หนังคนละม้วน..."ต้นหอม"ชี้แจงบริษัทเป็นฝ่ายปลด"ปู ไปรยา"ออกจากธุรกิจ

2019-04-27 15:10:07

หนังคนละม้วน..."ต้นหอม"ชี้แจงบริษัทเป็นฝ่ายปลด"ปู ไปรยา"ออกจากธุรกิจ

หลังจากที่นางเอกสาว”ปู ไปรยา สวนดอกไม้" ออกมาเผยต่อสื่อมวลชนว่าได้ถอนตัวออกจากการทำธุรกิจอาหารเสริมกับ ”ดีเจต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์" และ”ดีเจมะตูม-เตชินท์ พลอยเพชร” เพราะไม่อยากเป็นตราบาปและสงสารตัวแทนที่ต้องสต๊อกสินค้า จากนั้นทางตีเจมะตูมก็ได้ออกมาตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว รวมถึงผู้จัดการของดีเจต้นหอมที่ออกมาโพสต์อย่างดุดันว่าอยากกระชากหน้ากากดาราจอมปลอม ล่าสุดเจอดีเจต้นหอมในงานเปิดตัว “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู” เลยสอบถามถึงเรื่องนี้ได้ความว่า





หอมจะไล่ไปเท่าที่ไล่ได้ ด้วยความที่เรื่องที่เกิดขึ้นมีเรื่องของคดีความมาเกี่ยวข้องนะคะ แล้วคดีความก็ยังไม่ถูกตัดสินสิ้นสุด ฉะนั้นมันไม่สามารถลงดีเทลลึกได้ เอาเป็นเรื่องของคดีความก่อนเลยว่า เราเกิดปัญหาทางด้านธุรกิจกัน แล้วคดีของการฟ้องร้องที่เรายื่นฟ้องร้องเขาไป มันประมาณปีที่แล้ว แล้วบอกเลยว่าในเรื่องของการฟ้องร้อง เป็นเส้นทางสุดท้ายที่เราเลือกจริงๆ เราพยายามเหลือเกินที่ไม่อยากเห็นภาพนี้เกิดขึ้นนะคะ ในวันที่เราตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจกัน เราคุยกันแล้วว่า เราไม่อยากเห็นภาพนี้ เราไม่อยากเห็นภาพของการฟ้องร้อง เราไม่อยากเห็นภาพของการสัมภาษณ์สื่อแล้ววางบอมบ์ใส่กัน กลายเป็นว่าวันนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นหมดเลย แม้กระทั่งตัวหอมเองที่มันน่าจะเบากว่านี้ ก็ไม่นะคะ มันเริ่มจากการที่เราตั้งแต่เราร่วมงานกัน คือเราทำธุรกิจขนาดนี้ มันมีหนังสือสัญญาอยู่แล้ว ทุกคนมีสัญญาฉบับเดียวกัน แล้วก็สัญญาทั้งหมดน้องเป็นคนเขียน ตั้งแต่เราติดต่อไปแล้ว ใจเราอยากให้น้องเป็นพรีเซนเตอร์ แต่เราก็ให้ทางเลือกน้องว่าน้องอยากเป็นพรีเซนเตอร์หรืออยากเป็นบอส ทุกอย่างน้องเป็นคนเลือก เลือกเป็นบอส เราให้น้องร่างสัญญาเลย อยากได้แบบไหนร่างมา แล้ว ณ วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พอมันมีอะไรที่ผิดสัญญาเกิดขึ้น มันเลยพาทุกอย่างให้ไกลมาถึงการฟ้องร้อง ขอพูดในมุมของบริษัทว่า กว่าที่เราจะเลือกฟ้องร้อง บริษัทเลือกประนีประนอมมาก่อนนะคะ เรายื่นโนติสถึง 3 ครั้ง 3 ฉบับด้วยกัน ฉบับที่ 1 เป็นการบอกว่ากลับมาทำงานนะ มันยังมีสัญญาระหว่างกัน คือสิ่งที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นตอนตลาดออนไลน์ล้ม มันไม่ได้ล้มแค่โดมิโน มันล้มเหมือนสึนามิล้ม แล้วบริษัทเราล้ม พอล้มปุ๊บ ณ ตอนนั้นเจ้าของไม่มีสิทธิ์สละเรือ เพราะถ้ายิ่งเจ้าของแบรนด์สละเรือ กลายเป็นตัวแทนจะลำบาก ซึ่ง ณ วันนั้น เราก็ยื่นโนติสว่า น้องกลับมาทำงานนะ แล้วโนติสฉบับที่ 2 ก็ถูกยื่นไป อีกครั้งหนึ่ง ก็เหมือนเดิมให้กลับมาทำงานนะ ซึ่งแต่ละฉบับมันใช้เวลาห่างกัน

