เรียนรู้ แผ่นดินไหว ภัยใกล้ตัว

2018-10-02 08:50:42

เรียนรู้ แผ่นดินไหว ภัยใกล้ตัว

แผ่นดินไหวถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่พยากรณ์ได้ยากที่สุด ไม่มีทางป้องกันได้ ซึ่งเวลาเกิดขึ้นด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง ก็มักสร้างความเสียหายอย่างหนักในวงกว้าง

ภัยพิบัติธรรมชาติที่นับว่ามีความรุนแรงมากที่สุด พยากรณ์ได้ยากที่สุด แม้จะลดภัยพิบัติได้บ้างแต่ก็ไม่มีทางป้องกันได้ในปัจจุบันก็คือ “แผ่นดินไหว” ความจริงปรากฏการณ์ “แผ่นดินไหว” มี 2 แบบ คือแบบธรรมชาติ เช่น การไหวตัวของเปลือกโลก และจากแรงสะเทือนจากภูเขาไฟระเบิด และแบบไม่ธรรมชาติ คือ มนุษย์ทำขึ้น เช่น ระเบิดปรมาณู การกักน้ำในเขื่อน รถบรรทุกหนักกำลังวิ่ง การระเบิดจากเหมือง เป็นต้น ในปัจจุบันทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นที่ยอมรับว่าแผ่นดินไหว หมายถึง ปรากฏการณ์การไหวสะเทือนอย่างรุนแรงของพื้นผิวโลก ซึ่งเกิดจากการที่เปลือกโลกปรับตัวให้เข้าสู่สมดุลย์โดยการปลดปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ให้ออกมาอย่างรวดเร็วในรูปคลื่นแผ่นดินไหว (seismic wave) หรือคลื่นไหวสะเทือนได้

ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้เคยประสบแผ่นดินไหวมาตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบัน แม้ว่าจะเป็นที่ยอมรับกันว่า ประเทศไทยไม่ใช่ศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวของภูมิภาคแถบนี้ แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์และหลักฐานทางเครื่องบันทึกแผ่นดินไหว (seismograph) อันเป็นหลักฐานขั้นพื้นฐาน ทำให้ทราบว่าได้เคยเกิดมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และเล็กหลายครั้งแล้วในประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดความจำเป็นในการศึกษาข้อมูลธรณีวิทยาเกี่ยวกับแผ่นดินไหวขึ้น ซึ่งเป็นที่เข้าใจและแพร่หลายน้อยมากโดยเฉพาะในประเทศไทยในปัจจุบัน ดังนั้นการศึกษาเรื่องราวของแผ่นดินไหวจึงก่อให้เกิดความกระจ่างเกี่ยวกับการกำเนิดและตระหนักถึงภัยจากแผ่นดินไหวของประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อันเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนโครงสร้างวิศวกรรมขนาดใหญ่ และการใช้ประโยชน์ที่ดินการวางผังเมือง และสภาพแวดล้อมได้ในอนาคต

Advertisement




ผลการศึกษาด้านประวัติศาสตร์จากศิลาจารึก ตำนานใบลาน จดหมายเหตุ พงศาวดาร หนังสือพิมพ์ และบันทึกจากประเทศข้างเคียง ตลอดจนหลักฐานทางโบราณคดี เช่น สภาพเมืองโบราณและซากหักพังของเจดีย์ ทำให้ทราบว่าในอดีตที่ผ่านมาได้เคยเกิดมีแผ่นดินไหวในประเทศไทย และบริเวณข้างเคียงหลายครั้ง และจากการศึกษาพบว่าทางตอนเหนือของประเทศก็เคยมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกิดขึ้น โดยเฉพาะแถบเมืองเชียงแสน ซึ่งทำให้เมืองทั้งเมืองเกิดการถล่มล่มสลาย (นับเป็นธรณีสูบครั้งสำคัญยิ่ง)

