เขาทำร้ายครอบครัวเรา “โน้ต” เอาเรื่องขั้นสุด เพจกุข่าวมั่วทำลูกสาวเสียหาย

2019-08-02 17:05:03

เขาทำร้ายครอบครัวเรา “โน้ต” เอาเรื่องขั้นสุด เพจกุข่าวมั่วทำลูกสาวเสียหาย

ปกป้องลูกในฐานะพ่อ “โน้ต เชิญยิ้ม” ควงภรรยาลูกสาว “อาต้อย – แตงกวา” เปิดใจหลังมีเพจกุข่าวมั่วว่าลูกสาวท้อง ถูกแซะป่วยโรคซึมเศร้าเรียก เพื่อร้องความสนใจ

เพิ่งออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของลูกสาวคนเดียวไปได้ไม่นาน หลังจากที่มีเพจหนึ่งลงข่าวมั่วจนให้เกิดความเสียหายไปก่อนหน้า ก็ทำเอาตลกรุ่นใหญ่ชื่อดังอย่าง “โน้ต เชิญยิ้ม” ปรี๊ดแตกจนต้องออกมาโพสต์ข้อความระบายกลางโซเชียล พร้อมลั่นว่าไม่ยอม จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเลยทีเดียว ล่าสุดอาโน้ต ก็ได้ควงทั้งภรรยา “อาต้อย” และลูกสาว “แตงกวา” มานั่งเปิดใจถึงข่าวคราวที่เกิดขึ้น ผ่านทางรายการ “คุยแซ่บ Show” ว่า… 




ตอนนี้เรื่องฟ้องเพจกุข่าวมั่วไปถึงไหนแล้ว ?

อาโน้ต : “จริงๆ ผมเป็นมนุษย์พ่อคนนึงแล้วผมก็ทำหน้าที่พ่อ ใครก็แล้วแต่ ไม่มีสิทธิ์มารังแกลูกผม เรามีหน้าที่คอยปกป้อง ส่วนดำเนินคดีเราแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ดแล้ว ลงบันทึกประจำวันไว้ ส่วนผลของคดี หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับเพจนี้ขั้นตอนมันมีอยู่ แต่ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ไม่ได้คอขาดบาดตายอะไร แต่คนที่ทำผิดต้องได้รับโทษที่คุณทำ เพราะคุณกำลังนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์”

Advertisement




เขาออกมาขอโทษแล้ว เราจะมีการยอมความไหม ?

อาโน้ต : “ทั้งส่งข้อความมาขอโทษ ทั้งให้คนที่คิดว่ามาพูดกับเราแล้วเราจะหยุดได้ แต่เราก็พูดไปว่าคนเราต่อให้รักกันขนาดไหน แต่บางเรื่องก็ขอกันไม่ได้นะ เขากำลังล้อเล่นกับความรู้สึก ความรู้สึกบางอย่างเรามองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ ซึ่งเขาก็ขอโทษ ลบข้อความออกแล้ว ส่งข้อความมาขอโทษ แล้วมีปลอมเป็นนักข่าวช่อง 31 ถามว่าคดีเป็นยังไง ผมอยากไปพบ อย่างโน้นอย่างนี้ คุยไปคุยมาผมรู้แล้วว่าไม่ใช่ เสียดายเราไม่ได้อัดไว้ตอนคุยโทรศัพท์”



อาโน้ตจะดำเนินการขั้นสูงสุด ?

อาโน้ต : “ถามว่ามันน่าจะต้องทำมั้ย ตามขั้นตอนมันต้องทำ คือที่เขาบอกว่าอาโน้ตอยู่ที่ไหนผมจะไปกราบขอโทษ ก็มาสิมากราบ มาขอโทษ เรื่องแบบนั้นไม่เป็นไร ทำไมผมต้องไปแจ้งความไว้ก่อน ตำรวจบอกดีแล้วมันจะได้ไม่หมดอายุความ ถึงแม้คุณจะลบแล้ว แต่เรียกว่าการทำผิดสำเร็จแล้ว

ผมมีลูกสาวคนเดียว เขารังแกขนาดนี้เรื่องไม่ขึ้นเป็นไปไม่ได้ ผมทำหน้าที่พ่อเท่านั้นเอง อีกอย่างเพจนี้เล่นเฉพาะลูกตลกเยอะมาก ลูกหม่ำ ลูกเท่ง โดนหมด ลูกเท่งหาว่าใช้เงินวันละเป็นหมื่น ลูกหม่ำใช้เงินวันละเป็นแสน ผมเถียงแทนได้เลย

