สหรัฐเริ่มคว่ำบาตรรุนแรงที่สุดต่ออิหร่านแล้ว พุ่งเป้าการขายน้ำมัน

2018-11-05 14:15:45

สหรัฐเริ่มคว่ำบาตรรุนแรงที่สุดต่ออิหร่านแล้ว พุ่งเป้าการขายน้ำมัน

สหรัฐบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร “ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ต่ออิหร่านแล้วเมื่อวันจันทร์ ขณะเดียวกัน ก็เกิดคลื่นการประท้วงทั่วอิหร่าน

รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด ที่ยกเลิกไปภายใต้ขอตกลงนิวเคลียร์ ปี 2558 ซึ่งมีเป้าหมายทั้งต่ออิหร่านและประเทศที่ทำมาค้าขายกับอิหร่าน มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้ จะบังคับต่อการส่งออกน้ำมัน, การขนส่งทางทะเลและสถาบันการเงิน ซึ่งล้วนแต่เป็นสวนสำคัญต่อเศรษฐกิจอิหร่านทั้งสิ้น ทรัมป์บอกว่า ข้อตกลงดังกล่าวอ่อนแอและสนับสนุนอิหร่าน ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่ร่วมลงนาม คืออังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซียและจีน ยังคงยึดมั่นข้อตกลงดังกล่าว

ผู้ประท้วงชาวอิหร่านหลายพันคน ที่ตะโกนสาปแช่งสหรัฐ “ความตายจงเกิดขึ้นกับอเมริกา” เมื่อวันอาทิตย์ ตรงกับวันครบรอบปีที่ 39 ของการบุกยึดสถานทูตสหรัฐในกรุงเตหะราน เมืองหลวงอิหร่าน ในปี 2522 ซึ่งนำไปสู่การเป็นศัตรูซึ่งกันและกันตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา นักศึกษาที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงที่จัดขึ้นโดยรัฐบาล ในกรุงเตหะราน ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐด้วย เผาธงชาติสหรัฐ, หุ่นลุงแซม และรูปภาพของประธานาธิบดีทรัมป์ นอกบริเวณอดีตสถานทูตสหรัฐ

Advertisement




ทั้งนี้ กลุ่มนักศึกษาหัวรุนแรง บุกยึดสถานทูตสหรัฐเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2522 ทันทีหลังจากการล่มสลายของรัฐบาลพระเจ้าชาห์ที่มีสหรัฐให้การสนับสนุน และมีชาวอเมริกัน 52 คน ถูกจับเป็นตัวประกันไว้ในสถานทูตนาน 444 วัน ทั้ง 2 ประเทศกลายเป็นศัตรูคู่แค้นกันตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

สื่อของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า มีประชาชนหลายล้านคนออกมาร่วมชุมนุมในเมืองต่าง ๆ สวมเสื้อที่แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันศาสนาและอยาตอลลาห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

Advertisement




ขณะที่ กองทัพของอิหร่าน แถลงว่า จะจัดการซ้อมรบป้องกันภัยทางอากาศในวันจันทร์และวันอังคาร เพื่อพิสูจน์ความสามารถของประเทศและรับประกันว่า จะสามารถรับมือกับภัยคุกคามได้

การรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐในวันจันทร์ มีเป้าหมายอยู่ที่การขายน้ำมัน, ภาคการเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของทรัมป์ในการบังคับอิหร่านให้ล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างเด็ดขาด รวมทั้งการสนับสนุนการทำสงครามตัวแทนในความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วตะวันออกกลาง

ในการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คาเมนี กล่าวว่า นโยบายของทรัมป์ เผชิญหน้ากับเสียงคัดค้านจากทั่วโลก “เป้าหมายของอเมริกาเพื่อครอบงำอิหร่าน แต่มันล้มเหลว อเมริกาเคยพ่ายแพ้ให้สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้เมื่อ 40 ปีที่แล้ว"  



Advertisement