สหรัฐขึ้นบัญชีดำภัยความมั่นคง ห้ามใช้ “หัวเว่ย”

2019-05-16 08:30:39

สหรัฐขึ้นบัญชีดำภัยความมั่นคง ห้ามใช้ “หัวเว่ย”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อคุ้มครองเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสหรัฐจาก “ศัตรูต่างชาติ” โดยเมื่อวันพุธ ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งพิเศษ ซึ่งมีผลบังคับห้ามบริษัทสหรัฐใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคมต่างชาติ ที่เชื่อว่าเสี่ยงเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ แม้ทรัมป์ไม่ได้ระบุชื่อบริษัทใดเป็นการเจาะจงในคำสั่งดังกล่าว แต่บรรดานักวิเคราะห์ ก็ระบุว่า มันหมายถึง “หัวเว่ย” บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน




ทั้งนี้ มีหลายประเทศ ซึ่งรวมทั้งสหรัฐ เพิ่มความวิตกกังวลว่า อุปกรณ์ของหัวเว่ยอาจถูกรัฐบาลจีนใช้ในการ “สอดแนม” แม้ว่าหัวเว่ย แถลงว่า งานของหัวเว่ยไม่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศใด

Advertisement



จากแถลงการณ์ของทำเนียบขาว คำสั่งพิเศษของทรัมป์ มีจุดประสงค์เพื่อ “ปกป้องอเมริกาให้รอดพ้นจากศัตรูต่างชาติ ที่กำลังฉกฉวยประโยชน์จากความอ่อนแอในโครงสร้างพื้นฐานและการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที” คำสั่งพิเศษนี้ ให้อำนาจกระทรวงพาณิชย์ ในการพิจารณา “ห้ามการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ”

ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ ออกมายืนยันว่า หัวเว่ยและบริษัทในเครือ 70 บริษัท ถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำการค้าแล้ว หลังทรัมป์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เป้าหมายโจมตีบริษัทโทรคมนาคมที่มีประเทศศัตรูเป็นเจ้าของ ซึ่งการขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย จะทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีน มีความยากลำบากมากขึ้นในการสั่งซื้อชิ้นส่วนและอุปกรณ์จากบริษัทสหรัฐ และขายสินค้าในสหรัฐด้วย

Advertisement



ก่อนหน้านี้ สหรัฐสั่งห้ามหน่วยงานของรัฐบาลไม่ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย และยังได้กระตุ้นให้พันธมิตรหลีกเลี่ยงการใช้สินค้าของหัวเว่ยด้วย ซึ่งทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ก็ได้สั่งห้ามการใช้เทคโยโลยีของหัวเว่ย ในเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 5จีไปแล้ว

การเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ ดูเหมือนว่ายิ่งทำให้ความสัมพันธ์กับจีนเลวร้ายมากขึ้น ขณะที่มหาอำนาจเศรษฐกิจ 2 ประเทศ อยู่ระหว่างทำสงครามการค้ากัน โดยสหรัฐประกาศขึ้นภาษีสินค้าจีนมากกว่า 2 เท่าคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,308,603 ล้านบาท เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และจีนก็ประกาศตอบโต้ ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐเช่นกัน