ลูกเท่งเขาดูแลตลาดเท่ง เถิดเทิง อยู่นครนายก เขาก็มีเงินเดือนตรงนั้น ลูกหม่ำ ผมเคยโพสต์ว่าพวกเขาผิดตรงไหนที่เกิดเป็นลูกตลก พวกเราเป็นตลกลำบากมาก เมื่อเราพอมีบ้าง เราไม่อยากให้ลูกสัมผัสตรงนั้นเลยแค่นั้นเอง

เราไม่ได้สปอยลูกนะ ใครเคยยืนดูเขากินก๋วยเตี๋ยวเหมือนผมไหม แล้วผมภาวนาว่าคุณกินอย่าหมดเลย เพราะถ้าคุณลุกไปผมจะกิน หิวมากตังก็ไม่มี แล้วในเมื่อเรามีตังซื้อก๋วยเตี๋ยวเองได้เราอยากให้ลูกเราเป็นอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง ผมไม่ยอม ผมเป็นคนบ้านนอก เป็นคนจริง ผมกัดไม่เลิก”


Advertisement





กับข่าวที่เกิดขึ้นเรารู้สึกยังไงบ้าง ?

แตงกวา : “ตอนแรกหนูเป็นคนไม่ค่อยเสพข่าวโซเชียล คือหนูจะมีกรุ๊ปครอบครัว คุยกับครอบครัวอยู่แล้ว แล้วแม่ก็จะมีเพื่อนส่งมาว่าเขียนถึงหนูแบบนี้นะ หนูก็อ้าว… แล้วคนจะเข้าใจผิดหนูไปถึงไหน มาหาว่าหนูมีลูก ทั้งๆ ที่หนูยังไม่มี ไม่มีสามีเลยด้วยซ้ำ พอหนูเข้าไปดูในเพจ 500-600 กว่าแชร์ แล้วคอมเมนต์เป็นพันด่าทั้งนั้นเลย

หนูก็รู้สึกไม่ดี แล้วก็เสียใจ อย่างเช่นเนื้อข่าวบอกว่าเรื่องใช้เงินของลูกตลก แต่เนื้อหาที่เขียนถึงหนูมันเกี่ยวกับหนูมีลูก ไม่เกี่ยวกับหัวข้อข่าวเลย มันทำให้หนูเสียความรู้สึกแล้วเสียใจ จนหนูไปคุยกับป๊าว่าเราจะทำยังไงดี คือแบบนี้ไม่ได้หนูเสียความรู้สึกมาก”

อาโน้ต : “เขาเข้ามาเสียงสั่นป๊าหนูมีลูกแล้วหรอ แล้วผัวหนูล่ะ โอ้โห… คนเป็นพ่อ ทำไมถึงเป็นขั้นนี้ ซึ่งมันไม่ถูก”

พี่ต้อย : “พอรู้ก็ตกใจ เอาอีกแล้วเหรอพวกลูกตลก แล้วทำไมมันมาหนักที่ลูกเรา แล้วเราก็มีความรู้สึกเสียใจ เพราะลูกอยู่เฉยๆ แล้วทำไมข่าวที่ไม่เป็นความจริงมันเข้ามา”




ข่าวผ่านมาสักเดือนแล้ว ความรู้สึก ณ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?

แตงกวา : “ตอนนี้ดีขึ้น หนูพยายามที่จะเลี่ยงมัน พยายามหาอะไรทำให้หนูไม่คิดก็ดีขึ้นกว่าตอนแรกเยอะเลย”

เขาพยายามติดต่อเข้ามา แต่อะไรที่อารู้สึกว่าไม่ได้ อาโน๊ตบอกขอโทษได้ แต่เรื่องนี้ต้องไปต่อให้ถึงที่สุด ? 

อาโน้ต : “ผมอยากให้สังคมโซเชียลอย่ามารังแกคนอื่น ผมอยากให้เป็นบรรทัดฐานของกฎหมาย คนประเภทแบบนี้คุณต้องจัดการนะ ผมรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมกับการกระทำครั้งนี้”

วันนี้พี่ต้อยดูเศร้าๆ มีอะไรเครียดไหม ? 

