แค่ลดสถานะแต่ไม่ได้เกลียดกัน..."อองตวน" เผยเหตุเลิก "ชิปปี้"

2019-06-04 19:10:22

แค่ลดสถานะแต่ไม่ได้เกลียดกัน..."อองตวน" เผยเหตุเลิก "ชิปปี้"

รักจบลงเหมือนจะไม่สวยอีกคู่สำหรับคู่ของ "อองตวน" กับ สาว "ชิปปี้" ที่งานนี้หลายคนยังไม่ทราบสาเหตุที่ต้องแยกทางกันไป ล่าสุด เจอหนุ่มอองตวนเลยถามถึงดราม่าในไอจีที่สาวชิปปี้ทิ้งทวนอย่างเจ็บๆ แสบๆ ไว้ดูต่างหน้า โดยเจ้าตัวได้เผยว่า

"จริงๆ แล้วตอนที่โพสต์รูป เอาตรงๆ ผมไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าผมไม่ได้รู้สึกว่าแคปชั่นนี้หมายถึงตัวเอง จนกระทั่งมาเห็นข่าว ถึงรู้สึกว่าจะมีคนคิดว่าเป็นเรา เราทำอะไรมาหรือเปล่า" 


Advertisement




ข้อความที่เขาโพสต์ดูน่ากลัวมาก เราได้เห็นข้อความแล้วรู้สึกจี๊ดๆ บ้างไหม ?
ไม่มี ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าแบบมันเป็นแค่แคปชั่นครับ เราก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ามันเข้าตัวเอง ก็เลยไม่ได้คิดอะไร เหมือนแค่ผ่านไป แค่แบบว่ารูปสวย รู้สึกว่าการลงรูปในไอจีเนี่ย เราก็จะมีการเสิร์ซแคปชั่นตามทวิตเตอร์ หรือกูเกิล โดยที่มันรีเลตได้บ้างไม่ได้บ้าง ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็ทำแบบนี้ ซึ่งผมก็เข้าไปดูแล้วก็รูปสวยดี

Advertisement



เกิดเหตุการณ์อะไรก่อนหน้านั้นระหว่างเราสองคน ?
ถ้าเหตุการณ์ที่รีเลทกับแคปชั่นนี้ ไม่มีครับ



ช่วงที่เขาโพสต์ ความสัมพันธ์ของเรายังเป็นแฟนกันอยู่หรือเปล่า ?
ตอนนี้เราอาจจะไม่ได้ใช้คำว่าแฟน เราอาจจะเปลี่ยนสถานะคำว่าแฟน เป็นเพื่อน หรือว่าเป็นพี่น้องมากกว่า ผมคิดว่าคำว่าเลิกกันมันไม่ใช่คำที่ถูกครับ คือคำว่าเลิกกันมันอาจจะทำให้นึกถึงคนที่ไม่คุยกัน ตัดกันขาด ซึ่งมันไม่ใช่เรา เราไม่ได้เลิกกัน เราใช้คำว่าเปลี่ยนสถานะดีกว่า จริงๆ เป็นการคุยของระหว่างเราสองคนมาสักพักใหญ่ๆ คนอาจจะเพิ่งเห็น หรือมีแฟนคลับบางกลุ่มที่สงสัยมาสักพักใหญ่แล้ว แต่ระหว่างเราสองคน เราก็การพูดคุยกันมาตลอดว่าเราควรจะไปยังไงต่อ หรือเป็นยังไง เราเข้าใจว่าพอถึงวันนี้คนอาจจะยังงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในวันที่ทุกอย่างมันดี เราเลือกจะเอาแต่สิ่งดีๆ เป็นบวกมาให้คนดู เราคิดตลอดว่าจะเอาอะไรที่เป็นแง่บวกหรือสร้างรอยยิ้มให้คนดูตลอด แต่ว่าในวันที่มีอะไรที่เป็นผลลบ เราเลือกที่จะไม่พูดกับคนอื่นดีกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะแชร์ออกไป

Advertisement






เรื่องที่ต้องปรับคือเรื่องอะไร ?
มันไม่ได้มีเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นแล้วรู้สึกว่าต้องคุย มันไม่ใช่ละ คือเราคุยกันมาตลอด แล้วก็เชื่อว่าทุกคู่เวลาคบกันจะต้องมีการปรับเข้าหากันตลอดๆ แล้วก็เป็นการตัดสินใจของเราทั้งสอง ว่าเราเป็นสถานะมาเป็นแบบนี้นะ น่าจะดีกว่า

เรื่องเวลาส่วนตัว มีส่วนกับเหตุการณ์นี้ไหม ?

