"บิ๊กโจ๊ก" เผย “ราฮาฟ” ยังไม่พร้อมพบครอบครัว

2019-01-08 15:30:41

"บิ๊กโจ๊ก" เผย “ราฮาฟ” ยังไม่พร้อมพบครอบครัว

"บิ๊กโจ๊ก" เผย “ราฮาฟ” อยู่ในความดูแลของ UNHCR ครอบครัวอยากพบลูกสาว แต่เจ้าตัวยังไม่พร้อม ชี้หากต้องการลี้ภัยไปประเทศที่สามอยู่ที่ UNHCR ด้านสถานทูตซาอุฯออกแถลงการณ์ยืนยันไม่ได้ร้องขอไทยให้ส่งตัวกลับประเทศ

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวภายหลังเข้าพบ นายอับดุลลอฮ์ มูฮัมหมัด อัลชุเอบี้ อุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย ที่สถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย เพื่อชี้แจงกรณีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้อนุญาตให้ น.ส. ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล-กูนุน หญิงชาวซาอุดิอาระเบีย วัย 18 ปี หลบหนีการแต่งงานเข้ามาที่ประเทศไทย และขณะนี้อยู่ในความดูแลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ทางรัฐบาลและสถานเอกอัครราชทูตมั่นใจการทำงานของตำรวจไทย รวมทั้งยืนยันว่าการขอลี้ภัยของ น.ส.ราฮาฟ เป็นเรื่องภายในครอบครัว ไม่ใช่การลี้ภัยทางการเมือง และได้ติดต่อให้บิดา และพี่ชาย เข้ามาพบกับ น.ส.ราฮาฟแล้ว แต่ขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของ UNHCR และต้องถามความประสงค์ของ น.ส.ราฮาฟก่อนว่าพร้อมให้ครอบครัวเข้าพบหรือไม่ แต่เมื่อวานนี้ น.ส.ราฮาฟ มีท่าทียังไม่พร้อมพูดคุยกับครอบครัว ทั้งนี้หาก น.ส.ราฮาฟไม่ยอมเจรจาและยืนยันขอลี้ภัย หรือขอไปประเทศที่สาม ก็จะให้ UNHCR เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ น.ส.ราฮาฟ อยู่ในความดูแลของ UNHCR เท่านั้นไม่ได้เป็นผู้ต้องหา หรือผู้ลี้ภัย เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยของ น.ส.ราฮาฟ เดินทางจากประเทศคูเวตเพื่อมาในไทยโดยตรง ไม่ได้ขอเปลี่ยนเครื่องไปยังประเทศอื่น และมาทำวีซ่านักท่องเที่ยวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิ แต่ไม่มีหลักฐานการเข้าพัก และตั๋วเครื่องบินขากลับ จึงถูกกักตัวไว้ก่อน รวมทั้งครอบครัวประสานผ่านทางการซาอุดิอาระเบีย ให้ดูแลความปลอดภัยให้ก่อน เนื่องจากหลบหนีจากครอบครัวมา อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัว ซึ่งทางรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ก็ขอให้ตำรวจไทยดูแลความปลอดภัยของพลเมือง ส่วนในประเทศซาอุดิอาระเบีย มีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องประเพณีและวัฒนธรรมอยู่แล้ว ซึ่งทางการไทยไม่สามารถเข้าไปข้องเกี่ยวได้

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณี น.ส.ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล-กูนุน ถึงเนื้อหาที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดียว่าทางสถานทูตฯ ได้ทำการยึดหนังสือเดินทางของ น.ส.ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล-กูนุน ไว้ ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากตามที่ทางการไทยได้ชี้แจงว่า น.ส.ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล-กูนุน ถูกกักตัวไว้นั้นเนื่องจากไม่สามารถแสดงเอกสารสำคัญที่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ทางสถานทูตขอยืนยันว่าราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย ไม่ได้ร้องขอให้นำตัว น.ส.ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล-กูนุน กลับประเทศแต่อย่างใด อีกทั้งสถานทูตฯขอเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวแต่สถานทูตฯยินดีให้ความดูแลและห่วงใยต่อเรื่องดังกล่าว