เรื่องแรกในชีวิต !! “โบว์ แวนด้า” ประกบ “โอม อัชชา” ในโปรเจกต์ "เจ้ฉอด"

2019-02-21 13:45:56

เรื่องแรกในชีวิต !! “โบว์ แวนด้า” ประกบ “โอม อัชชา” ในโปรเจกต์ "เจ้ฉอด"

เจ้าแม่คลับฟรายเดย์ฯ เรื่องรักเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย “พี่ฉอด” จีบแม่ม่ายลูกสอง “โบว์ แวนด้า” เล่นละครครั้งแรก พร้อมดึงสองพระเอก “นิว วงศกร – โอม อัชชา” เล่าเรื่องรักในซีซั่น 11

เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ครองใจผู้ชมทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับซีรีส์เรื่องจริงของความรักอย่าง “คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรีส์” ที่ตอนนี้เดินทางมาถึงซีซั่นที่ 11 แล้ว และเจรียมจะลงจอให้แฟนๆ ได้ชมกันในวันที่ 1 มี.ค. นี้ ในตอนที่ชื่อว่า “รักที่ไม่ได้ออกอากาศ”

งานนี้พี่ฉอด “สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ และ “เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย” รองกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่าละคร บริษัท เช้นจ์ 2561 จำกัด เผยร่วมงานสองพระเอกที่เพิ่งจะผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ “นิว วงศกร ปรมัตถากร” และ “โอม อัชชา นามปาน” อีกด้วย นอกจากนนี้ยังมีข่าวแว่วมาว่า พี่ฉอดกำลังจีบแม่ม่ายลูกสอง อย่าง “โบว์ แวนด้า” ร่วมงานด้วยอีกต่างหาก ซึ่งทั้งพี่ฉอดและหนุ่มเอสก็ได้เผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า…



เดินทางมาถึงซีซั่นที่ 11 แล้ว หลีกหนีจากความจำเจของ 10 ซีซั่นที่ผ่านมายังไง ?

ฉอด สายทิพย์ : “เรื่องของความรักประเด็นมันเหมือนจะซ้ำซาก แต่ว่าดีเทลข้างในยังไงมันก็ไม่เหมือนกัน ความมหัศจรรย์ของเรื่องราวมันมีตลอดเวลารวมถึงเรื่องของนักแสดง และหน้าหนังด้วยที่มันมีความเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ส่วนตัวคิดว่าในแง่ของความเป็นทรูสตอรี่มันคือเสน่ห์ของคลับฟรายเดย์ฯ คือปัญหาความรักบนโลกใบนี้มันมีอยู่ไม่กี่เรื่องหรอก แต่ว่าชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน ฉะนั้นรายละเอียดของเรื่องราวมันย่อมมีจุดที่แตกต่างกันเสมอ และมักจะพีคขึ้นเรื่อยๆ ด้วย (หัวเราะ) ”

ซีซั่นที่ 11 กับชื่อตอน “รักที่ไม่ได้ออกอากาศ” น่าจะมีเรื่องราวเยอะมาก เลือกมายังไงให้เหลือแค่เพียง 10 เรื่องราว ?

ฉอด สายทิพย์ : “โอ้โห…มันมีความเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย อาทิเช่น ผู้หญิงผู้ชายคู่หนึ่งที่เป็นแฟนกัน ฉลองครบรอบ 1 ปีด้วยการพามาเจอกับครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่แม่ก็จะมีแนวโน้มที่ไม่ชอบแฟนลูกสูงมาก แต่ในเรื่องนี้คือครั้งแรกที่ผู้หญิงสบตาแม่ของผู้ชาย กลับรู้สึกว่ามันมีความมหัศจรรย์เกิดขึ้นในใจเขา งงกันใช่ไหมว่าแฟนลูกกับแม่คืออะไรยังไงกัน แต่นี่คือเรื่องจริงค่ะ บางคนอาจจะมีคำถามว่าจริงเหรอ แน่ใจเหรอ ไม่ใช่เรื่องแต่งแน่เหรอ อยากจะบอกว่าการทำคลับฟรายเดย์ฯ มันเหมือนการทำงานนักสืบ และในที่สุดแล้วเราฟังออกมาว่าอันไหนเรื่องจริงอันไหนเรื่องแต่ง อีกอย่างมันคือกรณีศึกษา พี่อ้อยพี่ฉอดไม่ใช่ศาลหรือตำรวจที่จะตัดสินจริงหรือไม่จริงอะไร แต่เรากำลังเอากรณีเหตุการณ์นี้มาให้ดูว่าเป็นแบบนี้แล้วมันจะยังไงกับชีวิตคน ที่สำคัญเรื่องจริงมันมหัศจรรย์กว่าเรื่องที่แต่งขึ้นมาเยอะ (หัวเราะ) ”


การแคสต์นักแสดงในซีซั่นนี้ยากไหม ?

เอส วรฤทธิ์ : “การทำคลับฟรายเดย์ฯ มันจะต่างจากทำละครที่มาจากบทประพันธ์ที่มีการกำหนดรูปพรรณสันฐานตัวละครมาให้เบื้องต้นแล้ว ส่วนคลับฟรายเดย์ฯ มันคือเบสออนทรูสตอรี่ การที่ต้นเรื่องเล่าเรื่องมามันไม่ใช่ตัวละครในนิยาย ไม่ใช่พระเอกนางเอกในฝัน แต่มันคือชีวิตจริงๆ แล้วการที่เราจะเอามาทำเป็นละครก็ต้องทำให้น่าดู เลยเลือกนักแสดงอาชีพมาถ่ายทอด ซึ่งวิธีคิดมันไม่ได้ถูกล็อกว่าจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ไม่ได้ต้องไปเจอตัวจริงของต้นเรื่องว่าเขาเป็นยังไง เพื่อที่จะได้หานักแสดงมาให้เหมือน ตอนทำงานเราไม่เคยมีความคิดแบบนั้นเลยเพราะไม่อยากแตะต้องชีวิตส่วนตัวเขาขนาดนั้น เราเอาแค่เค้าโครงเรื่องของเขามาถ่ายทอดก็พอแล้ว”

ในส่วนของนักแสดงของซีซั่นนี้มีใครว้าวๆ บ้างไหม ?