พี่ต้อย : “ช่วงนี้ไม่มีแล้วค่ะ แต่ก่อนหน้านี้มีสงสารลูก เขาไม่สบาย เขาป่วย”



Advertisement



เห็นว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า สิ่งนี้ก็เลยยิ่งตอกย้ำให้คุณพ่อกับคุณแม่ห่วงขึ้นไปอีก ? 

อาโน้ต : “ลูกผม ผมไม่บอกให้รู้เลยว่าเขาเป็นโรคนี้ เรารักษาดูแลกันมา พยายามทำให้ลูกเราสมบูรณ์ให้ได้ อยู่ๆ มีเรื่องราวแบบนี้ บางคนอาจจะบอกว่ามันโพสต์แค่นี้เรื่องเล็กๆ ไม่เสียหาย แต่รูรั่วเล็กๆ ทำให้เรือสำเภาใหญ่ๆ จมได้นะ ถ้าเราไม่อุด ไม่รักษามัน

ผมรู้สึกไม่ใช่เรื่องเล็กนะ พอเขาพูดว่าก็เขาไม่รู้ว่าลูกมึงป่วย ถ้าเขารู้เขาคงไม่เขียน คือรู้ไม่รู้ก็ไม่สมควรทำแบบนี้ ผมตั้งแต่รู้ว่าลูกเป็น ไปหาหมอ เอายามากินถ้าลูกยังไม่ปิดไฟห้องนอน บางทีผมกลับมาจากทำงานก็ดึก บางทีแอบฟัง กลัวลูกจะทำร้ายตัวเอง เพราะโรคนี้ยิ่งรู้ยิ่งเข้าไปศึกษามันน่ากลัว แต่จริงๆ มันไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัว คนอยู่ใกล้ตัวเท่านั้นที่จะช่วยเรื่องนี้ได้”



คนที่ไม่เคยเป็นแล้วไม่เคยสัมผัสโรคนี้ จะคิดว่ามันเป็นอาการเรียกร้องความสนใจ อธิบายโรคนี้ให้ฟังหน่อย ? 

แตงกวา : “คนที่เป็นโรคซึมเศร้า มันไม่ใช่แค่ซึมแล้วเศร้าถึงจะเป็นได้ แต่มันจะมีอาการพ่วงหลายๆ อย่างด้วย อย่างเช่นคิดสั้น ทำร้ายร่างกาย อารมณ์แปรปรวน อย่างไปหาหมอเขาก็ให้เราทำแบบสอบถามว่าเราตรงข้อไหนบ้าง แล้วส่วนใหญ่ที่หนูทำคือตรงเกือบทุกข้อเลย คุณหมอวินิฉัยว่า หนูเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง ก็คือการคิดสั้นบ่อยๆ การทำร้ายร่างกายตัวเอง”



นี่คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้เลย ? 

อาโน้ต : “ผมเพิ่งมาเข้าใจว่าโรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นโรคเรียกร้องความสนใจ แต่เป็นโรคที่ให้คนรอบข้างเข้าใจอารมณ์ของเขา พอเรารู้ว่าเขาเป็นโรคซึมเศร้า เราก็มอง เออ...ใช่ เรามองข้ามปัญหาของลูก เสียใจ นั่งร้องไห้ นี่เกือบเสียลูกไปแล้วเหรอ ลูกผู้หญิงคนเดียวที่เราอยากได้เขาเหลือเกิน เมื่อมีแล้วมาโดนทำร้าย โดนรังแกทางจิตใจจากบุคคลที่ไม่น่าจะทำแบบนี้ เขาทำเพื่ออะไร มันก็เลยไปโกรธทางโน้นรุนแรง"

พี่ต้อย : “รู้ครั้งแรกก็ตกใจ เพราะเราไม่คิดว่าลูกจะเป็น ตอนเด็กๆ ก็จะดุเขาบ่อย เขาดื้อ แล้วเถียงเรา ปิดประตูเข้าห้องอยู่คนเดียวบ่อยมาก เราก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นแบบนี้ ก็รู้สึกเสียใจเหมือนกัน เราเลี้ยงลูกไม่ถูกหรือไง เราทำให้เขาเสียใจเหรอ”




Advertisement



ต้องทานยาไหม ? 

