"เต๋า ทีวีพูล" ยันเสียงแข็งไม่ขอโทษ "เอกกี้" แน่นอน

2017-07-28 19:05:40

"เต๋า ทีวีพูล" ยันเสียงแข็งไม่ขอโทษ "เอกกี้" แน่นอน


กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลฯ สำหรับมวยถูกคู่ เต๋า ทีวีพูล และ ดีเจชื่อดัง อ. หลังจากที่เต๋า ทีวีพูล ได้วิพากษ์วิจารณ์ ดีเจชื่อดัง อ. หลังจากแต่งตัวเป็นผู้หญิงไปร่วมเดินแบบในงานอีเวนต์ ว่าขี้เหร่ ไม่สวย แก่ ผ่านรายการบันเทิง ที่นี่มายา ทำเอาดีเจชื่อดัง อ. โกรธจัด จนต้องโพสต์ฉะ เต๋า ทีวีพูล ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว จนเรื่องราวเริ่มบานปลาย เพราะ เต๋า ทีวีพูล ก็ยืนกร้านว่าจะไม่ขอโทษ และหน้าที่ของสื่อมวลชน ก็มีสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลสาธารณะ ล่าสุดทางรายการ คุยเช้าโชว์ เลยไม่พลาดที่จะคว้าตัว เต๋า ทีวีพูล มาเคลียร์เรื่องนี้แบบชัดๆ พร้อมกับประเด็นใหม่ที่ว่า ทางรายการ ที่มีมายา ปลดเต๋า ทีวีพูล ออกจากรายการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จุดเริ่มต้น ของเรื่องนี้ มันคืออะไรคือวันนั้นโปรดิวเซอร์รายการให้เราอ่านข่าวว่าดีเจคนนี้ใส่ยกทรงเดินในห้างเราก็บอกไม่มีข่าวอื่นแล้วหรอ พอเราดูภาพปุ๊บ เราแล้วก็วิจารณ์ว่ารูปมันไม่สวย แล้วใช้คำว่าแก่ด้วย ที่เราพูดได้เพราะเขาเป็นบุคคลสาธารณะ แล้วไปใส่ยกทรงเดินในที่สาธารณะแบบนั้น ไม่ต้องเป็นเราที่วิจารณ์หรอกนะ เพราะคนที่อยู่แถวๆ นั้น ใครเห็นเขาก็ต้องวิจารณ์ คือเขาไม่ใช่ผู้หญิง จะใช้คำว่าสวยก็ไม่ได้ สวยเป็นคำที่ใช้กับคนที่มีมดลูก มีนม แต่ถ้าผมสั้น ไร้นม อารมณ์เกินหญิง ก็ใช้คำว่าสวยไม่ได้ แล้วภาพของเขาในอดีตก็คือศิลปินบอยแบนด์ ตัวเราเคยรู้จักกับ ดีเจชื่อดังหรือเปล่าเราติดตามผลงานเขา เคยชอบวง UHT มาก่อน แล้วเคยคุยกันตอนที่เขาโฟนอินสัมภาษณ์ แต่ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แล้วตอนที่เกิดเรื่องคือเขาโพสต์แล้วก็แท็กมาหา เราก็ครึ่งหลับครึ่งตื่น อ่านๆ ไป ก็ไม่ได้สนใจอะไร เราก็ลบทิ้ง ไม่ได้ใส่ใจอะไร สักพักก็เป็นเรื่องเลย คืองงว่าทำไมเขาถึงไม่โทร.หาเรา โทร.หาก็จบแล้วทำไมต้องเอาเราไปโพสต์ในโลกโซเชียลฯ ให้คนด่าเยอะขนาดนั้น ตอนนี้เขาแท็กมารู้สึกยังไงเราไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่เขาแท็กมา เราเห็นเราก็ลบ เราทำงานมาเป็น 10 ปี จะ 20 ปี มีแนวทางในการนำเสนอข่าวชัดเจน เราต้องการทำเสนออีกด้านของดารา คือการนำเสนอแบบตรงไปตรงมา ดีกว่าเราไปพูดถึงเขาแบบอักษรย่อ ให้เขามาแค้นเรา แต่เขาฟ้องเราไม่ได้ อันนั้นมันน่าเจ็บใจกว่า คือเราวิจารณ์ได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย แต่สิ่งที่เขาทำ คือเขาด่าเรา เอารูปเราไปโพสต์ มันเกินขอบเขตของกฎหมาย แล้วตอนนี้เราก็ไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่มีความรู้สึกว่าเขาไม่ควรเอาพ่อแม่เรามาว่า มีการเอารูปเราขึ้นอินสตาแกรม แล้วให้คนเข้ามาถล่ม ซึ่งแบบนี้มันก็ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ชัดเจน ไม่คิดจะขอโทษแน่นอน เพราะคดีพลิกไปแล้ว คำว่าขอโทษไม่มีแน่นอนเพราะว่าคดีมันพลิกไปแล้ว เขาเอารูปเราไปขึ้น โดยที่ไม่มีการเซ็นเซอร์หน้า แล้วคนก็เข้ามาด่าเราเยอะมาก แล้วยังมีการแท็กมาหาเราอีก เพื่อนเราที่เป็นนักกฎหมาย ก็แค็ปแล้วส่งมาให้ดูบอกว่าคำๆ นี้ที่เขาโพสต์ในไอจี เราสามารถฟ้องร้องเขาได้หมดเลย  คือตอนนี้ทางตัวเรา จะหยุด หรือดำเนินการต่อคือถ้าวันนั้นเขาไม่โพสต์ แล้วขอเบอร์ทีมงาน แล้วโทร.มาหาเรา เขาจะได้ยินคำๆ นี้ (คำว่าขอโทษ) แน่นอน แต่พอมันเลยจุดนั้น หลังจากที่เขาโพสต์ เราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้ทำผิดนะ ถามว่าจะเดินหน้าต่อไหม ถ้าเขาหยุด เราก็หยุด เราอยู่ในวงการเดียวกัน ถ้าเขาหยุด เราก็หยุดแน่นอน แต่ตอนนี้เขาก็หยุดแล้วนะ แต่มันมีตัวเสี้ยมอยู่ข้างๆ จริงๆ เราเคยคุยกับเขา เขาก็เป็นคนน่ารัก สัมภาษณ์เราเรียกเราพี่ทุกคำ แต่มันมีบุคคลที่ 3 คอยปั่นคอยเสี้ยม แล้วเราก็รู้ตัวด้วยว่าใครเสี้ยมเขาอยู่ เราไม่ได้โกรธ ไม่ได้โกรธเกลียดเขา แต่เขาดันมาโพสต์ขนาดนี้ แล้วเอาพ่อแม่เรามาเกี่ยวข้อง เราว่ามันก็ไม่ถูก ถ้าเขายกหูโทรศัพท์มาหาวันนั้น ทุกอย่างก็จะจบ มีกระแสข่าวว่า เราโดนปลดจากรายการ ที่นี่มายา แล้วจริงๆ พอมีข่าวนี้ออกมา เราก็งงเหมือนกัน ทางพี่ต้อยเองบอกว่าให้เราไปคุยกัน ไปเคลียร์กันก่อน แล้วทางผู้ใหญ่บางคนที่อยู่ในช่อง ก็อยากให้เรากลับไปทำงานอย่างเหมือนเดิม คือเราทำรายการหลายช่อง คือเราต้องเรียนตามตรงว่า เราไม่ใช่พนักงานออฟฟิศ เราเป็นฟรีแลนซ์ เราเลยไม่ได้ซีเรียสอะไรเลยตรงนี้เลย



Advertisement







Advertisement