“อิน บูโดกัน” ฟุ้งรักสามีตั้งแต่เห็นครั้งแรก เร่งฟิตหุ่นหวังอยากมีลูก

2019-07-10 12:15:23

“อิน บูโดกัน” ฟุ้งรักสามีตั้งแต่เห็นครั้งแรก เร่งฟิตหุ่นหวังอยากมีลูก

ชีวิตช่วงขาลง เปิดใจ “อิน บูโดกัน” ธุรกิจเจ๊ง มีหนี้เป็นล้าน พร้อมยอมเปลี่ยนรสนิยมความชอบ เพราะสามี เร่งบำรุงนับวันออกกำลังกายหวังมีลูก

อีกหนึ่งคนที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักมากๆ สำหรับนักร้องสาวห้าวเสียงดี “อิน อินทิรา ยืนยง” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อิน บูโดกัน” ที่หลายคนแล้วเป็นต้องขยี้ตารัวๆ ในความเปลี่ยนแปลงอยู่ไม่น้อย ซึ่งเจ้าตัวก็ฟิตหุ่นออกกำลังกายเพราะอยากจะมีลูก จนตอนนี้เป๊ะปังมากกว่าเดิม เพิ่มเติมคือแซ่บขึ้นเป็นกอง




พร้อมกันนี้สาวอินก็ได้มานั่งเปิดใจถึงอดีตที่ผ่านมา ในเรื่องรสนิยมทางเพศ ที่เจ้าตัวเคยมีแต่แฟนผู้หญิง จนกระทั่งเปลี่ยนใจเมื่อเจอสามีและอยากจะมีลูก ผ่านทางรายการ “คุยแซ่บ SHOW” ซึ่งงานนี้เจ้าตัวก็ได้เผยว่า…

ขออนุญาตถามเรื่องรสนิยมทางเพศ ตอนนั้นชอบผู้หญิงใช่ไหม ?

“ชอบ จริงๆ แล้วพี่ไม่ได้เป็นทอม แต่ชอบผู้หญิงหน้าเรียว แต่ตอนนั้นพี่เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อก่อนพี่มีแฟนเป็นผู้หญิงประมาณ 5 คน คบผู้หญิงรู้สึกสบายใจ สวยงาม อ่อนโยน เราก็ดูแลแฟน”


Advertisement





แล้วไปเปลี่ยนชอบผู้ชายตอนไหน ?

“ชอบสามีคนนี้ เห็นครั้งแรกคือชอบมากเลย มันอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ตอนนั้นพี่ก็เริ่มแต่งหน้า และคิดว่าสวยแล้วและสาวขึ้น พอเขารู้ว่าเราชอบเขาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทั้งเขาและเรามีแฟนด้วยกันทั้งคู่ แต่มันเริ่มพิเศษขึ้นเขาช่วยถือของและช่วยแบบนี้มาตลอด เราก็เก็บไปฝันชอบกูแน่ๆ เลย”

พอเริ่มพิเศษ เริ่มดูแลกัน ตัดสินใจคบกัน มันแตกต่างไหมระหว่างคบผู้หญิงกับผู้ชาย ?

“สำหรับพี่แตกต่างมาก เพราะพี่เป็นผู้หญิงที่ดูแลผู้หญิงมาตลอด เป็นลูกคนเดียวทำตัวเข้มแข็งทั้งที่ข้างในอ่อนแอ แต่พอเจอพี่จอห์นเราสู้เขาไม่ได้สักอย่าง เขาแมนกว่า 11 ปีผ่านไป กับข้าวช้อนแรกต้องตักให้อิน เวลาเดินลงบันไดเขาจะอยู่ข้างล่างเสมอ เขาจะกันเวลาเราพลาดเขาจะได้รับเรา เวลาฝนตกเขายอมเปียกเพื่อให้เราไม่เปียก แล้วจะหาผู้ชายแบบนี้ได้จากไหนนอกจากพ่อและจอห์น ตอนแรกไม่ชิน คือเราดูแลตัวเองได้”



Advertisement




ตอนไปเดทแรก จับมือกับผู้ชายรู้สึกขนลุกเหมือนจับมือผู้หญิงไหม ?