Advertisement




ระหว่างนั้นเขาได้มีติดต่อกลับมาหาเราบ้างไหม?
ไม่มีเลยค่ะ เราไม่ได้รับการติดต่อเลย โนติสทั้ง 2 ฉบับได้รับการเพิกเฉยมาโดยตลอด จนกระทั่งฉบับที่ 3 หอมบอกเลยว่ามันเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายจริงๆ เพราะว่าตัวแทนก็ไม่ไหวแล้ว แล้วบริษัทเราต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราจึงทำการปลดออก ที่ข่าวนำเสนอไปมันเหมือนว่าเขาถอนตัว คือถอนตัวก็เหมือนกับบริษัททำผิด แต่ไม่ใช่นะคะ ณ วันนี้บริษัทเราคือผู้ถูกกระทำ เราปลด เพื่อที่เราจะได้ดำเนินการต่อ ฉะนั้นเมื่อมีการปลดการฟ้องร้องก็ต้องตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

Advertisement





หลายคนบอกเราแตกหักกันเพราะเรื่องเงิน?
ต้องไปถามเขา แต่สำหรับหอม หอมรู้สึกว่าความคาดหวังของน้อง ผลประโยชน์มันน่าจะประมาณนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นห้องคอนโทลไม่ได้จริงๆ เพราะว่าตลาดออนไลน์มันล้ม ล้มแล้วทำได้แต่เพียงลุกขึ้นมาช่วยกันสร้าง มะตูมก็ต้องอุ้มบริษัทขึ้นมา

กลายเป็นสงครามสาดน้ำลายสาดใส่กันแล้วตอนนี้?
ก็รู้สึกแย่ที่เกิดภาพแบบนี้เกิดขึ้น

Advertisement




เหตุผลที่ฟ้องเพราะเขาไม่มาทำงานตามสัญญาหรือยังไง?
เหตุผลในการฟ้อง คือการไม่ให้ความร่วมมือในฐานะ เจ้าของแบรนด์ เจ้าของแบรนด์ทิ้งแบรนด์ไม่ได้หรอกค่ะ ทิ้งแบรนด์เท่ากับทิ้งตัวแทน

เขาบอกว่าเวลาที่มีปัญหาเขาต้องออกมารับหน้าคนเดียว?
ประโยคนี้ที่น้องบอกว่าเวลาที่มีปัญหาต้องออกรับหน้าคนเดียวแทนที่จะเป็นเจ้าของออกมา น้องคือเจ้าของ แล้วหน้าที่น้องไม่ใช่แค่ตอบคำถามสื่อหรือดูแลภาพลักษณ์ น้องต้องทำงานมากกว่านั้น น้องไม่ใช่พรีเซนเตอร์ ฉะนั้นถ้าวันนี้เจ้าของแบรนด์ยังบอกว่าการออกมาสัมภาษณ์เป็นเรื่องที่เหน็ดเหนื่อย ไม่แปลกที่วันนี้แบรนด์เราเจ๊ง

Advertisement




ยืนยันว่าที่เขาเซ็นต์สัญญาคือเป็นเจ้าของ?
น้องเป็นเจ้าของหุ้นค่ะ เจ้าของหุ้นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของเรา คือการสัมภาษณ์ของน้องบางทีชี้ชวนให้รู้สึกว่าเราเอาชื่อเสียงเขามาอย่างเดียว มันเหมือนบริษัทหลอกลวงประชาชนว่าแค่เอาชื่อเขามาหรอ เขาไม่ใช่เป็นเจ้าของจริงๆ แต่น้องเป็นเจ้าของจริงๆ ตรงนี้หอมยืนยัน มีสัญญาทุกอย่าง ตัวน้องก็พูดเองว่าน้องเป็นเจ้าของ ทุกคลิป ทุกการเปิดตัวเขาคือเจ้าของ เอาเรื่องมะตูมก่อนแล้วกัน มะตูมเป็นคนที่ทำงานกับปูมาโดยตลอด มะตูมกับปูต้องทำงานร่วมกันเพราะว่าเขาอารมณ์พอกัน มีมะตูมดีลกับเขาได้คนเดียว แล้วถ้าเขาขึ้นมะตูมขึ้น ถ้าเขาด่า มะตูมด่า เขาเหวี่ยงมะตูมเหวี่ยง ฉะนั้นมะตูมคือคนที่ทำงานกับเขาโดยตรง พอเขาสัมภาษณ์แบบนี้ปุ๊บ แน่นอนว่าผลกระทบมันตีกลับมาทางนี้เพราะคนเข้าใจผิด แล้วเขาก็จะโดนตัวแทนเหมือนกันเพราะตัวแทนจะตีกลับไปหาเขาเหมือนกัน มันก็เลยทำให้ความเคยชินที่แบบพอเขาสัมภาษณ์แบบนี้ปุ๊บ มะตูมก็ขึ้น มะตูมก็คือคนธรรมดาคนหนึ่งเลย มะตูมส่วนหนึ่งรู้สึกผิดว่าพาเขาเข้ามา มะตูมเคยโทรมาวันที่เราแตกหักทะเลาะกันนี่แหละ มะตูมโทรมาแล้วร้องไห้ บอกขอโทษนะที่พาเขาเข้ามา เราบอกว่าไม่เป็นไรมะตูม ถ้าย้อนเวลากลับไปได้พี่ก็อยากร่วมงานกับเขา เพราะ ณ วันนั้นเขาคือคนที่เหมาะสมจริงๆ แล้วถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราคงคุยกันดีกว่านี้ หอมจะพยายามไม่ให้เกิดเรื่องถึงการฟ้องร้องอย่างถึงวันนี้ อยากทำให้ดีที่สุด ก่อนหน้านี้เอาจริงๆส่วนตัวหอมไม่ได้มีอะไร แต่พอหลังจากฟังสัมภาษณ์ เอาตรงๆหอมยอมรับว่าหอมมีอารมณ์ขึ้นจริง มันรู้สึกช็อก หอมรู้สึกอารมณ์ไม่ดีแหละ

หลังจากวันนั้นเรามีได้พูดคุยกันไหม?
หลังจากวันนั้นที่สัมภาษณ์เสร็จ น้องติดต่อมะตูมมาโดยการไลน์หา ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มะตูมก็พูดกับเขาตรงๆนะ ว่าเขาไม่ควรสัมภาษณ์แบบนี้เพราะว่าสิ่งที่เขาพูด อันนี้คือประโยคที่มะตูมพูดกับเขานะ ว่ายูพูดแบบนี้คือดีเข้าตัวแล้วทุกอย่างมันลงมาทางนี้ น้องเขาไลน์มาคือน้องเขาก็อยากจบ จริงๆวันนี้มันเป็นเรื่องของเรากับเขาแหละ ไม่เกี่ยวกับคนนอก แล้วไม่ได้อยากบอกให้คนนอกรับรู้อะไรมากมาย มันควรเป็นเรื่องภายในบริษัท มันควรเป็นเรื่องที่คุยกันหลังบ้าน ซึ่งมะตูมบอกเขาว่าทำไมไม่คุยกันหลังบ้าน เรื่องแบบนี้มันไม่ควรเอามาออกสื่อ




Advertisement



มีข่าวออกมาว่าผู้จัดการเราโพสต์แขวะเขา?
เรื่องในเฟซบุคที่บอกว่าผู้จัดการโพสต์ เขาไม่ใช่ผู้จัดการนะคะ เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่ตามเราไปไหนมาไหน ความคิดหอมคือเราดันไปเม้นท์ตอบ และใช้วาจาที่หยาบคาย ปกติพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นเฟซบุค เพื่อนคนนี้ก็จะอารมณ์เกรียนคีย์บอร์ดอยู่แล้ว ทุกอย่างหยาบหมดปกติในนั้นเราก็คุยกันหยาบ แต่ว่าไม่เคยถูกแชร์ออกมาในโลกสาธารณะ วันนี้หอมได้บทเรียน ว่าพอออกมาอยู่ในที่สาธารณะ ก็แชร์กันกว้างขวางมากขึ้น คนที่ชอบก็มีคนไม่ชอบก็มี เลยรู้สึกว่าค่อนข้างแรง ต่อไปก็จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

