทุกภาคส่วนดำเนินการแจกกล้าไม้ ติดตามผลการปลูกอย่างต่อเนื่องทั้ง 77 จังหวัด ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม่ต่ำกว่า 50,000 ไร่ ซึ่งในวันนี้จะนำร่องปลูกป่าจำนวน 205 จุดพร้อมกัน สำหรับประชาชนที่สนใจร่วมปลูกต้นไม้ สามารถไปรับกล้าไม้ที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 15 กันยายนนี้ โดยนำสำเนาบัตรประชาชนมาแสดงเป็นหลักฐานด้วย ซึ่งมีการเตรียมไว้ให้กว่า 10 ล้านต้น