ว้ายขอดูหน่อยสิ !! “ดีเจนุ้ย” ขวัญหนี ! เจอโรคจิตโชว์คลิปสยิวกลางรถไฟฟ้า (มีคลิป)

2019-09-08 17:55:10

ว้ายขอดูหน่อยสิ !! “ดีเจนุ้ย” ขวัญหนี ! เจอโรคจิตโชว์คลิปสยิวกลางรถไฟฟ้า (มีคลิป)

ดวงเฮง งานเยอะจริงๆ สำหรับ พิธีกรชื่อดังอย่าง "ดีเจนุ้ย" ที่ตอนนี้งานล้นมือเอามาก ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวเจอโรคจิตเปิดคลิปโป๊บนรถไฟฟ้า แถมยังมีข่าวเมาท์ว่าดีเจนุ้ยนั่นหยิ่งมาก ไปไหนมาไหนต้องปิดบังหน้าตาตลอด ล่าสุด ดีเจนุ้ย ได้เปิดใจเรื่องราวความพีคแบบหมดเปลือก มาดูกันสิว่าจะฮาแตกจนน้ำตาไหลกันไปข้างนึงเลยหรือเปล่า ?

ก่อนที่มาเป็นดีเจนุ้ย เคยทำเบื้องหลังมาก่อน เห็นว่าเคยเป็นนักข่าว ?
ดีเจนุ้ย : นุ้ยเป็นนักข่าวบันเทิง แต่สามารถบุกไปโรงพัก โรงพยาบาล ศาล วัด อะไรพวกนี้

Advertisement





ข่าวไหนที่ภูมิใจที่สุด ?
ดีเจนุ้ย : ข่าวที่ซ่อนกล้องไปสถานีโทรทัศน์รายการหนึ่ง เพื่อจะไปถามความคืบหน้าความรักของนางสาวไทยคนหนึ่ง

Advertisement




เห็นว่ายามโดนไล่ออกมา ?
ดีเจนุ้ย : ใช่ครับ แล้วนางงามคนนั้นก็มีโทร.ด่าเจ้าของบริษัท เราก็เลยตัดสินใจว่าอยู่ไม่ได้แล้ว ถึงขั้นไล่ยามออกแล้วก็โทร.ด่าเจ้าของบริษัท โอ๊ยยย อยู่ไม่ได้ละ เราเป็นเด็กตัวเล็กๆ เราลาออกก่อนเลยฮะ นุ้ยรู้สึกมาตลอด รู้สึกผิดเก็บความรู้สึกนั้นมาโดยตลอด นุ้ยเลยหยุดทำข่าวบันเทิงเลย

แล้วตอนนั้นนุ้ยนางสาวไทยโกรธไหม ?
นุ้ย : จริงๆ แล้วความที่สมัยนั้นเราไม่ได้อยากพูดเรื่องความรักเท่าไหร่ เราก็รู้สึกว่าทำไมมาบอกเราอีกอย่างหนึ่ง ถ้ามาถามเราตรงๆ ก็ถามได้ไม่เป็นไร แต่ว่ามาบอกเราว่าจะสัมภาษณ์อย่างหนึ่งแล้วมาบอกอีกอย่าง เราไม่ได้โทษคนทำงานก็เลยโทร.ไปหาคนที่คิดรายการขึ้นมาบอกว่าอย่าทำแบบนี้เลย

Advertisement





ตอนนั้นเหมือนไปพูดข่าวแล้วโดนพี่เป๊ก สัณชัย สายตรงเลย รู้สึกยังไงบ้าง ?
ดีเจนุ้ย : ใช่ๆ แต่คือนุ้ยโดนสายตรงเยอะมาก ตอนพี่เป๊กโทร.มาก็กลัว เราก็ขอโทษไป แต่นุ้ยไม่ได้เจอแค่พี่เป๊กนะ นุ้ยยังเจอสายที่โทร.มาขู่เลยนะ แบบว่านุ้ยถามเขาว่าได้เบอร์มาจากไหน เขาบอกไม่ต้องรู้หรอก นุ้ยบอกพี่ใจเย็นๆ นะ เขาบอกผมใจเย็นถ้าผมใจร้อนคุณก็รู้ผมเป็นยังไง ตอนนั้นก็ยืนสั่นอยู่ในลิฟต์ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เน้นความน่ารักสดใส นายมาบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องแรงมากก็ได้ ตอนแรกเราอินกับการจัดรายการ เต็มที่แฉก็คือแฉ พอนายมาบอกเราก็ดึงความเป็นตัวเรากลับมาเน้นความสนุก จนปีหลังๆ นุ้ยเบื่อข่าวบันเทิงแต่บอกใครไม่ได้ ณ ตอนนั้นนุ้ยยังนั่งอยู่ในตำแหน่งแฉแต่เช้าอยู่ จนวันหนึ่งเราตัดสินใจเซย์ กู๊ด บาย



