ชาวกะเหรี่ยงขอบคุณ “ดีเอสไอ”พบหลักฐานฆาตกรรม“บิลลี่”

2019-09-04 17:35:14

ชาวกะเหรี่ยงขอบคุณ “ดีเอสไอ”พบหลักฐานฆาตกรรม“บิลลี่”

เครือข่ายชาวกะเหรี่ยงเข้ามอบช่อดอกไม้ขอบคุณ “ดีเอสไอ” ติดตามค้นหาจนพบหลักฐาน “บิลลี่” ถูกฆาตกรรม พร้อมเรียกร้อง 4 ประเด็น ด้านรองอธิบดีดีเอสไอแย้มมีกลุ่มผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผย

จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงพบชิ้นส่วนกระดูกของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ “บิลลี่” แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่เสียชีวิตหลังหายตัวนานกว่า 5 ปี ถูกเผาอยู่ในถังน้ำมัน งมเจอบริเวณสะพานแขวน หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ผลตรวจดีเอ็นเอตรงกับมารดาของบิลลี่ โดยสรุปว่าถูกฆาตกรรมเสียชีวิต พร้อมเร่งสอบสวนดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.เครือข่ายชาวกะเหรี่ยงเข้ามอบช่อดอกไม้ และยื่นหนังสือต่อ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสิบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอบคุณและเป็นกำลังใจที่สามารถติดตามค้นหาจนพบหลักฐานว่าบิลลี่ถูกฆาตกรรมเสียชีวิต

นายเกรียงไกร ชีช่วง กรรมการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงและชาวเล เปิดเผยว่า 5 ปีที่ผ่านมา ทางญาติของบิลลี่ และเครือข่ายชาวกะเหรี่ยงก็ได้รู้ความจริงเสียที ขอขอบคุณที่ดีเอสไอและขอเรียกร้องใน 4 ประเด็นคือ 1.ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ 2.ให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการชดเชยเยียวยาความเสียหายที่เกิดจึ้นให้กับครอบครัวของบิลลี่อย่างเป็นธรรม 3.อยากให้ช่วยผลักดันให้รัฐบาลพิจารณาเร่งรัดเข้าเป็นภาคีและให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ซึ่งรัฐบาลไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคี จึงไม่มีสภาพบังคับ เพื่อให้ประเทศไทยมีมาตรการเป็นไปตามหลักสากลของสหประชาชาติ ว่าด้วยการปกป้องคุ้มครองตวามปลอดภัยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน 4.ช่วยผลักดันให้รัฐบาลไทยเร่งรัดออกกฎหมายใหม่หรือแก้ไขกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐใช่อำนาจทางกฎหมายโดยมิชอบ เพื่อเป็นหลักประกันว่าประชาชนจะไม่ถูกกระทำโดยผู้ใช้อำนาจรัฐ

นายเกรียงไกร มั่นใจว่า ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จึงฝากบอกไปยังผู้ก่อเหตุ ให้ออกมายืดอกรับความจริง และรับสารภาพ แม้จะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม และอยากให้สังคมเข้าใจ มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา คนอยู่กับป่า เพราะเป็นวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ได้เป็นผู้บุกรุกป่า ตามที่เจ้าหน้าที่พยายามใส่ร้ายแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสิบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวน โดย พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ ผอ.กองอำนวยการปฎิบัติการคดีพิเศษภาค และทีมงาน ลงพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อสอบพยานที่เป็นชาวบ้าน และกลุ่มญาติของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ เพื่อติดตามคดี หลังจากพบหลักฐานว่าบิลลี่ถูกฆ่าเผายัดถังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากคดีคนหายกลายเป็นคดีฆาตกรรม จึงต้องเร่งทำคดีโดยการหาหลักฐานในพื้นที่ โดยเฉพาะการติดตามรถจักรยานยนต์ของบิลลี่ที่หายไปพร้อมกับเจ้าตัว ซึ่งได้ทำควบคู่กับการค้นหาศพของบิลลี่ เพราะถือเป็นหลักฐานสำคัญทางคดี แต่มาเจอชิ้นส่วนกระดูกของบิลลี่ก่อน ซึ่งวันนี้จะมีการสอบปากคำชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อเป็นเบาะแสในการค้นหาหลักฐานต่างๆ โดยเชื่อว่าชาวบ้านในพื้นที่จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนการสอบปากคำเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยังไม่ได้ดำเนินการ ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ยืนยันว่ามีกลุ่มผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผย

แท็กที่เกี่ยวข้อง