“จาตุรนต์”ยังไม่ได้เซ็นชื่อแคนดิเดตนายกฯ

2019-02-07 13:25:07

“จาตุรนต์”ยังไม่ได้เซ็นชื่อแคนดิเดตนายกฯ

“จาตุรนต์” เผย ทษช.ยังไม่ได้ส่งหนังสือให้เซ็นยินยอมเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ พูดเป็นนัยคงไม่ต้องเซ็นแล้ว


เมื่อวันที่ 7 ก.พ. พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นำโดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ดร.ฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค นายพิชัย นริพทะพันธุ์ กรรมการยุทธศาสตร์ และนายประภัสร์ จงสงวน ทีมเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ และ ดร.อรุณี กาสยานนท์ รองโฆษกพรรคพร้อมแกนนำและ นายธกร เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. หมายเลข 7 เขต 20 สวนหลวง หนองบอน ประเวศ ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดวัดตะกล่ำ ตลาดเอี่ยมสมบัติ


นายจาตุรนต์ ให้สัมภาษณ์ถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคนั้น ยังไม่ทราบเพราะไม่ได้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค แต่ก่อนหน้านี้ก็มีชื่อตนว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนหนึ่งของพรรค ซึ่งก็รอว่าจะมีหนังสือมาให้เซ็นยินยอมหรือไม่ แต่วันนี้ก็วันที่ 7 ก.พ.เข้าไปแล้ว เข้าใจว่าคงจะไม่ต้องเซ็นแล้ว อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะเป็นผู้พิจารณา ส่วนจะเป็นบุคคลจากภายนอกหรือไม่นั้น คณะกรรมการบริหารก็ยังไม่ได้แจ้งให้สมาชิกพรรคทราบ ขอให้รอการชี้แจงจากคณะกรรมการบริหารพรรคจะดีที่สุด ผู้สื่อข่าวถามว่า คุณสมบัติของแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคนั้นควรจะเป็นอย่างไร นายจาตุรนต์กล่าวว่า เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคที่จะพิจารณา และตนก็เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน จึงขอไม่ก้าวล่วง ให้คณะกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจโดยอิสระ เชื่อว่าจะตัดสินใจอย่างดีที่สุด


ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองโฆษกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อนำเอาข้อมูลการศึกษาของเด็กปฐมวัยไปใช้ในนโยบายด้านการศึกษาของพรรค การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าควรเริ่มที่การวางรากฐานด้านการศึกษาในช่วงวัยเด็กเล็กตั้งแต่ 3-6 ขวบ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่พัฒนาการด้านสมองเติบโตอย่างเต็มที่ถึง 80% พรรคจึงมีโครงการด้านการวางรากฐานเด็กปฐมวัย ด้วยการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 20,000 แห่ง และโรงเรียนอนุบาลของรัฐ 30,000 แห่ง ให้เป็นสมาร์ท คิดส์ เซ็นเตอร์ โดยจะเพิ่มการลงทุนด้านการศึกษาในเด็กปฐมวัย ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งในด้านสาธารณสุข การเลี้ยงดู และการศึกษา จัดสิ่งแวดล้อม เครื่องมือ และการเรียนรู้ในศูนย์ให้ได้มาตรฐาน พัฒนาครูและผู้ดูแลเด็กให้มีคุณภาพ เพิ่มสัดส่วนผู้ดูแลเด็กและครู เพื่อประกันว่าเด็กจะได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการลงทุนในเด็กปฐมวัยน้อยเกินไป อีกทั้งยูนิเซฟยังเคยสำรวจกลุ่มตัวอย่างพบว่า ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 ใน 3 ไม่ได้มาตรฐาน



Advertisement