ยอมรับว่าเราเองก็พูดพาดพิงถึงเขา?
หอมไม่ได้พูดพาดพิงเขา

คิดว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง
เอาจริงๆ อยากให้เคลียร์ แต่ทั้งหมดต้องถามหุ้นส่วนว่าทุกคนว่ายังไง ปูไลน์มาหามะตูมว่าอยากจบ แต่ทนายเราก็บอกว่า ทนายฝั่งเขาบอกว่าไม่ไกลเกลี่ย เลยไม่แน่ใจว่าตกลงยังไงกันแน่ สุดท้ายอยากจะบอกว่า ถ้าทุกอย่างเป็นเรื่องคดีความ ก็ให้กฎหมายจัดการไปดำเนินตามขั้นตอน ดาราไม่ควรมีภาพนี้แล้ว แม้กระทั่งหอมก็บอกตัวเองเหมือนกัน ว่าเราต้องมีสติมากขึ้น มีอะไรก็คุยกัน ความจริงที่ปูไลน์มาหามะตูม มะตูมก็ยังไม่ได้ตอบ เพราะมีประโยคที่อะไรก็ตามน้องอยากให้เราคุยผ่านทนาย ซึ่งเราโอเคถ้าเรื่องคดีเราคุยผ่านทนายอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของใจ ความจริงใจที่มีให้กันไม่ต้องผ่านทนาย ให้น้องโทรมาเลย วันที่เราร่วมธุรกิจกันเรามี 4 คน มีอะไรคุยกันได้พี่ว่าพวกพี่แมนพอ สุดท้ายแล้วการทำงานในวงการก็ต้องไปต่อ เราไม่รู้ว่าวันนึง เราอาจจะร่วมงานหรือเจอกันอีกก็ได้ รักษาความสัมพันธ์ไว้ดีกว่า

เรื่องที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกับธุรกิจเราไหม?
การให้สัมภาษณ์ของเขากระทบกับตัวแทน กลายเป็นว่าตัวแทนกำลังจะฟื้น แต่เหมือนแบบพูดว่าธุรกิจที่ได้เงินมาง่ายนั้นไม่ดี ซึ่งมันไม่ใช่ การทำธุรกิจเรายังมีดาราอีกหลายคน ที่ทำธุรกิจกันแบบจริงจัง วันนี้น้องไม่ทำแต่คนอื่นยังทำอยู่ ก็อยากเข้าใจว่าบางคน ใช้การขายของออนไลน์เป็นอาชีพจริงๆ อยากขอความเห็นใจตัวแทน อยากให้มองภาพธุรกิจออนไลน์ว่าบางคนของใช้เลี้ยงครอบครัว เอาจริงๆตัวแทนธุรกิจของเราก็เดือด หลังจากที่ได้ฟังคำสัมภาษณ์ เพราะเขารู้สึกว่า ทำให้เขาขายของไม่ได้ ขายของยากขึ้นอีก ตัวแทนก็จะงัดคำพูดว่า แต่ก่อนบอสปูเคยพูดว่าอะไรบ้าง ต้องเข้าใจว่า ณ วันนั้นน้องมีไฟมากจริงๆ แล้วเราก็แฮปปี้มาก ฉะนั้นการมีไฟของน้องก็เลยเหมือนการให้ความหวังตัวแทน



กระทบยอดขายเป็นยังไงบ้าง?
ยอดขายก็ตกมาตั้งแต่ตอนนั้นที่มีข่าวเรื่องอาหารเสริมแล้วค่ะ ช่วงหลังเหมือนกำลังจะฟื้นตัว แต่พอมีเรื่องนี้เกิดขึ้น ไม่ถึงกับทำให้ยอดขายคิดฮวบเพราะแบรนด์ไปรยาเราไม่ขายแล้ว ส่วนสินค้าตัวอื่นเรายังขายดีอยู่

เราอยากให้ทุกอย่างจบแบบไหน?

คุยกันเลย แต่คุยด้วยความจริงใจนะ ถ้ารู้สึกว่าไม่โอเค ไม่เป็นไรเราว่าการตามกฏหมาย แต่เราต้องหยุดการสัมภาษณ์เท่านี้ดีไหม

ในส่วนของคดีมีการฟ้องร้องในเรื่องใดบ้าง?
หอมไม่สามารถตอบได้เลยค่ะ

ต่อไปเวลาจะร่วมงานกับใครต้องเลือกมากขึ้นไหม?
หอมก็ต้องเลือกมากขึ้น ตัวเขาเองเขาก็ต้องเลือก ต่างคนต่างเลือก วันนี้เราเป็นโจทก์ฟ้องเขา เขาก็มีสิทธิ์ฟ้องเรากลับเหมือนกัน ในกรณีที่เขารู้สึกว่ามีอะไรที่ไม่ถูกต้อง

กลัวการฟ้องกลับไหม?
ไม่กลัวค่ะ ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด ผิดก็ชดใช้ค่าเสียหายขั้นตอนกฎหมายมีแค่นั้นเองค่ะ