แม่ค้าโพสต์ “นวยคนดี”พบ ตร.ยันเรื่องจริงขอสู้ในชั้นศาล

2019-07-09 11:55:31

 แม่ค้าโพสต์ “นวยคนดี”พบ ตร.ยันเรื่องจริงขอสู้ในชั้นศาล

แม่ค้าโพสต์ “นวยคนดี”เก็บเป๋าหรูส่งคืน เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท.รับทราบข้อหานำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ ยืนยันเป็นเรื่องจริง ขอใช้สิทธิต่อสู้คดีในชั้นศาล


จากกรณีมีหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าทำกระเป๋าหรูหาย แล้ว "นวย” ซึ่งเป็นกรรมกรก่อสร้าง เก็บกระเป๋าได้และส่งคืนทางไปรษณีย์ โดยของข้างในกระเป๋าอยู่ครบ ขาดแค่เงินเพียง 200 บาท เท่านั้นที่หายไป ทั้งนี้ “นวย” ยังได้เขียนข้อความในกระดาษว่า “ผมเจอตกที่กำแพง ผมเป็นคนดี แต่ผมจน ผมขอค่าเหล้า 1 ขวด ค่าไปรษณีย์ ค่าเสียเวลา 200 ไม่รู้ว่าใครคือผม ผมสบาย ปิดทองหลังพระ นวย” อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( บก.ปอท. ) ได้ออกหมายเรียกเจ้าของโพสต์มาพบพนักงานสอบสวน เนื่องจากมีการสอบสวนแล้วเรื่องราวดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง เข่าข่ายความผิดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนเป็นเท็จ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา หญิงสาวเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กผู้โพสต์ "นวย เก็บกระเป๋า" พร้อมทีมทนายความ 2 คน เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ปิยวัฒน์ ปริญญา รอง สว.(สอบสวน)กก.3 บก.ปอท.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความจริง ขอใช้สิทธิต่อสู้คดีในชั้นศาล


ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ค. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. กล่าวว่า ผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา รับทราบข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับการให้การปฏิเสธนั้น เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา เป็นเรื่องในคดีที่ต้องมีการต่อสู้พิสูจน์ความจริงตามพยานหลักฐานในชั้นศาลต่อไป ทั้งนี้อยากจะฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการใช้สื่อโซเชียล โดยเฉพาะการโพสต์หรือส่งต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ต้องคิดและตรวจสอบข้อมูลก่อนโพสต์ ควรโพสต์สิ่งที่เป็นความจริง ไม่สร้างความสับสนให้กับสังคม เพราะหากที่นำข้อมูลที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีเจตนาทุจริต เกิดความเสียหายกับประชาชน อาจเข้าข่ายความผิดที่จะถูกดำเนินคดีตามฐานความผิดดังกล่าวได้ จะมาอ้างที่หลังว่าไม่รู้กฎหมาย หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์คงไม่ได้ เพราะกฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจน


Advertisement


แท็กที่เกี่ยวข้อง