เศร้า..ยังไม่ได้พบหน้าลูก นักข่าวรอยเตอร์เมียนมาถูกขัง เมียวอนปล่อยตัว

2018-09-05 13:45:51

เศร้า..ยังไม่ได้พบหน้าลูก นักข่าวรอยเตอร์เมียนมาถูกขัง เมียวอนปล่อยตัว

กองทัพ ซึ่งปกครองประเทศมาครึ่งศตวรรษ ยังคงยึดครองเก้าอี้รัฐมนตรีสำคัญ ๆ หลายตำแหน่ง แต่การเข้ามาของนางซู จี ในฐานะผู้นำรัฐบาล ก็เพิ่มความหวังของผู้คน ที่จะได้เห็นการถ่ายโอนอำนาจไปสู่ประชาธิปไตยเต็มใบได้เร็วขึ้น และท่าทีของเธอต่อวิกฤตโรฮีนจา ก็ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ยกย่องและศรัทธาต่อตัวเธอ รู้สึกผิดหวัง

ภรรยาของนายว้า โลน วัย 32 ปี และนายจ่อ โซ อู วัย 28 ปี 2 นักข่าวรอยเตอร์ที่ถูกศาลเมียนมาตัดสินจำคุก 7 ปี ในข้อหาละเมิดกฎหมายความลับของทางราชการ แถลงเมื่อวานนี้ว่า พวกเธอรู้สึกช็อกกับคำตัดสินของศาล โดยว้า โลน และจ่อ โซ อู ถูกพิพากษาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในกระบวนการยุติธรรมที่ถูกประณามอย่างกว้างขวางว่า ไม่มีความยุติธรรม ทั้ง 2 คน บริสุทธิ์ และเรียกร้องให้ทางการเมียนมาปล่อยตัวพวกเขา จะได้พบหน้าครอบครัวที่มีลูกยังเล็กโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ทั้ง 2 คน กำลังขุดคุ้ยรายงานข่าวการกวาดล้างอย่างป่าเถื่อนของกองทัพเมียนมาต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮีนจา ซึ่งทำให้ชาวโรฮีนจา ประมาณ 7 แสนคน หลบหนีข้ามพรมแดนเข้าไปยังบังกลาเทศ ปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาอ่อนไหวในเมียนมา เพราะทั่วโลกต่างประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพ แต่กองทัพเมียนมาปฏิเสธ

Advertisement




ปัน อี มอญ ภรรยาของว้า โลน กล่าวต่อที่แถลงข่าวว่า เธอไม่คาดว่าโทษของสามีจะหนักขนาดนี้ เพราะทุกคนก็รู้ว่า พวกเขาไม่ได้ทำความผิด ซึ่งชาย 2 คนนี้ ให้ปากคำต่อศาลว่า ตำรวจจัดฉากขึ้นมาเพื่อจับกุมพวกเขา ทั้งนี้ปัน อี มอญ เพิ่งคลอดบุตรสาวคนแรกในกรุงย่างกุ้งเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่สามีของเธอยังไม่ได้เห็นหน้าลูกสาว

“หลังจากให้กำเนิดบุตรสาว ฉันยังคงมีความหวังเต็มเปี่ยมว่า ลูกสาวของฉันและพ่อของลูก จะได้พบหน้ากันในเร็ว ๆ นี้ แต่ความหวังก็พังลงหลังคำพิพากษาของศาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะนี้ ฉันหมดสิ้นความหวังแล้ว”

Advertisement




ส่วนจิต ซู ภรรยาของจ่อ โซ อู กล่าวว่า เธอหวังว่า สามีจะได้กลับบ้านในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทั้ง 2 คนมีลูกสาววัย 3 ขวบคนหนึ่ง “ฉันเชื่อว่าเขาจะได้รับอิสระ เขาก็รู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน” เธอกล่าว “แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น ฉันรู้สึกคล้ายกับว่า ฉันเหมือนคนบ้า” แต่เธอก็ยังมีความหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากรัฐ ในขณะเดียวกัน เธอก็ภูมิใจว่า สามีของเธอทำหน้าที่ของเขาในฐานะนักข่าวคนหนึ่ง

ทนายความของนักข่าว กล่าวต่อที่แถลงข่าวว่า พวกเขาจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้ลูกความได้รับอิสรภาพ พวกเขาสามารถยื่นอุทธรณ์ หรือขอนิรโทษกรรมได้ หรือแม้แต่มีความหวังว่า นักข่าวทั้ง 2 อาจได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ ภายใต้การกฎหมายนิรโทษกรรมให้นักโทษ

ปัน อี มอญ กล่าวอีกว่า เธอรู้สึกเศร้าและเจ็บปวดที่นางออง ซาน ซู จี ผู้นำประเทศ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ แสดงยุดยืนทางกฎหมายในการให้สัมภาษณ์กับเอ็นเอชเคของญี่ปุ่น ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยบอกว่า นักข่าวทั้ง 2 คนถูกจับกุมตัวในข้อหาละเมิดกฎหมายความลับราชการ ไม่ใช่เพราะพวกเขาตีแผ่การกระทำความผิดของกองทัพ

Advertisement



“ฉันเศร้ามากเกี่ยวกับคำตอบของเธอ เพราะเธอเป็นคนหนึ่งที่พวกเราถือเป็นแรงบันดาลใจและให้ความเคารพ พวกเรารักและเคารพเธอมาก เรารู้สึกเศร้ามากที่คนที่เราเคารพมีความคิดผิด ๆ กับพวกเรา” เธอกล่าว

คดีจำคุก 2 นักข่าวรอยเตอร์ ถือว่าได้รับความสนใจจากทั่วโลก เพราะมองว่าเป็นตัวอย่างของการปฏิรูปประชาธิปไตยในเมียนมา ที่ถอยหลังลงคลองในรัฐบาลพลเรือนของนางซู จี ซึ่งเข้าบริหารประเทศในปี 2559

ทั้งนี้ แม้ว่า กองทัพ ซึ่งปกครองประเทศมาครึ่งศตวรรษ ยังคงยึดครองเก้าอี้รัฐมนตรีสำคัญ ๆ หลายตำแหน่ง แต่การเข้ามาของนางซู จี ในฐานะผู้นำรัฐบาล ก็เพิ่มความหวังของผู้คน ที่จะได้เห็นการถ่ายโอนอำนาจไปสู่ประชาธิปไตยเต็มใบได้เร็วขึ้น และท่าทีของเธอต่อวิกฤตโรฮีนจา ก็ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ยกย่องและศรัทธาต่อตัวเธอ รู้สึกผิดหวัง


Advertisement