“เราต้องการอยู่อย่างสันติสุข”

2019-07-04 14:05:28

“เราต้องการอยู่อย่างสันติสุข”

“วิกฤตผู้ลี้ภัยที่โลกเผชิญอยู่ในขณะนี้ เป็นผลมาจากการแทรกแซงของต่างชาติทั้งในตะวันออกกลางและที่อื่น ๆ” อับดุลลาห์ คูร์ดี หนึ่งในผู้ลี้ภัยที่สูญเสียครอบครัวทั้งหมด ขณะพวกเขาหลบหนีออกจากซีเรีย กล่าวกับสำนักข่าว Ruptly ของรัสเซีย “ผมขอเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ที่สนับสนุนสงคราม หรือสนับสนุนด้านอาวุธ ให้หยุดการกระทำนั้นเสียทีเถอะ เราต้องการมีชีวิตอยู่อย่างสันติสุข” เขายังแสดงความหวังด้วยว่า ซีเรีย ประเทศบ้านเกิดของเขา จะเป็นสถานที่ที่ดีขึ้น และสงครามจะยุติลงในทุกประเทศ เพื่อให้ประชาชนหยุดการอพยพหลบหนี เช่นเดียวกับเขา

ภรรยาและลูกชาย 2 คนของคูร์ดี จมน้ำเสียชีวิตเมื่อเรือยาง ที่พวกเขาใช้เป็นพาหนะเพื่อเดินทางไปยังกรีซ พร้อมกับผู้ลี้ภัยอื่น ๆ อีก 13 คน ล่มนอกชายฝั่งตุรกี ภาพของเด็กชาย “อลัน” วัย 3 ขวบ ซึ่งศพของหนูน้อยถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยตื่นบนชายฝั่งตุรกีในเดือนกันยายน 2558 ได้กระตุ้นให้เกิดความเคียดแค้นของนานาชาติ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของชะตากรรมผู้ลี้ภัย เสียดแทงใจจนทำให้สหภาพยุโรป หรืออียู เปิดพรมแดนรับผู้อพยพที่หลบหนีความขัดแย้งในซีเรีย

นายคูร์ดี ยังได้แสดงความเศร้าโศกเสียใจต่อการเสียชีวิตของเด็กหญิงจากเอลซัลวาดอร์ ซึ่งจมน้ำในแม่น้ำรีโอแกรนด์ พร้อมกับพ่อ ขณะเดินทางข้ามจากเม็กซิโก ไปยังสหรัฐ

Advertisement




“ภาพของเด็กหญิงที่จมน้ำในแม่น้ำในเม็กซิโก ทำให้ผมหวนนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูก ๆ ของผม” เขากล่าว “ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมากมายที่เกี่ยวกับเด็ก ๆ และมันทำให้ผมต้องหลั่งน้ำตาทุกครั้ง เพราะมันทำให้ผมคิดถึงลูกของผม”

พ่ออย่างเขา ซึ่งยังคงต่อสู้เพื่อระงับความเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักที่ทำให้เขาร้องไห้ทุกวัน กล่าวเพิ่มเติมว่า เขาและครอบครัวของเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการหลบหนีออกจากสิ่งที่เขาเรียกว่า “โศกนาฏกรรมที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม” ที่ประเทศของเขาประสบมา

Advertisement




“ไม่มีใครรู้สึกหรอก นอกจากคนที่ต้องอยู่กับเหตุการณ์เหล่านี้” คูร์ดี กล่าว

พร้อมกันนั้น เขาก็แนะนำผู้ลี้ภัยและผู้อพยพอื่น ๆ ที่ลงเรือเดินทางไกลที่เต็มไปด้วยอันตรายในความพยายามที่จะแสวงหาอนาคตที่ดีกว่าในประเทศอื่น ๆ ต้องพบกับความเสี่ยงเช่นนี้ “ผมพบกับอันตราย สูญเสียครอบครัว ผมบอกทุกคนที่ต้องการเสี่ยงอย่างที่ผมทำ ผมบอกพวกเขาว่าอย่าทำแบบนี้ เพราะมันสุดพรรณนาจริง ๆ”