Advertisement



อย่างที่บอกว่าเราเลือก เอาสิ่งดีๆ มาแชร์ให้คนดู ในเรื่องที่เป็นแง่ลบ เราคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องให้คนรู้ดีกว่า

แคปชั่นที่ชิปปี้โพสต์ คิดว่ามีเรื่องมือที่สามเข้ามาจริงไหม ?
อย่างที่ผมบอก ผมอ่านแล้วผมไม่ได้รู้สึกว่ามันคือส่วนตัว



มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันไหม ?

Advertisement



อันนี้ผมไม่ทราบครับ เดี๋ยวให้พี่ไปถามเขาแต่ผมเชื่อว่าแคปชั่นในอินสตาแกรมบางครั้ง เราอาจจะแค่เขียนไปงั้น หรือว่าอาจจะเป็น ณ โมเมนต์นั้น แต่ว่าจริงๆ แล้วไม่ได้คิด เชื่อว่าไม่ได้มีอะไร

หลังจากลดความสัมพันธ์มาเป็นเพื่อน เราสองคนได้คุยกันบ้างไหม ?
ก็คุยกันปกติ เราก็ยังคงไปไหน มาไหนด้วยกัน ก็ยังคุยกันได้ปกติ เราไม่ได้มีการทะเลาะกัน หรือว่าเราไม่ได้เกลียดกันหรือว่าไร ยังปกติก็ยังเป็นห่วง ยังรักน้องอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าสถานะแค่เปลี่ยน



เขาอันฟอลโลว์เราแล้ว เสียใจไหม ?
อย่างที่ผมบอก ผมเชื่อว่าเหตุการณ์อย่างนี้ ยังไงมันไม่มีใครไม่เสียใจ แต่ว่าเราก็โตแล้วทั้งคู่ในระดับหนึ่ง เราเชื่อว่าเราคุยกันแล้ว ตัดสินใจกันแล้วว่า ณ ตอนนี้เป็นแบบนี้น่าจะดีกว่า

เราไม่ได้ทำไรผิดใช่ไหม ?
ผมเชื่อว่าการลดสถานะ มันมีการทำผิดทั้งสองฝ่าย อาจจะมากน้อยแค่ไหน เรื่องเล็ก เรื่องใหญ่มันจะใช้คำว่าไม่ผิดเลยมันเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่มีใครผิด ก็ยังคงปกติเหมือนเดิม



นานแค่ไหนแล้วกับการลดสถานะ ?
สักพักใหญ่แล้ว หลายเดือน ผมไม่แน่ใจว่ากี่เดือน

วันนี้น้องเขาก็ออกงาน เรารู้ไหม ?
ทราบครับ เราก็คุยกัน เรารู้อยู่แล้วว่าจะมาออกงานวันนี้ ผมเป็นห่วงเขาก็ฝากพี่ๆ นักข่าวไปดูแลเขาด้วยครับ

หลายคนยังคงจำภาพว่าคู่เรายังหวาน เสียดายไหมถึงความรักที่มีการเปลี่ยนไป ?
จริงๆ ก็เป็นคนหวาน เวลาเจอกันก็ยังรู้สึกว่าเขาก็ยังหวาน เราก็ยังปกติ



จะมีโอกาสกลับมามีความสัมพันธ์แบบเดิมไหม ?
ก็ไม่แน่ พูดไม่ได้ว่าพรุ่งนี้มันจะเป็นยังไง รู้แต่ว่าที่ผ่านมาเวลาเราคบกัน พยายามทำทุกวันให้ดีที่สุด แล้ววันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงค่อยว่ากันอีกที

คือทุกวันนี้ต่างคนต่างยังไม่เปิดใจให้ใครใช่ไหม ?
ตอนนี้คงยังครับ

มีโอกาสเจอน้องและคุยกับน้องอยู่ใช่ไหม ?
เจอครับ แล้วก็ได้คุยกัน ไปกินข้าว ไปดูหนังกันบ้างก็มีตามปกติ เราไม่ได้เกลียดกัน ไม่ได้มีเหตุการณ์ที่ทำให้มองหน้ากันไม่ติด ไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นการตกลงกัน