เลื่อนอ่านคำพิพากษา “คดีบังฟัต” 9 ก.ค.นี้

2019-06-04 14:10:24

เลื่อนอ่านคำพิพากษา “คดีบังฟัต” 9 ก.ค.นี้

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีฆ่าล้างครัว 8 ศพ เป็นวันที่ 9 ก.ค.นี้ เหตุจำเลยที่ 7 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตมีการเผชิญหน้ากับจำเลยเป็นครั้งแรก หวิดมีการปะทะ แต่ไม่มีเหตุรุนแรง

จากกรณีที่ นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือบังฟัต พร้อมกับพวก รวม 8 คน ร่วมกันก่อเหตุสังหารโหด นายวรยุทธ หรือผู้ใหญ่บัติ อดีต ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัวเสียชีวิตรวม 8 ศพ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 10 ก.ค. 60 หลังเกิดเหตุ ตำรวจตามรวบตัวบังฟัตพร้อมพวกได้ทั้ง 8 คน 

โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2561 ศาลชั้นต้น พิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-6 ส่วนจำเลยที่ 7 พิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน และจำเลยที่ 8 น.ส.ชลิดา สังข์โชติ อายุ 41 ปี ภรรยานายซูริก์ฟัต ถูกตัดสินจำคุก 12 เดือน ฝ่ายจำเลยทั้ง 8 คน ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 61 

Advertisement




ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 4 มิ.ย.ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีการอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 3 โดยมีทางญาติผู้เสียชีวิตประมาณ 10 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษา ขณะที่ น.ส.ชลิดา สังข์โชติ ภรรยานายซูริก์ฟัต หนึ่งในจำเลยที่เพิ่งพ้นโทษ ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เมื่อถึงเวลาศาลอ่านคำพิพากษา ปรากฏว่า นายธวัฒชัย บุญคง จำเลยที่ 7 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์จึงต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 9 ก.ค.2562 

นายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความจำเลย กล่าวว่า ในวันนี้ศาลอุทธรณ์ได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. เนื่องจากจำเลยที่ 7 ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา ซึ่งที่ผ่านมาศาลได้มีการส่งหมายไปให้จำเลยแล้วเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลบังคับใช้ภายใน 15 วัน ศาลจึงพิจารณาเลื่อนการอ่านคำพิพากษา ซึ่งในวันที่ 9 ก.ค.นี้ หากศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิต จำเลยทั้ง 6 ก็จะยื่นฎีกาต่อไป 

Advertisement




ด้าน น.ส.ชลิดา จำเลยที่ 8 ภรรยานายชูริก์ฟัต กล่าวว่า อยากบอกถึงญาติผู้เสียชีวิตว่าไม่ได้อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้น ตนก็ได้รับโทษไปแล้ว แต่หากศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาให้รับโทษเพิ่ม ตนก็พร้อมจะฏีกาต่อสู้ต่อไป เพราะตนยอมรับโทษในส่วนที่ตนทำไปแล้ว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ญาติทั้งสองฝ่าย เดินทางลงมาจากศาลจังหวัดกระบี่ ก็ได้เกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างญาติของผู้เสียชีวิตและ จำเลย ขณะที่นางชลิดา ภรรยาบังฟัต เดินออกมาทางประตูหน้าศาล พร้อมด้วยทนายความ ปรากฏว่าทางนางอ้าส้า บุตรเติบ แม่ยายของผู้ใหญ่บัตฯ ผู้เสียชีวิต ได้เดินเข้ามาพบกับนางชลิดา เป็นครั้งแรกหลังเกิดเหตุ พร้อมต่อว่า นางชลิดาว่าไม่สนใจใยดี และไม่มีการช่วยเหลือเยียวยากับทางผู้เสียชีวิตเลย ตั้งแต่เกิดเหตุผ่านมา2ปีแล้ว ซึ่งนางชลิดาก็กล่าวว่า ตนไม่ได้รู้จักกับทางฯญาติผู้ใหญ่บัติมาก่อน และไม่ได้มีส่วนในการก่อเหตุ ซึ่งตนก็รับโทษไปแล้ว และขอแสดงความเสียใจกับทางญาติผู้เสียชีวิตด้วย ทำให้ทางนางอ้าส้า และญาติมีสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก กระทั่งนายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความของนางชลิดา ได้ กล่าวชี้แจงว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการประสานกับบังฟัติและจำเลยคนอื่นๆตลอด โดยบังฟัติยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่ต้องทำตามขั้นตอน ให้ทางฝ่ายผู้เสียหายใจเย็นๆ เพราะต้องเอาทรัพย์สินบังฟัตไปขาย และนำมาแบ่งให้จำเลยแต่ละคน นำมาจ่ายชดใช้ค่าเสียหาย จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง