“หมอมงคล”ชี้ “บัตรทอง”เผชิญความท้าทายสารพัด

2019-01-11 17:00:39

“หมอมงคล”ชี้ “บัตรทอง”เผชิญความท้าทายสารพัด

“หมอมงคล” เปิดงาน “รำลึก 11 ปี นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์” ระบุ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งสังคมสูงวัย เทคโนโลยีเปลี่ยน ผลประโยชน์แอบแฝงจากกลุ่มผู้มีอำนาจ ชี้ต้องใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ ดึงงานมิตรภาพบำบัดช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่นโฮเทล กทม. มูลนิธิมิตรภาพบำบัด (กองทุน นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์) จัดงาน “รำลึก 11 ปี นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์” โดยมีภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพและผู้ที่สนใจเข้าร่วมกว่า 500 ราย

นพ.มงคล ณ สงขลา อดีต รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวเปิดงาน ตอนหนึ่งว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย ซึ่งมี นพ.สงวน เป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คนแรก เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้เกิดขึ้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นระบบที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็น ไม่ต้องล้มละลายด้วยการเจ็บป่วยด้วยโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดยรัฐบาลได้ใช้เงินภาษีของประชาชนช่วยสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชน ที่ผ่านมามีประชาชนกว่า 90% แสดงความพึงพอใจกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเป็นที่ยอมรับและกล่าวขานด้วยความชื่นชมจากนานาประเทศ โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ส่งทีมงานเข้ามาเรียนรู้การสร้างหลักประกันสุขภาพอย่างมากมาย นับเป็นผลงานชิ้นเอกและเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจของคนไทย


นพ.มงคล กล่าวต่อว่า ยังมีสิ่งที่ท้าทายต่อไปคือเราจะสร้างความยั่งยืนในระบบหลักประกันสุขภาพได้อย่างไรภายใต้ความเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลายปัจจัย เช่น สังคมผู้สูงอายุที่ทำให้ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้น เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่มีราคาแพงและสามารถยืดอายุผู้ป่วยต่อไปได้ รวมถึงนโยบายแอบแฝงภายใต้ผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้มีอำนาจและกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยเหลือและช่วยกันผลักดันให้ประเทศไทยสามารถจัดการกับสิ่งท้าท้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในแนวทางการจัดการคือการแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทั้งนี้ ประกอบด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เสริมสร้างความเข้มแข็งบริการปฐมภูมิของประเทศ และอีกสิ่งสำคัญคือการนำแนวคิด “จิตอาสามิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน ผู้ป่วยช่วยผู้ป่วย” เพราะคนที่เจ็บป่วยต้องการคนที่เข้าใจ ต้องการคำแนะนำการปฏิบัติตัวจากประสบการณ์จริงของคนไข้ด้วยกัน เพราะการมีผู้ประสบปัญหาเดียวกันมาช่วยเหลือกัน ให้ข้อมูลแก่กันและกัน นับเป็นแนวทางสำคัญให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถยืนหยัดต่อสู้กับโรคภัยได้อย่างเข้มแข็ง

“ระบบหลักประกันสุขภาพและการดำเนินงานจิตอาสามิตรภาพบำบัดเพื่อนช่วยเพื่อน ผู้ป่วยช่วยผู้ป่วย จะต้องเดินหน้าต่อไปแม้มีอุปสรรคบ้าง โดยรัฐบาลต้องดำเนินการเพราะเป็นการลงทุน เป็นกำลังของชาติและพัฒนาประเทศ นั่นเพราะความเจริญของประเทศและเศรษฐกิจจะเติบโตได้ก็ด้วยประชาชนมีสุขภาพดี” นพ.มงคล ณ สงขลา กล่าว