ข่าวกรองสหรัฐยันไม่พบรัสเซียป่วนเลือกตั้งกลางเทอม แค่เตือนระวังข่าวปลอม

2018-11-06 13:10:37

ข่าวกรองสหรัฐยันไม่พบรัสเซียป่วนเลือกตั้งกลางเทอม แค่เตือนระวังข่าวปลอม

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและหน่วยข่าวกรองของสหรัฐ แถลงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งสำคัญในวันที่ 6 พ.ย.ว่า ไม่พบสัญญาณของความพยายามที่จะก่อกวนโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้ง แต่ชาวอเมริกันก็ควรจะกังวลต่อความพยายามของรัสเซียเอาไว้บ้างในการเผยแพร่ “fake news” หรือข่าวปลอม

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่วัน หลังการศึกษาครั้งใหม่พบว่า การเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนความจริงทางโซเชียล มีเดียนั้น กำลังลุกลามรุนแรงกว่าในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2559 ซึ่งรัสเซียถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงเพื่อเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งผ่านการโฆษณาชวนเชื่อครั้งใหญ่ เพื่อสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งในที่สุดก็เป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งปี 2559

ในการแถลงร่วมระหว่างเคิร์สต์เจน นีลเซน รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ, เจฟฟ์ เซสชันส์ รัฐมนตรียุติธรรม, แดน โคตส์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ หรือซีไอเอส และคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนสืบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ ระบุว่า ขณะนี้ พวกเรายังไม่พบสิ่งที่เป็นภัยต่อโครงสร้างพื้นฐานของการเลือกตั้งแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นการขัดขวางการเลือกตั้ง, เปลี่ยนแปลงผล หรือรบกวนความสามารถต่อการลงคะแนน

Advertisement




“แต่ชาวอเมริกัน ก็ควรจะตระหนักว่า ผู้แสดงต่างชาติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัสเซีย ยังคงพยายามที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของสาธารณชน และความนึกคิดของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งผ่านการกระทำที่ต้องการสร้างความสับสน” แต่ก็ไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่า รัสเซียสนับสนุนพรรครีพับลิกันของทรัมป์ หรือเดโมแครต ฝ่ายค้าน

ในแถลงการณ์บอกด้วยว่า พวกเขาสามารถเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับกระบวนการทางการเมืองและข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครได้, รวมทั้งสามารถแทรกแซง, เผยแพร่คำโฆษณาชวนเชื่อผ่านโซเชียล มีเดีย และยุทธศาสตร์อื่น ๆ

Advertisement




ด้านบรรดานักวิจัยของสถาบันอ็อกซ์ฟอร์ด อินเตอร์เน็ต ระบุในผลการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีว่า แม้ว่บริษัทที่ให้บริการโซเชียล มีเดีย จะทำการกวาดล้างอย่างหนักแล้ว แต่ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ ก็ยังมี “ข่าวขยะ” แพร่หลาย รวดเร็วกว่าการเลือกตั้งในปี 2559

“เราพบว่า มีข่าวขยะกระจายอยู่ในโซเชียล มีเดีย เพิ่มมากขึ้นในสหรัฐตั้งแต่ปี 2559 โดยผู้ใช้โซเชียล มีเดีย ต่างพากันแชร์ข่าวขยะมากกว่าเนื้อหาที่มีความรับผิดชอบ” ในรายงานระบุ ขณะเดียวกัน ทางทวิตเตอร์ ระบุเมื่อวันเสาร์ว่า ได้ลบชุดบัญชีทวิตเตอร์ที่พยายามแชร์ข้อมูลบิดเบือนข้อมูลจำนวนมาก