เตือน “ไข้หวัดใหญ่”ระบาด ดับแล้ว 11 ศพ

2019-05-17 11:30:32

เตือน “ไข้หวัดใหญ่”ระบาด ดับแล้ว 11 ศพ

Advertisement

อธิบดีกรมควบคุมโรค เตือนประชาชนระวังป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ เผยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันพบผู้ป่วย 156,108 ราย เสียชีวิต 11 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในวัยเรียน แนะยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” หากมีอาการคล้ายไข้หวัด ปวดศีรษะ ควรรีบพบแพทย์ทันที

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่จะพบผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วงนี้ประเทศไทยมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 13 พ.ค. 2562 พบผู้ป่วย 156,108 ราย เสียชีวิต 11 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 7-9 ปี รองลงมาคือ อายุ 10-14 ปี ซึ่งเป็นอายุที่อยู่ในกลุ่มวัยเรียนทั้งนี้ กรมควบคุมโรค มีการรณรงค์เร่งให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เร็วขึ้น เพื่อจะช่วยให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ทันต่อสถานการณ์ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มเสี่ยงที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น บุคลากรทางการแพทย์ 2.การให้วัคซีน เพื่อลดการเสียชีวิตใน 7 กลุ่มเสี่ยง อาทิ กลุ่มเด็ก 6 เดือน - 3 ขวบ หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ คนอ้วน และผู้ที่มีโรคประจำตัว สำหรับการฉีดวัคซีนกลุ่มอื่น เช่น เด็กวัยเรียน ขณะนี้ทางคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้นำมาพิจารณา และอยู่ระหว่างนำเสนอให้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติพิจารณา

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่คนอยู่รวมกันจำนวนมาก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการรับเชื้อได้ง่าย ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถติดต่อจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ ของผู้ป่วย ผ่านการไอหรือจามรดกัน โดยหลังจากได้รับเชื้อจะมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อมากและปวดศีรษะ อ่อนเพลีย แต่สามารถหายเองได้ใน 5-7 วัน กลุ่มเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หายใจลำบาก และอาจทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่เป็นโรคอ้วน เป็นต้น หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันที

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวด้วยว่า สำหรับวิธีการป้องกัน ขอให้ประชาชนยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ได้แก่ ปิด คือปิดปากและ ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้หน้ากากอนามัย ผ้า หรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง ล้าง คือ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได เลี่ยง คือ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หยุด คือ เมื่อป่วย ควรหยุดเรียน หยุดงาน แม้จะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากมีอาการข้างต้นให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่สถานพยาบาล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

แท็กที่เกี่ยวข้อง