แจงเหตุ!หลานปลอมลายเซ็น ถอนเงินสูญนับแสน

2019-01-15 16:30:41

แจงเหตุ!หลานปลอมลายเซ็น ถอนเงินสูญนับแสน

ผู้บริหารแบงก์กรุงไทย โร่แจงปมถอนเงินจากบัญชีสาวใหญ่ พบว่าหลานใช้สมุดบัญชีปลอมลายเซ็นถอนเงินสดไป 9 ครั้ง โดยไม่มีบัตรประชาชน สูญเงินนับแสนบาท  

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาห้วยยอด ตั้งอยู่ 600 ถนนเพชรเกษม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นายสุเวช หฤหรรษพงศ์ ผอ.ฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารสำนักงานเขต สำนักงานเขตตรัง และ น.ส.สุภาภรณ์ มณีรักษ์ ผจก.ธนาคารกรุงไทย สาขาห้วยยอด ได้เดินทางมาเจรจาทำความเข้าใจกับ นางอนุสา ไตรระเบียบ อายุ 55 ปี ชาวบ้าน ต.หนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง เป็นผู้เสียหายพร้อมญาติได้เดินทางมาที่สำนักงานธนาคารกรุงไทย สาขาห้วยยอด สืบเนื่องจากกรณีทางธนาคารกรุงไทย ได้ดำเนินการถอนเงินให้กับ นางสาวสายชล เกตุแก้ว อายุ 25 ปี หลานสาวของผู้เสียหายซึ่งนำสมุดเงินฝากปลอมลายเซ็นโดยไม่ใช้บัตรประจำตัวประชาชน มียอดเงินในบัญชี จำนวน 103,000 บาท คงเหลือเงินติดบัญชี จำนวน 20,739 บาทเท่านั้น และจากการตรวจสอบพบหลักฐานการเบิกถอนเงินสดมาตั้งแต่เดือน ก.ค. 2561 เป็นต้นมา ถอนมากที่สุด จำนวน 40,000 บาท จึงอยากให้ทางธนาคารออกมาแสดงความรับผิดชอบคืนเงินทั้งหมด

ขณะที่ นายสุเวช ชี้แจงว่า เบื้องต้นทางธนาคารกรุงไทยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่ามีการถอนเงินไปจริงจากบัญชีเงินฝาก นางอนุสา ไตรระเบียบ อายุ 55 ปี และทราบว่าเป็นหลานสาวที่มาถอนเงินหลายครั้งแล้ว วันนี้จึงแนะนำให้ผู้เสียหายและญาติไปแจ้งความที่ สภ.ห้วยยอด เพื่อจะดำเนินการแจ้งเรื่องมายังธนาคารในการตรวจลายนิ้วมือของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จากนั้นทางธนาคารจะได้ดำเนินการไปตามขั้นตอน คืนเงินแต่ต้องใช้เวลาและต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้องก่อน จากนั้นจึงเสนอไปยังผู้บริหารระดับสูงในการพิจารณาส่งมอบเงินคืน ซึ่งวันนี้ตนได้รับมอบหมายให้มาพบปะคุยทำความเข้าใจกับนางอนุสา และญาติๆ แล้ว ว่าขั้นตอนในการดำเนินการเป็นอย่างไรแล้วจะรีบดำเนินการต่อไป

Advertisement




ต่อมา นางอนุสา ผู้เสียหายและญาติทั้งหมดเดินทางไปที่ สภ.ห้วยยอด เข้าพบ พ.ต.ท.ณัฐ รัตนพันธ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ห้วยยอด แต่ยังไม่รับแจ้งความอ้างว่าต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย สาขาห้วยยอด เป็นผู้มาแจ้งความเอาผิดกับ น.ส.สายชล เกตุแก้ว คนที่ปลอมลายเซ็นเบิกถอนเงินไป และวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ทางตำรวจจึงจะนัดมาพบอีกครั้ง