“จับมือจูงข้ามถนน เหงื่อแตกเลย เหมือนมีผีเสื้ออยู่ในท้อง วูบวาบ บอกไม่ถูก ถามเรื่งจูบแรกพี่เป็นคนจูบเขาก่อน เขาก็งง เขินๆ”

เคยคิดไหมว่าเขามาคบกับเรา เพราะอยากปราบทอมคนนี้ ?

“เคยคิด เขาก็ปราบแหละ จริงๆ พี่จอห์นบอกว่า ทุกคนมีข้อดี ข้อเสีย และข้อดีของอินที่เขารับได้ เขาหาจากผู้หญิงคนอื่นค่อนข้างยาก เขาก็เลยตัดสินใจ พอคบกันแล้วเวลาเขาพูดหรือเขาสอนอะไรต้องฟัง เพราะเขามีความคิดกว้างไกล พูดน้อยต่อยหนัก คืออินก็เปลี่ยนไปเลย

เพื่อนบอกอินกลัวผัว เขาอยากให้คนรักอินมากๆ เขาบอกว่าตอนที่เจออินครั้งแรกเขาก็ไม่ชอบอินนะ พูดจาเสียงดัง คืออินเป็นคนปากเสีย คิดอะไรก็พูดเลย ไม่ลำดับคำพูดก่อน ไม่อยากให้คนเกลียดอิน เขาบอกว่าเมียพี่น่ารักไม่อยากให้เราแสดงความไม่น่ารักกับคนอื่น”


อันนี้เรียกว่ารักเขาจนชอบเปลี่ยนตัวเองไหม ?

“ใช่ เพราะว่าชีวิตนี้ก็หาไม่ได้แล้ว”

ทุกวันนี้แต่งงานมา 3 ปี ยังแอบมองผู้หญิงสวยๆ อยู่ไหม ?

“มอง แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม เพราะเรามีจอห์น แต่ถ้าไม่มีจอห์นอีกเรื่องหนึ่ง”




3 ปี แต่งงานกันมามีอะไรต้องปรับเยอะไหม ?

“อินี่พูดทุกเรื่อง พูดไม่หยุด พูดตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน แต่สามีไม่พูดเลย แล้วมันอยู่กันไม่ได้เลยทะเลาะกัน แต่พอพูดแล้วเขาเปลี่ยน เขาพูดเยอะขึ้น แต่เราพูดน้อยลงเยอะ”

อีกเรื่องที่โดนดุ ไม่อยากให้พูดคำหยาบ ?

“ไม่ได้เลย เมื่อวานคุยกับทีมงานแบบถ้าสามีอยู่พี่ต้องโดนตีแล้วเนี่ย เพราะเราพูดคำหยาบ”


Advertisement





เราอึดอัดไหม ?

“คุยกับเพื่อนไม่เป็นไร คุยกับคนเด็กกว่าก็ต้องคุยกับเขาดีๆ”

นอกจากเรื่องคำพูดก็มีเรื่องการกระทำด้วย ?

“คือสติปัญญาไม่พอ คิดยังไม่ได้ ถ้าไปโรงเรียนถ้าเพื่อนทำเรา เราก็ทำกลับเลย ทำหนักกว่าเดิมอีก โดนเรียกผู้ปกครองประจำ”



เสพติดความรุนแรงมั้ย ?

“ไม่เสพติดความรุนแรง แต่เมื่อก่อนคิดว่าความรุนแรงแรงแก้ไขปัญหาได้ ทั้งที่คุณพ่อ คุณแม่ก็สอน ไปส่งเรียนนั่งสมาธิ เรียนดนตรี เพื่อให้อารมณ์เย็นลง กลายเป็นว่าไปชอบดนตรีแนวร็อค อารมณ์ร้อนแรงไปอีก”



ความตรง ความรุนแรงของพี่ทำให้งานหายเลยไหม ?

“ใช่ คนจะหาว่าเราเยอะ เราเรื่องมาก เราหยาบ จนเพื่อนในวงเรียกคุยว่าเป็นแบบนี้ไม่ได้ ตอนนั้นเราก็คิดว่าเราพูดปกติ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เราพูดมันไปทำร้ายจิตใจคนอื่น”

เวลาขึ้นเวทีเคยมีเรื่องกับคนดูมั้ย ?

“เคยมี ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ลแก้วที่ส่งให้ เพื่อนๆในวงก็เรียกคุย”


Advertisement





แล้วในวงการล่ะ ?

“ไม่มีนะ ไม่อยากมีด้วย มีแต่ทะเลาะกับลูกค้า”

เรื่องการทำธุรกิจตอนพีค ๆ รายได้แตะหลักไหน ?

“สมัยก่อนเดือนละ 2-3 แสน 4 แสนก็เยอะมากแล้วเนอะ”




แต่ช่วงขาลงก็มีเหมือนกัน เกิดอะไรขึ้น ?

“ลงก็ลงหนัก ทำโรงเรียนสอนร้องเพลง ทำร้านอาหาร ทำผับ เราอยากมีอาชีพเสริม มันเจ๊งหมดเลย พูดเลยเราบริหารธุรกิจไม่เป็น เป็นนักธุรกิจไม่ได้ พูดแบบไม่อายเลย ยุคนั้นมันยังไม่มีโซเชียลช่วย ทุ่มเงินเต็มที่”

เป็นหนี้เท่าไหร่ ?

“ทั้งโรงเรียน ทั้งร้าน เป็นหนี้อยู่ 5-6 ล้าน ตอนนั้นหมุนไม่ทัน กู้หนี้นอกระบบ กู้บัตรเครดิต เอาบัตร เอารถรีไฟแนนซ์ ทำทุกอย่างให้มันเดินไปข้างหน้า สุดท้ายพอสุดทางเราก็จบพร้อมกับหนี้ก้อนโต”




Advertisement



เห็นว่าตอนนั้นลำบาก ?

“ก็หน้าด้านเดินไปที่ธนาคารเลย บัตรเครดิตนี้ขอประนอมหนี้ ปิดมันให้หมด 7-8 ใบ ใช้เวลาประนอมหนี้ทั้งหมด 3 ปี มันก็หมด ก็เดินไปคุยกับเค้าตรงๆ เลย เป็นหนี้บ้าน ธอส. ก็เดินไปบอกเค้าตรงๆ เลยว่าหนูไม่มีตังค์ส่ง ช่วยหน่อย เราไม่หนี แต่เราไม่มีอะจะให้ทำยังไง ดีกว่าเราไปล้มละลายหรือติดแบ็คลิสต์ยาว แล้วเราก็เอาเงินที่หาได้ไปปิดหนี้นอกระบบก่อน ที่เหลือก็เอามาจ่ายเพื่อน ญาติพี่น้องที่เรายืมเค้ามา มันอาจช้าหน่อย แต่ถาวร”




เคยมีจุดที่นั่งร้องไห้หรือนั่งปรึกษากับแฟนมั้ย ?

“ก็เครียด ต่างคนต่างเครียด พอช่วยกันคิดมันก็เดินคู่ไปด้วยกัน เวลาเราทุกข์ เราลำบาก ก็มีเค้ากับพ่อแม่เนี่ยแหละ เวลาเรามีความสุขก็ต้องมีเค้าและพ่อแม่ ผู้ใหญ่ในแกรมมี่สอนว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขต้องร่วมให้เป็น ทุกข์ได้ก็ต้องสุขได้ ไปด้วยกัน ตอนนี้ก็หนี้แหลือล้านต้นๆ แล้ว”




ตอนนี้ยังอยากมีลูก ?

“ใช่ อยากมีลูก รักเด็ก สอนดนตรี สอนเด็ก ดูแลลูกคนอื่นมาเยอะ เลยอยากดูแลลูกตัวเองบ้าง”

อายุ 44 แล้ว แต่ยังอยากมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติอยู่ เพราะอะไร ?

“ไม่มีตังค์ไง เรายังเป็นหนี้เค้าอยู่เลย จะเอาตังค์ที่ไหนไปทำกิ๊ฟท์ ทุกวันนี้เสียไม่กี่พันบาทต่อเดือนเพื่อจะไปเอายาบำรุงไข่กับบำรุงเชื้อเท่านั้นเอง แล้วก็นับวัน ออกกกำลังกาย” 





ขอบคุณรูปจากอินสตาแกรม: @inbudokan