ปชป.แย้มสเปคผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เป็นนักบริหารมืออาชีพ

2019-09-08 15:55:30

ปชป.แย้มสเปคผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เป็นนักบริหารมืออาชีพ

ปชป.เผยผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ยังอยู่ระหว่างกระบวนการสรรหา ระบุคุณสมบัติเป็นนักบริหาร เป็นมืออาชีพ รู้งาน กทม.สามารถทำงานได้ทันทีหากได้รับเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 8ก.ย.ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) คณะกรรมการอำนวยการยุทธศาสตร์ กทม. ได้จัดสัมมนา รวมพลัง กทม. ปชป.สู่ชัยชนะ โดยมี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจ และอดีตผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานเปิดการสัมมนา


โดย นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ผ่านมา 15 ปี สำหรับการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ครั้งแรกของตัวเอง ดังนั้นพฤติกรรมหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในยุคสมัยใหม่ ที่มีการสื่อสารทางออนไลน์มากขึ้น แต่สิ่งที่เหมือนเดิม คือ ความต้องการของคน กทม. ที่อยากให้มีการแก้ไขปัญหาจราจร สภาพแวดล้อมที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มีอุดมการณ์ในการที่จะสนับสนุนการกระจายอำนาจ ทั้งนี้ จะต้องทำให้คน กทม.รู้ว่า พรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนแปลงเข้าใจโลกและร่วมสมัย

ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ยังอยู่ระหว่างกระบวนการสรรหา ซึ่งมีทั้งผู้ที่สนใจลงสมัครและที่พรรคมีความสนใจ โดยจะนำรายชื่อทั้งหมดมาพิจารณาจากความรู้ความสามารถในการทำงานเกี่ยวกับ กทม. มีความเป็นนักบริหารมืออาชีพเพราะ กทม.มีความจำเป็นต้องใช้ทักษะเหล่านี้ค่อนข้างสูง


ส่วนที่มีชื่อของ นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ มาดามแป้ง นั้น นายองอาจ กล่าวว่า เป็นบุคคลที่ประชาชนสนใจ และทุกครั้งที่มีการเลือกผู้ว่าฯ กทม. ประชาชนคาดหวังให้ลงสมัครมาโดยตลอด ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ตั้งเป้าว่า ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.จะต้องเป็นหน้าใหม่หรือหน้าเก่า แต่จะพิจารณาถึงความเป็นนักบริหาร เป็นมืออาชีพและรู้งานของ กทม.ซึ่งสามารถทำงานได้ทันทีหากได้รับเลือกตั้ง

นายองอาจ ยังกล่าวถึงคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ กทม.ที่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา พรรคไม่ได้รับเลือกตั้งว่า ปกติชาว กทม.จะพิจารณาการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง แยกออกจากกัน เช่น สมัยที่นายอภิรักษ์ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ครั้งแรก และได้รับชัยชนะ แต่ 6 เดือนต่อมา มีการเลือกตั้งทั่วไป พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.กทม.เพียง 4 คนเท่านั้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ชาว กทม.จะพิจารณาการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง โดยดูเฉพาะองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในครั้งนั้นๆ

นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่จะต้องแสวงหาความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพราะฉะนั้น จะต้องเริ่มต้นจากกรรมาธิการ ที่เป็นจุดเริ่มในการแสวงหาความร่วมมือ เรื่องนี้ไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งสามารถทำสำเร็จได้โดยพรรคเดียว ดังนั้นกระบวนการจึงต้องทำให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมมากที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง