นายกฯต้อนรับรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน

2019-07-11 15:25:53

นายกฯต้อนรับรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน

นายกฯเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน 10 ประเทศ พร้อมด้วยเลขาธิการอาเซียน หวังเป็นกลไกหลักในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหาร เสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับยุทธศาสตร์ ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน เผยที่ประชุมรับรองเอกสารความร่วมมือจำนวน 6 ฉบับ

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน 10 ประเทศ และเลขาธิการอาเซียน เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ADMM) ครั้งที่ 13


พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับ พร้อมขอบคุณทุกประเทศสมาชิกอาเซียน และสำนักเลขาธิการอาเซียนที่สนับสนุนการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่ผ่านมาจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และยินดีที่การประชุม ADMM ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 10 – 12 ก.ค. 2562 ณ โรงแรมแชงกรี - ลา กรุงเทพฯ ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี นายกรัฐมนตรีชื่นชมบทบาทเวที ADMM ที่มีผลลัพธ์เป็นรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่อง และหวังให้เป็นกลไกหลักในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหาร และเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับยุทธศาสตร์ในการร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือเพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน และขับเคลื่อนประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนให้สามารถรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องว่า ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างกระทรวงกลาโหมจะช่วยส่งเสริมความเป็นเอกภาพ และความเป็นแกนกลางของอาเซียน รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพให้มีความเข้มแข็ง จัดการกับความท้าทายด้านความมั่นคงของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมในทุกมิติ

พล.ท.วีรชน กล่าวต่อว่า ในมิติของความมั่นคงนั้น เราจะร่วมกันเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง และมีความไว้เนื้อเชื่อใจ รวมทั้งสามารถจัดการกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่สำคัญของภูมิภาค เช่น การก่อการร้ายอาชญากรรมข้ามชาติ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่มีพลวัตและยั่งยืนควบคู่ไปกับการมีเสถียรภาพทางสังคม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การแก้ปัญหาภายในภูมิภาคไม่สามารถดำเนินการได้โดยประเทศเดียว แต่ต้องร่วมมือกัน ภายใต้กฎบัตรอาเซียน ซึ่งจะทำให้อาเซียนสามารถเจรจาต่อรองในเวทีโลก ด้วยการใช้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ (one voice) เช่นในประเด็นการทำประมงที่ผิดกฎหมายฯ (IUU) ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบแต่เพียงด้านเศรษฐกิจและสังคม แต่มีผลกระทบด้านความมั่นคงต่อประเทศสมาชิกอาเซียนและประชาชนอาเซียนด้วย โดยสำนักงานเลขาธิการอาเซียนจะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงทุกประเทศเข้าด้วยกันในฐานะประธานอาเซียน ไทยมุ่งมั่นเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง และมีความไว้เนื้อเชื่อใจ สามารถจัดการกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงของภูมิภาคที่สำคัญ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่มีพลวัตและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการมีเสถียรภาพทางสังคม

Advertisement



ด้านรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ในฐานะตัวแทนรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี และประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ADMM ที่ไทยในครั้งนี้ โดยทุกประเทศสมาชิกพร้อมกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากประเด็นด้านความมั่นคงถือเป็นมิติที่สำคัญและเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว


ด้าน พ.อ.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เป็นประธานการประชุม รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ครั้งที่ 13 ในฐานะเจ้าภาพการจัดการประชุม ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กทม. โดยบรรยากาศในการประชุมที่ไทยเป็นเจ้าภาพ มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมเกียรติ เป็นกันเอง  โดยในที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันในการที่จะร่วมกันสร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นในภูมิภาค ตามที่ไทยได้ชูประเด็นความมั่นคงที่ยั่งยืน มีการแลกเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติ ในหลากหลายด้าน หลายมิติ และได้มีการทบทวนประเด็น กิจกรรมที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ เพื่อปรับปรุงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคและของโลก ในที่ประชุมได้มีการรับรองเอกสารความร่วมมือจำนวน 6 ฉบับได้แก่ 1) การประเมินผลการปฏิบัติของความคิดริเริ่มในกรอบADMM 2)บทบาทของฝ่ายทหารอาเซียนในการสนับสนุนการบริหารจัดการชายแดน 3)การขยายโครงสร้างการสื่อสารโดยตรงของประเทศสมาชิกอาเซียนไปยังประเทศคู่เจรจา 4)ขอบเขตการปฏิบัติงานโครงการ ASEAN Our Eyes 5)การจัดตั้งกลไกการประชุมแพทย์ทหารอาเซียน 6)แนวทางปฏิบัติในการปฏิสัมพันธ์ทางทะเล  พร้อมกันนี้ ได้ร่วมกันผลักดันการดำเนินนโยบายอื่นๆที่สำคัญที่เป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในภูมิภาค เช่น การแก้ไขปัญหา IUU Fishing ปัญหาการค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค เป็นต้น ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาการและการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อความมั่นคงในภูมิภาค โดยประชาชนจะได้รับความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต การค้า การลงทุน และการเดินทางไปมาหาสู่กันที่ดีขึ้น รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมไปพร้อมกัน และมุ่งแสวงหาความร่วมมือใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและความเจริญรุ่งเรืองของอาเซียนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง