"บิ๊กตู่"สั่งลดจุดความร้อนภาคเหนือใน 7 วัน

2019-04-02 16:10:22

"บิ๊กตู่"สั่งลดจุดความร้อนภาคเหนือใน 7 วัน

นายกฯระบุการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าระยะสั้น ต้องลดจุดความร้อนให้ได้ใน 7 วัน ส่วนระยะยาวต้องมีการปลุกจิตสำนึกไม่เผาป่า เตือนฝ่าฝืนจับหมด

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ าคสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังติดตามการแก้ไขปัญหาหมอกควัน และไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่ 7 วันจะแก้เสร็จทั้งหมด เพราะมีหลายปัญหาทับซ้อนกัน แต่ตนได้สั่งการให้เห็นผล 7 วัน ในเรื่องการลดฮอตสปอตหรือจุดความร้อน นี่เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ทันที เร่งด่วน ดังนั้นขออย่าใจร้อน ขณะนี้เป็นการแก้ปัญหาระยะแรก แต่ในระยะยาว ต้องมีการปลุกจิตสำนึก การสร้างความจูงใจด้านเกษตรกรรม การปรับเปลี่ยนการปลูกพืช การปรับพฤติกรรมการกิน ทั้งหมดต้องใช้เวลา ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดความสับสนอลหม่าน วุ่นวาย จึงต้องเอาแต่ละปัญหามาแก้ มาเคลียร์ โดยต้องมีแผนแม่บท แผนยุทธศาสตร์ชาติ จะทำตามใจอะไรมากไม่ได้ กฎหมายมีทุกตัว การใช้เงินและงบประมาณมีกฎหมายหมด


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนย้ำใน 7 วัน ต้องแก้ปัญหาจุดที่เผาไหม้ ที่มีการจุดเผาวัชพืชและการจุดไฟเพื่อหาสัตว์ป่าบ้าง โดยแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่คือ 1.พื้นที่เขตเมืองจะทำอย่างไรในเรื่องสุขภาพของประชาชน 2.พื้นที่ทำกิน ซึ่งมีทั้งพื้นที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายที่มีการบุกรุก 3.พื้นที่ป่าภูเขา ซึ่งมีความสูงไม่เหมือนกับภาคอื่นๆ บางครั้งมีการเผาบนยอดเขา ดังนั้นเราต้องแก้ด้วยจิตสำนึก ซึ่งไม่ใช่แค่ 7 วัน ดังนั้น ทุกคนจะต้องไม่เผาป่า ต้องเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ วันนี้ตนได้สั่งใช้กฎหมายเต็มที่แล้ว ตำรวจก็จะจับหมด ในส่วนการปลูกข้าวโพดข้างบน ข้อมูลกระทรวงเกษตรเขาคุมอยู่แล้ว ต่อไปนี้ต้องสำรวจหากปลูกในพื้นที่บุกรุกเราจะไม่ซื้อ ปิดเส้นทางทั้งหมด เพราะฉะนั้นนายทุนต่างๆที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนกันด้วย


เมื่อถามว่า การลงพื้นที่มาครั้งนี้ เนื่องจากยังไม่พอใจการแก้ไขปัญหาใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันยังไม่อยู่ในอันดับที่พอใจ ยังมีจุดความร้อนมากขึ้น แต่วันนี้การจุดไฟก็ลดลง ต้องแก้ปัญหาที่คน เราก็พยายามหาที่อยู่ที่กินให้เขา แต่เขาก็ไม่อยากออกมา นั่นคือปัญหา ในส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ก็ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพให้มากขึ้น และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งมีความอ่อนไหว ขณะที่การแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนไปแล้ว 1.7 ล้านชิ้น


Advertisement