“จุรินทร์”หารือสภาหอการค้าฯเร่งรัดการส่งออก

2019-08-09 15:00:48

“จุรินทร์”หารือสภาหอการค้าฯเร่งรัดการส่งออก

“จุรินทร์” รุดหารือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เห็นชอบตั้งวอร์รูมร่วมระหว่าง “กระทรวงพาณิชย์-ภาคเอกชน” เร่งรัดการส่งออก แก้อุปสรรคการค้าชายแดน


เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 9 ส.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ประชุมร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมเครือข่ายหอการค้าไทย ซึ่งมีสมาชิก 123,932 ราย โดยเฉพาะในเขต กทม. 7,181 ราย หอการค้า 76 จังหวัด หอการค้าต่างประเทศ สมาคมการค้า และมหาวิทยาลัยหอการค้า โดยเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหารืออุปสรรคปัญหาร่วมกันกับผู้บริหารสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย


นายจุรินทร์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้มีความเห็นร่วมกันประการแรก จะตั้งวอร์รูมร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับภาคเอกชน ซึ่งในนั้นจะมีผู้แทนของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยด้วย เพื่อติดตามสถานการณ์หาทางออกร่วมกันเพื่อเดินหน้าการค้าของประเทศไทยสู่ตลาดโลก และมีความเห็นร่วมกันที่จะเร่งรัดการส่งออก โดยจะมีคณะทำงานเจาะลึกการส่งออกทั้งรายสินค้าบริการรายตลาด ทั้งนี้เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปสนับสนุนเป็นทัพหนุนและให้เอกชนเป็นทัพหน้าตามแนวที่ให้ไว้


นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ประการที่ 2 เห็นตรงกันว่าจะมีการเร่งรัดการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำหรับประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นหนึ่งประเทศอาร์เซ็ป (อาเซียน+6)ที่จะเร่งรัดให้จบภายในปีนี้ และเริ่มต้นพื้นการเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ประการที่ 3 เห็นตรงกันเรื่องเกี่ยวกับการค้าชายแดนมีความสำคัญอย่างยิ่งเป็นตลาดใหญ่อัตราการขยายตัวที่อย่างดี ซึ่งที่หอการค้าต้องการอยากเห็นคือเร่งรัดการเปิดด่านเพื่อการค้าขายชายแดนให้เป็นรูปธรรม ประการที่ 4 คือ ตั้งคณะทำงานร่วมกันขึ้นมาเพื่อหาทางออก เรื่องกฎหมาย ระเบียบต่างๆที่เป็นอุปสรรคทางด้านการค้า หรือ ไม่มีความทันสมัย โดยดำเนินการแก้ไขใช้ช่องทางรัฐสภาฯต่อไป นอกจากนี้ทางสภาหอการค้าฯยังได้เสนอตัวเข้ามามีส่วนร่วมในช่องทางการจัดจำหน่ายผลไม้ ที่กระทรวงพาณิชย์เพิ่งผ่านการทำข้อตกลง (MOU)กับภาคส่วนต่างๆ ไปก็จะเข้ามาเสริมเป็นกำลังสำคัญโดยใช้หอการค้าจังหวัดต่างๆ ภายใต้สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเพื่อการช่วยเหลือเกษตรกร


รายงานข่าวระบุว่า ในที่ประชุมทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังได้รายงานถึงความไม่สมดุลของแรงงานภาคการเกษตรกับจีดีพีของประเทศโดยแบ่งเป็นภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการแนวโน้มแรงงานไทยจะมุ่งสู่ภาคบริการมากยิ่งขึ้นและสัดส่วนภาคการเกษตรแรงงานลดลง


Advertisement



รายงานแจ้งว่าที่ประชุมได้หารือกันถึงเรื่องการค้าชายแดนและข้ามแดนโดยเสนอให้มีการเร่งรัดยกระดับด่านชายแดนที่เป็นด่านสำคัญทางการค้าทั้ง 6 ด้านคือ จุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน จุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 จุดผ่อนปรนพิเศษสิงขร จุดผ่อนปรนช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ และช่องทางการค้าทางธรรมชาติบ้านท่าเส้น จ.ตราด 


นอกจากนี้ตัวแทนสภาหอการค้าไทยต้องการให้ผลักดันการขยายช่องทางโลจิสติกส์ หรือ การลำเลียงสินค้าและการพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางฝั่งไทย เนื่องจากว่าได้มีการพัฒนาทางฝั่งชายแดนเพื่อนบ้าน เช่นพม่าค่อนข้างพร้อมก่อนแล้ว และยังได้หารือในเรื่องอุปสรรคทางค่าเงินและด้านแรงงานด้วย




Advertisement


แท็กที่เกี่ยวข้อง