รวบหนุ่มขี้คุก! อ้างตกงาน วิ่งราวทรัพย์สาวรัสเซีย

2018-11-11 11:54:51

รวบหนุ่มขี้คุก! อ้างตกงาน วิ่งราวทรัพย์สาวรัสเซีย

รวบหนุ่มใหญ่อ้างตกงาน ไม่มีเงินใช้ ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สาวรัสเซีย สุดท้ายไม่รอดถูกตามรวบตัวได้ พร้อมยึดของกลางกว่า 11 รายการ

เมื่อวันที่ 11พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ ผัดก๋า สว.สส.สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ ร.ต.อ.อนันต์ คำมี รอง สว.สส.ฯ พร้อมกับพวก ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายรัตติศักดิ์ แก้วสองสี อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/1 ถ.วัวลาย ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง 11 ราย เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาวดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน, กระเป๋ายี่ห้อ PLAYWORK CAT สีขาว จำนวน 1 ใบ, โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ไอโฟน 6s สีทอง จำนวน 1 เครื่อง, แว่นกันแดด พร้อมซอง จำนวน 1 อัน, กุญแจห้องพักของโรงแรม 1 ดอก, น้ำหอมไม่ทราบยี่ห้อ 1 ขวด, เสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีเขียวมีหมวกด้านหลัง จำนวน 1 ตัว, กางเกงยีนส์สีเทา จำนวน 1 ตัว, รองเท้าฟองน้ำ  สีน้ำเงิน, หวีสีน้ำตาล 1 อัน และครีมบำรุงผิวจำนวน 1 หลอด จับกุมในข้อกล่าวหาว่า มีความผิดฐาน “วิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร”

ในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา บนถนนราชดำเนินซอย1 หน้าโรงแรมเวียงมนตรา ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ หลังได้รับแจ้งจึงได้เดินทางไปตรวจสอบก็พบว่าผู้เสียหายเป็นชาวต่างประเทศ ทราบชื่อต่อมาคือ Mrs.Zherdeva Olga อายุ 43 ปี สัญชาติรัสเซีย จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายเป็นชาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ ไม่ทราบทะเบียน เข้ากระชากกระเป๋า แล้วขับรถจักรยานยนต์หนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจึงได้ไปดูที่เกิดเหตุ และได้สืบสวนติดตามหาคนร้ายจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าเกิดเหตุคนร้ายกระชากกระเป๋าจริง โดยคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ ไม่ติดป้ายทะเบียน สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และสวมหมวกแก๊บ มาจอดใกล้กับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายซึ่งซ้อนท้ายสามีมาจอดบริเวณหน้าโรงแรมเวียงมนตรา ถนนราชดำเนินซอย1 จากนั้นคนร้ายได้กระชากกระเป๋าผู้เสียหาย แล้วขับขี่รถหนีไป ผู้เสียหายได้วิ่งตามคนร้าย แต่ไม่สามารถวิ่งทัน คนร้ายหลบหนีไปได้ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี ก็พบพฤติกรรมของคนร้ายที่ขับรถไปตามถนนเส้นทางต่างๆ เมื่อได้ข้อมูลจนถึงจุดสุดท้ายก็ทราบว่า คนร้ายได้หายไปบริเวณหน้าเทศบาลตำบลป่าแดด ทางเจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะอยู่บริเวณดังกล่าว จึงได้ค้นหา

Advertisement




ต่อมาได้พบรถจักรยานยนต์ที่ตรงกับของคนร้ายจอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 4/7 หมู่ 2 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่จึงซุ่มดู ก็พบว่ามีชาย 2 คนอยู่ภายในบ้าน และกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านคนละคัน และมุ่งหน้าไปทางเดียวกันคือที่บริเวณลานจอดรถของ รพ.แห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ และได้จอดรถคันที่ก่อเหตุไว้ ก่อนที่จะซ้อนท้ายกันออกไปจากจุดจอดรถ เพื่อกลับมายังที่บ้านพัก เมื่อพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าทรัพย์สินดังกล่าวยังคงซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน ก็ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมและเข้าไปแสดงตัวเพื่อจับกุมทันที ก็สามารถจับกุมตัว นายรัตติศักดิ์ แก้วสองสี ผู้ต้องหารายนี้ได้ และยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ส่วนรถที่นำไปจอดนั้น ก็เพื่ออำพรางไม่ให้เจ้าหน้าที่พบเห็น สำหรับทรัพย์สินที่ได้มานั้น ไม่พบเงินสดพบเพียงโทรศัพท์มือถือกับเอกสารแต่ยังไม่ได้นำไปจำหน่าย ทางเจ้าหน้าที่จึงยึดทรัพย์สินทั้งหมดไว้ และตรวจค้นประวัติย้อนหลังก็พบว่าเคยก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์และถูกจับกุมมาแล้วเมื่อปี 52 ก่อนจะพ้นโทษออกมาเดือนธันวาคม 54 มารับจ้างก่อสร้างและรับจ้างทั่วไป และครั้งนี้อ้างว่าไม่มีเงินใช้จึงกลับมาก่อเหตุอีก