เตือนฝุ่นพิษพุ่ง 13-15 ก.พ.

2019-02-04 18:00:33

เตือนฝุ่นพิษพุ่ง 13-15 ก.พ.

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเตือนฝุ่นพิษฟุ้ง 13-15 ก.พ. บอร์ดสิ่งแวดล้อมยังไม่ปรับลดค่ามาตรฐาน PM 2.5 โยนคณะกรรมการควบคุมมลพิษพิจารณา เร่งติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ กทม. ให้ครบ 50 เขตรวมทั้งเมืองใหญ่

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2562 (นัดพิเศษ)

นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกทม.และปริมณฑล โดย มีมติเห็นชอบให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการระยะเร่งด่วนอย่างเคร่งครัดและเข้มงวดที่สุด เพื่อลดผลกระทบและแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง PM2.5 ควบคู่กับสร้างความเข้าใจให้ประชาชนให้อยู่บนข้อเท็จจริง ไม่บิดเบือนความจริงในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งการบังคับใช้กฎหมายควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษให้ชัดเจน จากการตรวจสอบพบว่า กทม. และปริมณฑลฝุ่นละออง PM2.5 สาเหตุหลักมาจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์และน้ำมันดีเซลปล่อยควันดำออกมามากกว่าร้อยละ 50 จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดการตั้งจุดตรวจรถยนต์วัดควันดำบริเวณจังหวัดรอยต่อบนถนนสายหลักและสายรองทุกเส้นทางที่มีรถบรรทุกและรถโดยสารมุ่งหน้าเข้า กทม. ทั้งนี้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกระทรวงคมนาคม ได้ปรับมาตรฐานตรวจจับควันดำใหม่เป็นมาตรฐานเดียวกันต้องไม่เกินร้อยละ 30 จากเดิมกำหนดไว้ต้องไม่เกินร้อยละ 45 หากเกินจะถูกปรับ 5,000 บาท และพ่นห้ามใช้ทันที


นายวิจารย์ กล่าวต่อว่า ได้ให้หน่วยงานท้องถิ่นที่เป็นเมืองใหญ่ติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น โดย กทม. ต้องติดตั้งให้ครบทั้ง 50 เขตภายในปีนี้ พร้อมทั้งมีการปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันดีเซลให้มีค่ากำมะถันต่ำกว่า 10 pm หรือยูโร 5 จากปัจจุบันประเทศไทยใช้น้ำมันที่มาตรฐานยูโร 3 และ 4 ที่มีค่ากำมะถัน 50 ppm ซึ่งจะนำร่องใช้ทั้งหมดก่อนใน กทม.และปริมณฑลโดยเริ่มทำทันที ด้วยการให้รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลเก่าติดตั้งตัวกรองฝุ่นละอองเข้าสู่มาตรฐานใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำเสนอผลการประชุมให้นายกรัฐมนตรีรับทราบและพิจารณาในการประชุม ครม. วันที่ 5 ก.พ.

“กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าต้องเฝ้าระวังฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น 2 ช่วงเวลา คือ วันที่ 7 ก.พ. และระหว่างวันที่ 13 – 15 ก.พ. เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าสภาพอากาศจะปิดและลมสงบอีกครั้ง”นายวิจารย์ กล่าว

ส่วนมาตรการแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว นายวิจารย์ กล่าว คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติให้คณะกรรมการควบคุมมลพิษที่มีตนเป็นประธาน กลับไปทบทวนการปรับค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ราย 24 ชม.ของประเทศไทยใหม่ให้สอดคล้องกับที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำในระดับที่ 3 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. และปรับค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 รายปี ในระดับที่ 3 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 15 มคก./ลบ.ม. ต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบที่สุดก่อนประกาศใช้ค่าเฉลี่ยเกณฑ์ใหม่ในอนาคต โดยระบบคมนาคมขนส่งต้องเสร็จสมบูรณ์และตรวจสอบจากสถิติค่าฝุ่นละอองในช่วง 6-7 ปี ต้องลงอยู่ในระดับมาตรฐาน เพื่อไม่ให้ฝุ่นละออง PM2.5 ส่งผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว