"สมศักดิ์"ลั่น "บิ๊กตู่"คนเดียวสืบทอดอำนาจอย่างไร

2018-12-03 12:05:01

"สมศักดิ์"ลั่น "บิ๊กตู่"คนเดียวสืบทอดอำนาจอย่างไร

"สมศักดิ์" ถามลั่นถ้า "บิ๊กตู่" มาคนเดียวจะสืบทอดอำนาจได้อย่างไร เผย พปชร. ห่วงถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตี ท้างัดนโยบายสู้กัน ยันคะแนนอีสานยังเป็นบวก


เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์ การหาเสียงเลือกตั้งพปชร. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ โดยที่ประชุมส่วนใหญ่หารือถึงแนวทาง วิธีการในการหาเสียง ให้เป็นไปตามกฎหมาย และไม่เข้าข่ายสุ่มเสี่ยงในระหว่างที่ยังไม่ปลดล็อกการเมือง

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นที่เป็นห่วงเกรงว่าจะถูกนำไปพูดให้เป็นประเด็นทางการเมืองคือ การสืบทอดอำนาจ หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี จะมีการวิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ สืบทอดอำนาจ ซึ่งมีพรรคการเมืองบางพรรคพูดเรื่องนี้อยู่เสมอ และเชื่อว่ายิ่งใกล้วันรับสมัคร ส.ส. และลงคะแนนจะยิ่งเอาประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาพูด โดยไม่เอาเรื่องของนโยบายที่เป็นประโยชน์มานำเสนอ แต่จะเอาเรื่องที่พูดแล้วทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองมาพูด เท่าที่ตนลงสมัครรับเลือกตั้งมาหลายครั้ง ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องการสืบทอดอำนาจแน่นอน ถ้าดูจากเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ เช่น การตั้ง ผบ.ทบ. จะมาจากสายบูรพาพยัคฆ์ แต่ในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ.ที่ได้รับการแต่งตั้งก็ไม่ได้เป็นสายบูรพาพยัคฆ์ จึงชี้ให้เห็นว่านายกรัฐมตรีไม่ได้คิดที่จะสืบทอดอำนาจ แต่คืนความชอบธรรมให้แก่กองทัพ


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการประชุมพรรคพลังประชารัฐครั้งแรก ผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งทั้ง 350 เขต ไม่เห็นมีชื่อนายพลสักคน ไม่มีฝ่ายของทหารเข้ามาเลย และผู้ที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อก็ไม่มีทหาร จึงคิดว่าไม่น่าจะมีการสืบทอดอำนาจ และขอเรียนว่าอย่าเอาสิ่งเหล่านี้มาพูดให้บ่อย เพราะการเมืองวันนี้ต้องหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง เพื่อไปสู่การกินดีอยู่ดีของประชาชนให้มากจะเป็นประโยชน์กว่า ไม่ใช่พูดเอาไว้แล้วเวลาเลือกตั้งไม่ชนะ แล้วจะเอาเรื่องเหล่านี้มาเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง ซึ่งตนกังวลมากว่าหลังเลือกตั้งจะสร้างปัญหา และทำให้เกิดความไม่สงบสุขขึ้นมาอีก เพราะที่ผ่านมาหลังความวุ่นวายบ้านเมืองเสียโอกาส เสียเวลากับการทำงานให้ประชาชนมาหลายปี

ผู้สื่อข่าวถาม ถึงกรณีที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ระบุชัดว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ของพรรค นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีทหารหรือใครมาเป็น ส.ส. จะไปสืบทอดอำนาจได้อย่างไร เพราะในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่มีทหารเลย ตนไม่ได้ปฏิเสธว่าใครจะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา และวันนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองระบุว่าคะแนนนิยมของ พปชร. ในภาคอีสานไม่ได้สูงอย่างที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อ้างว่าจะได้ 50 ที่นั่ง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าประเมินไปแล้วจะเกิดการโต้เถียงและวิจารณ์ว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่เท่าที่ดูนโยบายของพรรคและผลงานที่ผู้สมัคร ส.ส. นำไปอ้างอิงยังเห็นว่าเป็นบวก แต่ในขณะที่พรรคอื่นที่ลงไปในพื้นที่ยังไม่เห็นว่าพูดถึงนโยบายอะไรนอกจากการสืบทอดอำนาจ ความขัดแย้ง เรื่องเผด็จการ มีอยู่เท่านั้น ซึ่งตนจะพยายามทำความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ว่าไม่ใช่อย่างที่วิจารณ์

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า พปชร.ได้เปรียบพรรคอื่นในหลายเรื่อง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ พปชร. เสียเปรียบหลายเรื่อง เช่น ตั้งพรรคช้า มีผู้สมัครหน้าใหม่จำนวนมาก แต่พยายามคัดสรรผู้สมัครหน้าใหม่ เพื่อมาทำการเมืองแบบใหม่ และในสังคมไม่มีอะไรที่เสียเปรียบหรือได้เปรียบทั้งหมด ต้องคละกันไป แต่เวลานี้ยังไม่เห็นพรรคการเมืองอื่นพูดเรื่องนโยบายเลย ต่อข้อถามว่า การชูพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีจะเป็นจุดดีหรือจุดด้อยต่อ พปชร.อย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นทั้งสองอย่าง คือจะมีคนช่วยหาเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เรื่องคะแนนเสียงของสมาชิกอาจจะมีปัญหาบ้าง แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีอะไรยุ่งยาก

Advertisement




"ถ้ามีคราบไคลของทหารเข้ามาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกวิจารณ์ แต่ถ้ามี พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว ถามว่าจะไปสืบทอดอำนาจอย่างไร" นายสมศักดิ์ กล่าว


Advertisement