"จูเลีย โรเบิร์ตส์" รับงานแสดงละครโทรทัศน์ครั้งแรกในชีวิต

2018-09-13 10:15:32

"จูเลีย โรเบิร์ตส์" รับงานแสดงละครโทรทัศน์ครั้งแรกในชีวิต

ยังคงเป็นนางเอกระดับแถวหน้าของวงการฮอลลีวูดเสมอมา แถมยังเป็นถึงเจ้าของรางวัลออสการ์อีกด้วย สำหรับ "จูเลีย โรเบิร์ตส์" ที่ฝากผลงานภาพยนตร์มาอย่างนับไม่ถ้วน และกับบทบาทครั้งใหม่นี้ที่เป็นสิ่งฮือฮาของตัวเธอและเหล่าแฟนคลับ ...



ล่าสุด เธอตัดสินใจโดดมาชิมลางงานบนจอแก้วกันบ้างกับซีรีส์เรื่อง "Homecoming" ที่เปิดตัวรอบปฐมทัศน์กันไปแล้วที่เทศกาลหนังนานาชาติโตรอนโต ประเทศแคนาดา

Advertisement






โดย "จูเลีย" เผยว่า การทำงานหนังกับซีรีส์ไม่ได้ต่างกัน เพราะทีมงานต่างก็ทุ่มเทเหมือนกัน จึงน่าสนใจที่เธอจะมารับงานแสดงละครโทรทัศน์บ้าง หลังจากที่แฟนๆ ชมเธอผ่านจอหนังกันมานาน

Advertisement






ซีรีส์ "Homecoming" เล่าเรื่องนักสังคมสงเคราะห์หญิงที่ต้องเยียวยาจิตใจให้เหล่าทหารผ่านศึก กลับมาใช้ชีวิตปกติให้ได้ โดยได้มีกำหนดลงจอให้ชมกัน 2 พฤศจิกายนนี้



Advertisement



จูเลีย ฟีโอนา โรเบิร์ตส์ (อังกฤษ: Julia Fiona Roberts) เกิดเมื่อ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2510 (ปี ค.ศ. 1967) เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน ผลงานที่มีชื่อเสียงได้แก่ เรื่อง Pretty Woman จูเลียเกิดที่รัฐจอร์เจีย เติบโตมาโดยแวดล้อมไปด้วยบุคคลในวงการละครที่มาสัมมนาเชิงปฏิบัติการกับพ่อแม่ของจูเลียที่บ้าน ในนครแอตแลนตา ทั้งจูเลียและพี่ชาย อีริก โรเบิร์ตส์ ต่างสนใจการแสดงทั้งคู่ และเป็นฝ่ายอีริกที่เข้าสู่วงการภาพยนตร์ได้ก่อน ซึ่งตอนนั้นจูเลียอายุได้ 11 ขวบเท่านั้น หลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ก็ต่อมหาวิทยาลัยจอร์เจีย แต่เรียนไม่จบ จูเลียจึงย้ายไปอยู่นิวยอร์ก ได้เข้าสู่วงการภาพยนตร์ โดยได้รับบทเป็นคู่อริกับพี่ชายในหนังเรื่อง Blood Red ซึ่งถ่ายทำเสร็จในปี พ.ศ. 2529 (ปี ค.ศ. 1986) แต่ออกฉายได้ในปี พ.ศ. 2532 (ปี ค.ศ. 1989)



ระหว่างที่รอหนังออกฉาย ได้เล่นละครทีวีและหนังใช้ทุนสร้างต่ำอย่าง Firehouse ปี พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) กระทั่งเริ่มมีผลงานครั้งแรกในละครดชีวิตที่ฉายทางเคเบิลทีวี เรื่อง Satisfaction ปี 1988 ซึ่งทำให้เธอได้รับบทประกอบที่ค่อนข้างเด่นในหนังเรื่อง Mystic Pizza ปี พ.ศ. 2532 จึงทำให้มีคนเห็นแววกว้างขึ้น และทาบทามไปเล่นเรื่อง Steel Magnolias ได้แสดงกับ แซลลี่ ฟิลด์ เชอร์ลีย์ แม็กเลน และดอลลี่ พาร์ตัน จนจูเลียได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งแรก

ผลงานต่อมาโด่งดังเพราะมีทั้งรักในจอและนอกจอกับดาราไคเฟอร์ ซุตเธอร์แลนด์ ในเรื่อง Flatliners ปี (ค.ศ. 1990) แต่เรื่องที่ทำให้เธอโด่งดังคือภาพยนตร์เรื่อง Pretty Woman ในปีเดียวกัน ผลงานในเวลาต่อมาไม่โด่งดังเท่ากับ "ผู้หญิงบานฉ่ำ" ไม่ว่า Dying Young ในปี 2534 หรือ Hook ปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) หรือ The Player ปี 1992

Advertisement




ชีวิตรักของจูเลียตกเป็นข่าวดังยิ่งกว่าผลงาน หลังจากที่เลิกรากับซุตเธอร์แลนด์แล้ว ในปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) จูเลียสร้างข่าวกว่าเก่าเมื่อไปแต่งงานกับนักร้องเพลงคันทรี่ ไลล์ โลเว็ต ซึ่งดูแตกต่างกันมากทั้งหน้าตาและสไตล์ ทั้งสองประคองรักกันได้เพียง 2 ปีก็ปิดฉากชีวิตคู่ลง

ส่วนด้านผลงาน ชื่อเสียงเริ่มมากขึ้นใน The Pelican Brief ปี พ.ศ. 2536 ตามด้วย I Love Trouble และ Pret-a-Porter หรือ Ready to Wear ในปี พ.ศ. 2537

ในปี พ.ศ. 2539 มีหนังออกฉายถึง 3 เรื่อง แต่ชื่อเสียงยังอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ว่า หนังแฟรงเกนสไตน์ Mary Reilly พ.ศ. 2539 ตามด้วย Michael Collins และ Conspiracy Theory ในปี พ.ศ. 2540 ถือเป็นปีที่จูเลียหวนคืนหมายเลขหนึ่งฮอลลีวู้ดอีกครั้ง ด้วยบทบาทไม่ว่า My Best Friends Wedding หรือ Notting Hill และ Runaway Bride ในปี พ.ศ. 2542 จูเลียขึ้นเป็นนางเอกที่มีค่าตัวสูงสุดเทียบเท่าดาราชาย คือไม่ต่ำกว่า 20 ล้านดอลลาร์ เธอยังคว้ารางวัลออสการ์จาก Erin Brockovich หนังปี พ.ศ. 2543

ผลงานถัดๆมาได้แก่ Americas Sweethearts (2544) The Mexican (2544) Oceans Eleven (2544) Full Frontal (2545) และ Mona Lisa Smile (2545)

Advertisement




จูเลีย โรเบิตส์ได้เข้าพิธีสมรสเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2002 กับแดนนี่ มอเดอร์ วัย 38 ปี และมีบุตรฝาแฝดวัย 2 ขวบ คือ ฮาเซล และ ฟินโนส ต่อมาเดือนมิถุนายน 2550 จูเลีย โรเบิตส์ ได้คลอดบุตรชายคนที่ 3 แล้ว โดยตั้งชื่อของลูกชายคนนี้ว่า เฮนรี ดาเนียล มอเดอร์