“นิพิฏฐ์”เปิดหลักฐานโกงเลือกตั้งถึงขั้นยุบพรรค

2019-03-29 16:45:16

“นิพิฏฐ์”เปิดหลักฐานโกงเลือกตั้งถึงขั้นยุบพรรค

“นิพิฏฐ์”เปิดหลักฐานแชทไลน์แฉผู้สมัครบางพรรคให้หัวคะแนนเก็บบัตรประชาชน พร้อมจ่ายเงินซื้อเสียงหัวละ 500 บาท แฉกรรมการบริหารพรรครู้เห็นด้วยถึงขั้นยุบพรรค


เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พัทลุง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การเลือกตั้งครั้งนี้รู้สึกขยะแขยงการซื้อเสียง ทั้งนี้ได้ยื่นหลักฐานไปยัง กกต. ประกอบด้วยบันทึกสนทนาของกลุ่มไลน์กลุ่มหนึ่งที่มีสมาชิก 388 คน โดยเป็นเนื้อหาการสนทนาเกี่ยวกับการรวบรวมบัตรประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมการทุจริตการเลือกตั้ง มีการย้ำว่าทุกขั้นตอนอย่าประมาท เพราะเรากำลังสู้กับกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานบันทึกสนทนาของกลุ่มไลน์อีกหนึ่งกลุ่มเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแจ้งเตือนจากคณะกรรมการบริหารพรรคของพรรคการเมืองหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มด้วย โดยบอกกับสมาชิกในกลุ่มให้ระวัง เนื่องจากตนกำลังจับตาตรวจสอบอยู่ โดยประกาศให้รางวัลกับคนที่เก็บบัตรประชาชนหัวละ 10 บาท แสดงว่าคณะกรรมการบริหารพรรคคนนี้รู้ถึงกระบวนการโดยไม่ได้ห้ามปราม


นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีบันทึกข้อความจากไลน์อีกหนึ่งกลุ่ม มีใจความว่า “หากใครถูกจับช่วงแจกเงิน ให้บอกว่าเป็นเงินของพรรคประชาธิปัตย์ ผมถูกตำรวจจับ ผมก็พูดว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้ทำ” ซึ่งถือเป็นการใส่ร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. อีกทั้งหลังจากที่ตนนำข้อความดังกล่าวมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ปรากฏว่าข้อความนั้นถูกลบจากห้องสนทนาในกลุ่มไลน์ แต่ตนได้เก็บหลักฐานข้อความเหล่านั้นไว้แล้ว อีกทั้งยังมีหลักฐานเป็นสมุดบัญชีการจ่ายเงินให้กับประชาชนเจ้าของบัตร โดยมีการระบุรายละเอียด เช่น จำนวนสมาชิกในครอบครัว ยอดจำนวนเงิน และสัญลักษณ์การจ่ายเงินแล้ว โดยทั้งหมดมีการรวบรวมบัตรประชาชนประมาณ 50,000 ใบ

ทั้งนี้นายนิพิฏฐ์ได้เปิดคลิปวิดีโอตอนหนึ่งขณะที่หัวคะแนนกำลังจ่ายเงินให้กับชาวบ้าน ซึ่งในคลิปดังกล่าวเป็นการพูดคุยภาษาใต้ใจความสรุปว่า ให้เลือกผู้สมัคร ส.ส. คนหนึ่ง พร้อมจ่ายเงิน 500 บาท และบอกด้วยว่าหากพรรคไหนจ่าย ก็รับไปเลย แต่ขอให้เลือกผู้สมัครรายนี้เท่านั้น จะเห็นว่าจากที่เขารวบรวมบัตรได้ประมาณ 550,000 ใบ หัวละ 500 บาท ร่วมๆจ่าย 30-50 ล้านบาท แต่สิ่งที่อยากเน้นคือ กกต.กล้าหรือไม่ เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรครู้เห็น แต่ไม่ได้แก้ไขยับยั้ง จึงมีเหตุผลหนักแน่นเพียงพอที่จะยุบพรรค อยากให้ กกต.ตั้งชุดเฉพาะกิจไปสอบเรื่องนี้ในพื้นที่ เพราะรู้ว่า กกต.ในพื้นที่และพนักงานสอบสวนที่นัดตนไปสอบในวันอาทิตย์ที่ 31 มี.ค.นี้ ที่จ.พัทลุงนั้น จะตรวจสอบพลาดหรือไปถึงจุดนั้นหรือไม่ กรณีนี้เกี่ยวข้องกับกรรมการบริหารพรรคก็ต้องมีการยุบพรรค