Advertisement



เห็นว่ามาทำงานแรกๆ โดนแอนตี้จากแฟนคลับ ?
ดีเจนุ้ย : ใช่ จะบอกว่าแฉแต่เช้าตอนนั้นดังมาก แล้วพี่กฤษ์กับพี่มดดำทำได้ดีมาก แล้วถ้าคนอื่นมาจัดแทน เขาจะรับไม่ได้ ก็จะ sms มาถามว่ามานั่งในช่วงเวลานี้ได้ไง คือนุ้ยเป็นดีเจใหม่โนเนมไม่มีใครรู้จัก พอเข้าไปนั่งปุ๊บ 1 ปีเต็มๆ ไม่ใช่แค่ด่าผ่าน sms นะก็คือด่านุ้ยเป็นกระทู้พันทิป แบบเธอเป็นใคร หัวเราะน่ารำคาญมาก ตอนนั้นก็นอยด์ ท้อ แต่ก็ต้องทำผู้ใหญ่ให้โอกาสเราให้พิสูจน์ตัวเองต่อ แล้วหลังจาก 1 ปีผ่านไปคนเดินเข้ามาขอบันทึกเสียงหัวเราะหน่อยได้ไหม หัวเราะให้พี่ฟังหน่อยได้ไหม

กว่าจะมาถึงวันนี้ก็มีคนเมาท์เยอะมากว่าแบบอยากเป็นดาราจนตัวสั่น ?
ดีเจนุ้ย : ถามว่าชอบงานในวงการบันเทิงไหม คือชอบงานในวงการ ตั้งแต่เด็กๆ มีความใฝ่ฝันที่จะเข้าวงการบันเทิง แต่พอส่องกระจกดูหน้าตัวเองก็ตกใจ ลำพังตัวเองยังตกใจแล้วคนอื่นคงตกใจแน่ๆ เมื่อก่อนอยากเป็นนักร้อง มีพี่โบ สุนิตา เป็นไอดอลพี่โบบอกเขาเป็นนักร้องเพราะความฝัน นุ้ยก็มีความฝัน นุ้ยเคยประกวดเดอะสตาร์ไม่ปี 1 ก็ปี 2 ที่คนยังไม่ต่อแถว คือเราเป็นคนมีความฝันแต่ไม่พยายาม ดึกไปก็กลับบ้าน เวที AF ก็เคยไป ตอนนั้นเป็นนักข่าวแล้ว



Advertisement



อย่างนุ้ยชอบเจอโรคจิตใช่ไหม ?
ดีเจนุ้ย : ไม่คิดว่าตัวเองจะเจอเซ็กส์โฟน ถ้าเป็นยุคนี้จะรับสายฟังแล้วสู้กับมัน แต่ยุคนั้นมันตกใจยังเด็กอยู่ คือตอนนั้นเขาไม่พูด พอรับก็คางเลย สักพักเราก็วางแล้วเขาก็โทร.มาอีก เราก็ตัดสินใจโพสต์เบอร์ไปเลย แล้วแฟนๆ ที่ติดตามเราโทร.ไปด่าเขา จนเขาปิดเบอร์หนี กลับมารู้ตอนหลังเป็นแฟนคลับคนนึงของคลื่นวิทยุเรา เหมือนมีอาการทางจิต

แล้วอะไรที่บอกว่าเขาเป็นมิจฉาชีพ ?
ดีเจนุ้ย : เขามาบอกคนที่คลื่นว่าเขาตาบอด แล้วคนในคลื่นพยายามจะช่วยเขา แล้วเขาก็ไปงานคลื่นด้วยสมัยก่อน แต่ก็มานั่งคิดว่าทำไมตาบอดแล้วเดินได้ แต่เขาไม่ได้หลอกเงิน หลอกทองอะไรเรา นอกจากใครอยากจะช่วยเขา