แตงกวา : “ทานค่ะ”

พี่ต้อย : “บางเพจบอกว่าเป็นโรคเรียกร้องความสนใจ”

อาโน้ต : “หาว่าอยากดัง เกาะพ่อดัง เรียกร้องความสนใจจากสังคม มันไม่มีประโยชน์ที่เราจะมาสร้างเรื่องอะไรแบบนี้ เพียงแต่อยากให้เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวของรอยยิ้ม แล้วคุณมารังแก มาเล่นกับความรู้สึกอย่างนี้ได้ยังไง”




วินาทีที่รู้ว่าลูกไปหาหมอด้วยโรคซึมเศร้า ตอนนั้นตกใจไหม ? 

อาโน้ต : “สงสาร เหมือนอกจะแตก คือผมอ่านเยอะ ผมรู้สึกว่าเราเลี้ยงดูมาขนาดนี้แต่อยู่ๆ มาเป็นโรคซึมเศร้า ประโยคแรกที่เข้ามาในหัวคือเราจะทำยังไง มันจะรักษาได้ไหม ใน 1-2 วันแรก ผมเครียดมาก เครียดแบบไม่เคยเครียดแบบนี้มาก่อน จะทำยังไงกับลูก ชะเง้อดูที่ห้องลูก เราพยายามทำให้เขายิ้ม วันไหนที่เขายิ้มตอบเรา เราก็จะมีความสุข ผมบอกไม่ถูกผมรักลูกมาก ลูกคือแก้วตา ดวงใจ

แล้วก่อนที่ผมจะรู้เขาเคยโพสต์ข้อความมาหาผมว่า “ที่หนูอยากมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ เพราะผู้ชายคนนี้ เพราะป๊า รักป๊า” 

โอ้โห...จะร้องไห้ ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เขาถึงส่งอันนี้มาให้ผม เหมือนเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่เลยถ้าไม่มีผม เรารู้สึกว่าใครไปทำอะไรลูก คุณแย่มาก คุณทำร้ายความรู้สึกของครอบครัวผมมาก คุณไม่น่าให้อภัย สังคมต้องช่วยกันลงโทษนะ คุณอย่าไปทำร้ายคนอื่นอีกเลย ขนาดผมเป็นครอบครัวที่เข้มแข็ง ผมยังดูอ่อนแอไปเลย"




หมอเตือนว่าอาจจะฆ่าตัวตายได้ แล้วแตงกวาก็เคยทำมาแล้ว ?

แตงกวา : “เอาเรื่องทำร้ายร่างกายก่อน ปกติหนูจะเป็นคนที่คิดเล็ก คิดน้อย มาตั้งนานแล้ว แต่เรื่องทำร้ายร่างกาย หนูเพิ่งเป็นตอนอยู่มหาวิทยาลัย เหมือนพอเครียดแล้วทำอะไรไม่ได้ก็จะทุบตัวเอง

เวลาหนูเสียใจมากๆ หนูก็จะจิกผมเหมือนระบายไม่ไหวแล้ว พยายามจะร้องไห้ออกมา แต่ที่หนักคือหนูคิดฆ่าตัวตาย มันเคยมีเหตุการณ์ที่หนูเครียดเรื่องเรียนมากๆ แล้วตอนนั้นหนูอยู่ทำงานที่มหาวิทยาลัยดึก ช่วงนั้นเหมือนเรื่องเยอะมาก ทั้งเรื่องเรียน เรื่องส่วนตัว เครียด แล้วก็ยืนอยู่ตรงกระจกชั้น 3 ของตึก ก็ยืนมองลงไป แต่เหมือนเพื่อนหนูรู้เขาก็เลยถามว่าคิดไรหรือเปล่าบอกได้นะ

จริงๆ ในใจตอนนั้นหนูคิด แต่เพื่อนรู้ทันก็ดึงเราไปคุย แล้วมีอยู่ครั้งนึงเครียดมากๆ อยู่ในห้องก็เทยาจะกิน แต่ว่าขมเลยถุยออกมา เหมือนทำไม่สำเร็จสักที แต่ถามว่าคิดไหมคือคิดบ่อย”



Advertisement





อ่านข่าวต่อ : "แตงกวา" เอ๋ย...พ่อจะปกป้องเจ้าเอง "ป๋าโน้ต" วอน !! ใครเจอตัวเพจมั่วข่าว โปรดลากมารับทัณฑ์


ขอบคุณรูปจากอินสตาแกรม : @notechernyim