นเรนทรา โมดี แจงเหตุเลิกสถานะพิเศษแคชเมียร์ ล้างก่อการร้าย

2019-08-09 06:30:38

นเรนทรา โมดี แจงเหตุเลิกสถานะพิเศษแคชเมียร์ ล้างก่อการร้าย

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ปราศรัยผ่านทางสถานีโทรทัศน์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า การตัดสินใจเพิกถอนแคชเมียร์ ในส่วนปกครองของอินเดีย ออกจากสถานะเขตปกครองตนเอง จะทำให้ดินแดนแห่งนี้ปลอด “การก่อการร้าย” โดยโมดี อ้างว่า กฎหมายมาตรา 370 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้สถานะพิเศษและอำนาจรัฐนั้น เป็นสาเหตุให้เกิด “การแบ่งแยกดินแดน, การก่อการร้าย, การเมืองแบบสืบตระกูล และการคอร์รัปชั่น” ในพื้นที่

โมดี แถลงออกสื่อครั้งแรกตั้งแต่ยกเลิกมาตรา 370 ว่า ในฐานะประเทศหนึ่ง พวกเราได้ตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องจากระบบในอดีต ประชาชนในจัมมูและแคชเมียร์ และเมืองลาดักห์ ถูกริดรอนสิทธิ์มากมาย ซึ่งถือเป็นอุปสรรคใหญ่ในการพัฒนาของพวกเขา และปัญหานี้จะไม่มีอีกแล้วในวันนี้

ผู้นำอินเดีย อ้างว่า การตัดสินใจดังกล่าว จะนำเสถียรภาพกลับมาสู่ดินแดนที่ควบคุมยากแห่งนี้ “พวกเราจะทำให้จัมมูและแคชเมียร์ ปลอดกลุ่มก่อการร้าย” และโมดีมั่นใจว่า ประชาชนในจัมมูและแคชเมียร์ จะเอาชนะกลุ่มแบ่งแยกดินแดน และก้าวไปข้างหน้าด้วยความหวังใหม่”

Advertisement




รัฐสภาอินเดีย ลงมติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เปลี่ยนสถานะรัฐจัมมูและแคชเมียร์ เป็นดินแดนสหภาพ ให้อำนาจรัฐบาลกลางในกรุงนิวเดลีเข้าบริหารภูมิภาคที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมแห่งเดียวของประเทศ พร้อมกับเพิ่มกำลังทหารหลายหมื่นนายเข้าประจำการในพื้นที่เพื่อรักษาความมั่นคง ป้องกันเหตุความสงบ และนักการเมืองคนสำคัญหลายคน ถูกกักบริเวณอยู่แต่ในบ้านพักด้วย

จัมมูและแคชเมียร์ ในส่วนที่อินเดียปกครอง ยังถูกปิดตายตัดขาดจากการสื่อสาร เนื่องจากทางการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ, อินเตอร์เน็ตและสายโทรศัพท์เป็นการชั่วคราว

Advertisement




ส่วนปากีสถานตอบโต้การตัดสินใจของรัฐบาลนิวเดลี ด้วยการปรับลดความสัมพันธ์ทางการทูต และระงับการค้าทวิภาคี แต่ปากีสถานก็แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ไม่ได้พิจารณาที่จะเลือกใช้มาตรการทางทหาร

ด้านนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เรียกร้องให้ทั้งปากีสถานและอินเดีย หลีกเลี่ยงการใช้มาตรการต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานะของจัมมูและแคชเมียร์ โดยกูเตอร์เรส ระบุในแถลงการณ์ฉบับหนึ่งว่า เขามีความวิตกกังวลเกี่ยวกับรายงานการควบคุมแคชเมียร์ในส่วนของอินเดีย ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค เลวร้ายลง

ทั้งนี้ แคชเมียร์ ถือเป็นพื้นที่ภูมิศาสตร์การเมืองที่ล่อแหลมอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นหนึ่งของพื้นที่ที่มีกองกำลังทหารประจำการมากที่สุดในโลกด้วย ทั้งอินเดียและปากีสถาน ต่างอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองดินแดนแคชเมียร์ทั้งหมด และเคยทำสงครามกันมาแล้วหลายครั้งในอดีตเพื่อแย่งชิงดินแดนแห่งนี้

Advertisement