พอเราเจออะไรแบบนี้เรามีวิธีการจัดการไหม ?
ดีเจนุ้ย : นี่ไงโพสต์เบอร์ไปเลย จริงๆ โรคจิตอย่างเดียว เราอย่าไปกลัวเขา นุ้ยเคยเจอบนรถไฟฟ้าด้วย คือมีผู้หญิง 2 คนเขากรี๊ดแล้ววิ่งไปอีกโบกี้นึง เราก็ไปนั่ง แล้วเขาก็ถือโทรศัพท์มานั่งข้างๆ เราเลย แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหัวเราะ ฮึฮึ แล้วเราก็มองไปที่โทรศัพท์เขาเป็นคลิปหนังกำลังภายใน เป็นคิวบู๊กำลังแทงกันอยู่ ทางเราก็ตกใจ แต่ต้องตั้งสติ แต่ถ้าเป็นยุคนี้นุ้ยจะตะโกนเลยว่า อีโรคจิต แต่ยุคนั้นสิ่งที่เราทำมันกลายเป็นเขาตกใจเรา เพราะเราดูคลิปกับเขาไปด้วยพักหนึ่ง มันก็เลยตกใจเรา ว่าทำไมเราไม่ตกใจเหมือนผู้หญิงสองคนนั้น แต่หัวเราต้องคิดต่อว่าเราจะหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ได้ยังไง โดยการที่ถึงสถานีพอดีประตูรถเปิด ไมออก สู้ แต่เราหาจังหวะเวลาประตูกำลังจะปิดวิ่งกระโดดสวนประตูออกไปเลย ออกไปโทร.หาเพื่อนมือไม้สั่น



อะไรแบบนี้คิดว่าเป็นบททดสอบเราไหมที่เราบอกว่าเราถือพรหมจรรย์ ?
ดีเจนุ้ย : ถือตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ เป็นบททดสอบที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต หลายครั้งที่เราเดินผ่านกระจกก็รู้สึกว่าเราสวยนะ ดูดี แต่เราเป็นบททดสอบของชีวิต และเป็นบททดสอบที่เราเชื่อว่าเบื้องบนทดสอบเราให้อดทน เพื่อแลกกับความสำเร็จ

คิดว่าการถือพรหมจรรย์นี้จะเหมือนเป็นบุญส่งมาหาเราหรือเปล่า เกี่ยวไหม ?
ดีเจนุ้ย : คือนุ้ยไม่รู้นะ แต่ว่ามันมีอะไรพิเศษๆ ไม่งั้นเขาจะเอาไปแห่กันหรอ คือเขาต้องเลือกคนบริสุทธิ์ก่อนจะไปทำพิธี พูดไปก็เป็นปมของนุ้ย ถ้าวันใดเราพลาดขึ้นมาก็เลยไม่อยากเชื่ออะไรมากมาย แต่ว่าเราสามารถหยุดฟ้า หยุดฝนได้ อีเวนต์ไหนอยากไล่ฝน นุ้ยรับสตาร์ตที่ 3 แสนบาท งานรอดทั้งงาน แลกกับเงินแค่นี้ถือว่าคุ้ม




มีอีกข่าวหนึ่งที่เขาเมาท์กันว่าพอดังแล้วทำตัวเป็นเซเลบปิดหน้า ปิดตา เดินตลาดไม่ได้ ?
ดีเจนุ้ย : ไม่ได้หยิ่ง ตอนนี้เวลาไปไหนมาไหน นุ้ยชอบใส่แมสก์เอาไว้ เวลาขึ้นเครื่องบิน แล้วมีคนเดินมาบอกว่าจำได้นะใส่ทำไม โอ๊ย ไม่ต้องใส่หรอก รู้อยู่แล้วว่าใคร แต่เจตนาของนุ้ยคือนุ้ยไอมาประมาณ 1 เดือน ก็คือนุ้ยพักผ่อนน้อย ป่วยง่าย ก็ฉีดวัคซีนไว้ตลอดเพราะไม่อยากให้ป่วยหนัก ไปหาหมอฉีดยาแล้วกำลังจะหายก็ป่วยซ้ำไปอีก ก็เลยแบบไปไหนมาไหนจะใส่แมสก์ แต่เราก็เข้าใจแฟนๆ ที่เขาคิดว่าเราหลีกเลี่ยงเขาหรือเปล่า หรือเราไม่อยากคุยกับเขาหรือเปล่า ไม่ใช่นะคะ คือเราไม่สบาย ป่วยง่าย เราเลยจำเป็นต้องใส่แมสก์เอาไว้



คลิปสัมภาษณ์ : ดีเจนุ้ย