เอส วรฤทธิ์ : “เอาจริงๆ โดยภาพรวมมันน่าจะออกมาแข็งแรงและว้าวพอสมควร อย่างก่อนหน้านี้มีคนถามถึง “นิว วงศกร” ว่ามาร่วมงานกับเรามั้ย มาเล่นในเรื่องที่ 3 “รักโกหก” ต้องบอกว่าคลับฟรายเดย์ฯ ซีซั่นนี้ไม่ได้เปิดที่เดือน ม.ค. แต่เปิด มี.ค. เลยยังไม่สามารถพูดอะไรได้มาก ในขณะเดียวกันช่วง ม.ค.ก็เป็นอีเวนต์ของทุกช่องที่แถลงข่าวกันด้วย เลยเหมือนกับคนนั้นคนนี้ไปโผล่ที่นั่น แต่ว่าจริงๆ เริ่มต้นมันมากระจุกอยู่ที่เราหมดแหละ พูดกันตรงๆ คลับฟรายเดย์ฯ น่าจะเป็นชุมชนของนักแสดงอิสระอยู่แล้ว (หัวเราะ) นักแสดงทุกคนสิ่งที่ต้องการคือบท แล้วคลับฟรายเดย์ฯ มันเป็นบทชีวิตจริงๆ คนที่มาเล่นพูดได้เต็มมากว่าเป็นดารานำจริงๆ แล้วทุกเรื่องก็ต้องมีตัวท็อปมาเล่นเพราะต้องยอมรับว่าาทุกวันนี้ในเชิงของการคิดงานมันต้องคำนึงถึงเรื่องการตลาดและพีอาร์ด้วย วันนี้ต้องมาแบบครบสูตรแล้ว แล้วการตั้งโจทย์เลือกแคสต์นักแสดงให้แตกต่างเราเริ่มจริงจังตอนซีซั่น 7 ที่เริ่มบอกกับตัวเองว่าจะไม่เอานักแสดงซ้ำ ซ้ำในที่นี้หมายถึงว่าถ้าทำซีซั่น 11 ก็จะไม่เอานักแสดงในซีซั่น 10 มาเล่น”


Advertisement



นอกจากนิวแล้ว มี “โอม อัชชา” ด้วยไหม ?

เอส วรฤทธิ์ : “เห็นมั้ยชอบหลอกถามมาเรื่อยๆ (หัวเราะ) ก็มีครับ”


ได้ข่าวมาว่ามี “โบว์ แวนด้า” ด้วยจริงไหม ?

เอส วรฤทธิ์ : “เดี๋ยวๆ รู้ได้ยังไงเนี่ย อย่างกรณีโบว์เขาจะไม่ได้อยู่ในลิสต์ของนักแสดงทั่วไป แต่มีอะไรที่รีเลตแล้วทำให้นึกถึงเขา โบว์เล่นเรื่องเดียวกับโอมคือเรื่องที่ 5 “คนไม่ควรรัก” วิธีคิดคือพอเห็นบทนี้แล้วนึกถึงเขาเลยก็แค่นั้น แต่ว่าวิธีคิดนี้มันก็ไม่ได้ว่าจะได้แบบนี้เสมอ อย่างบางทีติดต่อคนหนึ่งไว้ ตอบตกลงไปเรียบร้อยด้วย แต่อีท่าไหนไม่รู้คิวพลาดเฉยเลย แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นคือเราจะได้คนใหม่ๆ ที่ดีกว่าคนเดิมเสมอ (หัวเราะ) ”

ทำไมถึงสนใจ “โบว์ แวนดา” เพราะเขาไม่เคยเล่นละครเลย ?

เอส วรฤทธิ์ : “ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้สนใจผู้หญิงคนนี้ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคนอื่นเคยชวนเขาเล่นละครรึเปล่า แต่พอเราโทร.ไปชวนเขาก็รับเล่นเลย (หัวเราะ) เอาจริงๆ ตอนติดต่อไม่ได้ยากเลย อาจจะเพราะพอเขาได้อ่านบทแล้วรู้สึกแฮปปี้กับบทด้วย แล้วก็เขาเคยทำงานผู้ประกาศข่าวมาก่อนนี่แหละเลยเข้าทางเพราะในเรื่องก็เล่นเป็นผู้ประกาศข่าว เชื่อมั้ยว่าเราไม่ได้ให้เขาเข้ามาแคสต์ด้วย แต่มั่นใจว่าเขาเล่นได้”


เคยลองจีบ “แอฟ ทักษอร” มาร่วมงานบ้างไหม ?

ฉอด สายทิพย์ : “ส่วนใหญ่จะเป็นการคุยผ่านๆ คนนั้นคนนี้ ผู้จัดการเสนอมาบ้าง แต่ยังไม่ลงตัวกับบทตอนนั้นเหมือนคุยกันแล้วเขายังไม่อยากเล่นเรื่องที่เป็นสามีภรรยา แต่ว่าคลับฟรายเดย์ฯ พอเป็นรุ่นอายุประมาณนี้มันก็จะมีแต่เรื่องสามีภรรยาอยู่”



Advertisement




ขอบคุณรูปจากอินสตาแกรม: @vanda29,@new_wongsakorn, @ohm_atshar, @s.vorarit