ปชป.จี้ กกต.ตรวจสอบผู้ว่าฯเมืองคอนเกณฑ์คนรับนายกฯ

2019-03-18 15:00:42

ปชป.จี้ กกต.ตรวจสอบผู้ว่าฯเมืองคอนเกณฑ์คนรับนายกฯ

รองโฆษก ปชป. เผยเอกสาร ผวจ.นครศรีธรรมราช สั่งเกณฑ์คน 2 หมื่น ต้อนรับคณะนายกฯ จี้ กกต. ตรวจสอบด่วน ใช้เวลาราชการทรัพยากรรัฐแอบแฝงหาเสียงหรือไม่

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้นำเอกสารราชการลงวันที่ 13 มี.ค. 2562 ลงนามโดยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช เรื่อง ขอเชิญร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ เดินทางมาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึกที่ทำถึงหัวหน้าส่วนราชการส่วนภูมิภาค หัวหน้าส่วนราชการส่วนกลาง หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกส่วนราชการ มีเนื้อหาเชิญเข้าร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรี และคณะที่จะเดินทางไป จ.นครศรีธรรมราชในวันนี้ พร้อมแนบร่างกำหนดการ รวมถึงยังมีบัญชีมอบหมายภารกิจเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม "งานมหกรรม มอบความสุข สร้างอาชีพ เสริมรายได้ หลังภัยปาบึก" มีการตั้งเป้าหมายระดมคนให้ได้ 20,000 คนจาก ทั้งหมด 13 อำเภอ


นายเชาว์ กล่าวต่อว่า ทราบมาว่า ช่วง 7 วันก่อนเลือกตั้งจะมีการเกณฑ์คน ไปต้อนรับนายกรัฐมนตรีทุกพื้นที่ที่อ้างว่าไปตรวจราชการ เช่น ที่จ.นครศรีธรรมราชตามเอกสารที่ได้นำมาเผยแพร่มีการระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเกณฑ์มากถึง 20,000 คน ผิดวิสัยของการไปตรวจราชการตามปกติ อีกทั้งยังมีการจัดเวทีในลักษณะให้นายกรัฐมนตรีปราศรัยกับประชาชนไม่แตกต่างจาก เวทีปราศรัยของพรรคการเมือง เพียงแต่หลีกเลี่ยงไม่ มีชื่อพรรคการเมืองอยู่ในเวทีเท่านั้น พฤติกรรมเช่นนี้ กกต. ต้องตรวจสอบ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองด้วย การกระทำเช่นนี้เข้าข่ายใช้เวลาราชการ ทรัพยากรของรัฐ และงบประมาณของรัฐ เพื่อการหาเสียงแอบแฝงช่วยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งหรือไม่ เนื่องจากในขณะนี้พรรคพลังประชารัฐหาเสียงว่าให้เลือกพรรคพลังประชารัฐเพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ทำงานต่อ จึงแยกไม่ออกระหว่างภารกิจของรัฐบาลกับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐในขณะนี้ อีกทั้งคะแนนนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านการใช้กลไกราชการครั้งนี้จะมีผลในเชิงบวกโดยตรงกับพรรคพลังประชารัฐ การกระทำของพล.อ.ประยุทธ์ จึงอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 78 ที่ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง


“เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องเร่งตรวจสอบ และชี้ขาดว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ และหยุดยั้งพฤติกรรมนี้ก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง มิเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อหลักการจัดเลือกตั้งที่ต้องเสรีและเป็นธรรมซึ่งจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตให้มีผู้นำมาเป็นเหตุโต้แย้งไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองตามมา ซึ่ง กกต. สามารถพิจารณาเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนได้เลยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้องเพราะเมื่อเรื่องนี้เผยแพร่สู่สาธารณะก็ถือว่าความปรากฏต่อ กกต. แล้ว”นายเชาว์ กล่าว

นายเชาว์ยังฝากถึงนายกรัฐมนตรีด้วยว่าหากไม่มีส่วนรู้เห็น ต้องรีบระงับยับยั้ง ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่ถ้าปล่อยปละละเลยก็แสดงว่ารู้เห็นเป็นใจ ซึ่งกำหนดการที่จะเดินทางลงพื้นที่จ.ตากในวันที่ 19 มี.ค. และฉะเชิงเทราในวันที่ 20 มี.ค. เชื่อได้ว่าจะมีผู้ไปต้อนรับเป็นจำนวนมาก ไม่ต่างจากที่เชียงราย แพร่และนครศรีธรรมราช เพราะมาจากการใช้กลไกราชการเกณฑ์ประชาชนเหมือนกัน จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีพึงระลึกไว้ด้วยว่า คนที่เดินทางมาจำนวนมาก ไม่ได้สะท้อนถึงคะแนนนิยมในตัวท่านโดยธรรมชาติ แต่เป็นการจัดตั้ง เพราะไม่เช่นนั้นอาจหลงระเริงกับการปั้นแต่ง จนมองไม่เห็นความจริงซึ่งจะเป็นภัยต่อตัวท่านในที่สุด

นายเชาว์กล่าวด้วยว่านอกจากจะพบปัญหาการใช้ข้าราชการเป็นเครื่องมือในการเกณฑ์ประชาชนแล้ว ยังพบปัญหาการเก็บบัตรประชาชนในหลายพื้นที่ ไม่เว้นแม้กระทั่งใน กทม. โดยมีข้าราชการทหาร ตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องขณะที่ กกต. ในแต่ละพื้นที่ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ การทำการเมืองเช่นนี้ ไม่แตกต่างอะไรกับพรรคไทยรักไทยในระบอบทักษิณที่เคยทำในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการใช้กลไกราชการเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจ ไปจนถึงการดูด อดีต ส.ส. จากหลายพรรคการเมืองไปไว้ในสังกัด ไม่เว้นแม้กระทั่งอดีตนักการเมืองที่มีปัญหาเรื่องทุจริต ซึ่งนอกจากจะไม่สามารถปฏิรูปการเมืองได้แล้วยังทำให้การเมืองถอยหลังเข้าคลองกลับสู่ยุคทำทุกอย่างเพื่ออำนาจโดยไม่สนความถูกต้องและกฎหมาย


Advertisement