"กอบศักดิ์" ลุยเชียงใหม่ติดตามปัญหาฝุ่นควันไฟป่า

2019-04-07 16:15:48

"กอบศักดิ์" ลุยเชียงใหม่ติดตามปัญหาฝุ่นควันไฟป่า

"กอบศักดิ์" ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์ฝุ่นควันไฟป่า เร่งหาทางแก้ทั้งระยะสั้น กลาง และระยะยาว หลังกระทบสุขภาพ ปชช.และการท่องเที่ยว


เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พร้อมคณะทำงานด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควัน โดยร่วมหารือสถานการณ์และแนวทางการแก้ปัญหาจัดการไฟป่ากับเจ้าหน้าที่ศูนย์กำกับดูแลไฟป่า อ.สะเมิง รวมถึงสอบถามปัญหาด้านสุขภาพกับประชาชนผู้ประสบเหตุในพื้นที่ๆจำนวนมากที่ได้มารอรับบริการตรวจสุขภาพจากสาธารณสุขและมารับการให้การอบรมความรู้เรื่องฝุ่น PM 2.5 และสาธิตวิธีการดัดแปลงพัดลมให้สามารถดักฝุ่นผ่านแผ่นกรอง


นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองมีผลกระทบอย่างมากกับประชาชนในพื้นที่ โดยเห็นได้จากวันนี้มีผู้ประสบเหตุมารวมตัวเพื่อขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจากทางสาธารณสุขจำนวนมาก ทั้งนี้จำเป็นต้องมีมาตราการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งในระยะสั้น กลาง และ ยาวให้ได้ โดยมลพิษในฝุ่น PM 2.5 นั้นสร้างความเสียหายให้กับประเทศปีละหลายหมื่นล้าน ไม่ว่าจะเป็นในระยะสั้นที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เดินไม่ได้ สร้างปัญหาด้านสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนในระยะกลาง และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในระยะยาว


โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ทางทีมนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคพปชร. ได้หารือแนวทางนโยบายการแก้ปัญหาเบื้องต้นกับนักวิชาการต่างๆมาระยะหนึ่งแล้ว วันนี้มาลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นกับเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม โดยหลังจากนี้จะเดินทางต่อไปพบนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพปชร. เพื่อหารือการบริหารจัดการพื้นที่เซฟโซนและระดมความคิดกับนักวิชาการในหลายภาคส่วนที่ศูนย์ประชุมในพื้นที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่

Advertisement




นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ในการแก้ปัญหาในระยะยาวจำเป็นต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการลดความรุนแรงของไฟป่า การลดการเผาฟางจากไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด เป็นต้น โดยในการในปัจจุบันมีตัวอย่างในการนำฟางข้าวโพดให้เกิดประโยชน์และรายได้สูงสุด ซึ่งจะทำให้เกิดการนำฟางข้าวโพดไปใช้ประโยชน์แทนการเผาแล้ว เช่น ฟางข้าวโพดสามารถนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ ใบอ้อยสามารถนำไปทำใช้ผลิตไฟฟ้า ใบอ้อยสามารถนำไปเป็นอาหารให้วัววากิว เป็นต้น ซึ่งในอนาคตควรมีการทำวิจัยต่อยอดและมีมาตราการส่งเสริมให้เกิดการนำวัตถุดิบจากฟางข้าวโพดไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป


ทั้งนี้ในช่วงบ่ายจะมีการหารือระดมความคิดแนวนโยบายกับนักวิชาการและผู้ประกอบการในหลายภาคส่วนเพิ่มเติมเพื่อนำไปเตรียมผลักดันนโยบายการแก้ปัญหาในระยะสั้น กลาง และ ยาวต่อไป

Advertisement






//////

แท็กที่เกี่ยวข้อง