ข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดแนวคิดในการศึกษาแผ่นดินไหวบริเวณดังกล่าวอย่างละเอียดเพื่อให้ทราบ ถึงประวัติความเป็นมา ข้อมูลจากประวัติศาสตร์ ทำให้ได้ทราบว่า ได้เคยเกิดมีแผ่นดินไหวใหญ่ขึ้นในประเทศไทย และบางครั้งก็มีความรุนแรงมากจนทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากมายในอดีตที่ผ่านมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่เคยมีการระบุถึงแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลย อย่างไรก็ตาม ขีดจำกัดของข้อมูลในประวัติศาสตร์ก็คือไม่สามารถบอกตำแหน่งที่แน่ชัดของการเกิดแผ่นดินไหวว่า เกิดตรงที่จุดใดแน่ และไม่ทราบว่าจุดที่เกิดแผ่นดินไหวมีศูนย์กลางอยู่ในบริเวณแถบนั้น หรือมาจากที่อื่นแต่ส่งผลกระทบและก่อความเสียหายให้เกิดขึ้นถึงบริเวณนั้นหรือไม่

Advertisement




ภัยจากแผ่นดินไหว อันตรายที่เกิดขึ้น เนื่องจากแผ่นดินไหวก่อให้เกิดภาวะ 6 ประการที่สำคัญคือ

1. แผ่นดินสะเทือน พื้นดินสั่นไหวเป็นระลอกคลื่น การสั่นไหวทำให้ตึก สะพานและถนนพังพินาศไปชั่วพริบตา

2. แผ่นดินเลื่อน ทำให้ถนน ทางรถไฟ แนวสายไฟฟ้า ท่อแก๊ส-ท่อน้ำ-ประปา เกิดการฉีกขาด ตามแนวการเลื่อนตัว

Advertisement



3. ไฟไหม้ ผลพวงที่ตามมาจาก 2 ข้อแรก ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องที่บางครั้งสร้างความเสียหายได้มากกว่า เช่น แผ่นดินไหวที่ซานฟรานซิสโก (พ.ศ. 2449) และที่โตเกียวและโยโกฮามา (พ.ศ.2466) ที่ประเมินกันว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกว่าร้อยละ 90 มาจากไฟไหม้

4. แผ่นดินถล่ม มักเกิดในบริเวณที่มีความลาดชันมาก ผลที่ตามมาก็คือ พื้นดินหรือแผ่นหินเลื่อนมาตามความลาดชันสู่พื้นราบ เมืองหลายเมือง เช่น ในอลัสก้า คาลิฟอร์เนีย จีน อิหร่าน ตุรกี พังพินาศเพราะผลจากแผ่นดินไหวนี้

5. ธรณีสูบ( Liquefaction) น้ำในดินบางครั้งแทรกอยู่ในรูพรุนของเม็ดตะกอนจนแถบไม่มีช่องอากาศอยู่เลย พอเกิดแผ่นดินไหว แรงบีดอัดทำให้ตะกอนพวกนี้ไหลพุ่งขึ้นตามมากับน้ำที่อิ่มตัวนี้ บ้างก็ถูกฉุดลงไปในพื้นดิน แผ่นดินไหวที่เมืองแองคอแรด อะลาสก้า (พ.ศ. 2507) หรือที่นิอิกาตะในญี่ปุ่นในปีเดียวกัน บ้านเรือนหลายหลังถูกธรณีสูบทั้งที่เป็นหย่อม ๆ และเป็นแนว

6. คลื่นยักษ์ หรือสึนามิ (Tsunami) การเลื่อนหรือเคลื่อนตัวของเปลือกโลกใต้มหาสมุทรทำให้คลื่นไหวสะเทือนส่งผ่านให้กับน้ำทะเล และผลน้ำทะเลเกิดเป็นระรอกคลื่นที่ผิว และเคลื่อนตัวเข้าหาฝั่งด้วยความเร็วอย่างน้อย 300 ถึง 400 กม ต่อชั่วโมง แผ่นดินไหวใกล้เกาะ คูนิแมค อะลาสก้า ปี พ.ศ. 2489 ใช้เวลาเดินทางสี่ชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงเกาะฮาวาย ด้วยความเร็วคลื่นประมาณ 800 กม/ชม จากจุดเกิด ตอนแรกแทบมองไม่เห็นคลื่น แต่เมื่อถึงฮาวายคลื่นสูงถึง 18 เมตร กวาดบ้านเรือน 500 หลังในชั่วพริบตา อีกกว่าพันหลังเสียหายและคร่าชีวิตมนุษย์ไป 159 คน

Advertisement




ขอบคุณ ข้อมูลกรมทรัพยากรธรณี

http://www.dmr.go.th/main.php?filename=close_eq