6 ชาวเอเชียดีเด่น คว้ารางวัลแมกไซไซ ปีนี้

2018-09-01 12:00:13

6 ชาวเอเชียดีเด่น คว้ารางวัลแมกไซไซ ปีนี้

เมื่อวานนี้ 6 บุคคลดีเด่นชาวเอเชีย ที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม เข้ารับรางวัลรามอน แม็กไซไซ ซึ่งถือเสมือนหนึ่งรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของเอเชีย ในปีนี้ ซึ่งรวมทั้งชาวกัมพูชาผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่ช่วยตีแผ่ความโหดร้ายป่าเถื่อนของเขมรแดง และจิตแพทย์ชาวอินเดีย ซึ่งเป็นผู้นำในการให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้อนาถาตามท้องถนนที่มีอาการป่วยทางจิตหลายพันคน

ส่วนคนอื่น ๆ ซึ่งได้รับรางวันอันทรงเกียรตินี้ ในพิธีที่จัดขึ้นในกรุงมะนิลา เมืองหลวงฟิลิปปินส์ ก็มีชาวฟิลิปปินส์คนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้นำในการเจรจรสันติภาพกับกลุ่มกบฏคอมมิวนิสต์, ชาวเวียดนามที่ล้มป่วยเป็นโรคโปลิโอ ซึ่งต้องต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติต่อผู้พิการ, ชาวติมอร์ตะวันออก ซึ่งสร้างศูนย์ช่วยเหลือคนยากจน ท่ามกลางความไม่สงบในสังคม และชาวอินเดีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นติวเตอร์ สอนหนังสือเด็กนักเรียนในหมู่บ้าน เพื่อช่วยให้เด็กสอบผ่าน

รางวัลแมกไซไซ ซึ่งประกาศไปเมื่อเดือนที่แล้ว ตั้งชื่อเพื่อเชิดชูเกียรติแก่นายรามอน แมกไซไซ อดีตประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมในเหตุการณ์เครื่องบินตกในปี พ.ศ. 2500

Advertisement




“ความพยายามทั้งหมดนี้ที่ผมพยายามมาหลายสิบปี ไม่สูญเปล่า มันได้รับการยอมรับ” ยุค ชาง วัย 57 ปี ซึ่งสูญเสียบิดาของเขา, พี่น้องร่วมสายโลหิตอีก 5 คน และญาติพี่น้องอีกเกือบ 60 คน ระหว่างการปกครองของรัฐบาลเขมรแดง และสงครามกลางเมืองในช่วงทศวรรษที่ 1970 เขารอดพ้นจากความตายเพราะลี้ภัยไปยังสหรัฐก่อนเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อเป็นหัวหน้าศูนย์แห่งหนึ่ง ทำหน้าที่ให้ความรู้ถึงความรุนแรงที่น่าตื่นตระหนก และให้ความช่วยเหลือในการพิจารณาคดีก่ออาชญากรรมสงครามในกัมพูชาด้วย

ส่วนในอินเดีย ซึ่งมีผู้ไร้บ้านอยู่ประมาณ 400,000 คน ที่ต่อสู้กับปัญหาโรคจิต ภารัต วัตวานี จิตแพทย์ชาวอินเดีย เริ่มภารกิจในปี 2531 ซึ่งจนถึงขณะนี้ ได้ช่วยเหลือ, รักษาและคืนพวกเขาสู่ครอบครัวแล้วมากกว่า 7,000 คน

Advertisement




ในจำนวนผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซครั้งนี้ มีนายโฮเวิร์ด ดี นักธุรกิจชาวฟิลิปปินส์ รวมอยู่ด้วย เขาทำหน้าที่เป็นผู้แทนเจรจาของรัฐบาลฟิลิปินส์ ในการเจรจาสันติภาพกับกบฏคอมมิวนิสต์ในปีทศวรรษ 1990 และโว ธี ฮวง ชาวเวียดนาม ซึ่งติดเชื้อโปลิโอ เมื่อเธออายุได้เพียง 2 ขวบ และได้ช่วยตั้งกลุ่มไม่แสวงหาผลกำไรขึ้นในปี 2548 สามารถช่วยเหลือผู้พิการให้มีงานทำแล้วประมาณ 15,000 คน โครงการของเธอเกี่ยวข้องกับการให้บริการจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ออกแบบมาเพื่อคนพิการด้วย

มาเรีย เดอ ลอร์ดส์ มาร์ตินส์ ครูซ จากติมอร์ตะวันออก ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในความพยายามที่จะช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้เข้าถึงสาธารณสุข, การศึกษา, การเกษตรและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในท่ามกลางการถ่ายโอนอำนาจไปสู่เอกราชที่ปั่นป่วนวุ่นวายของติมอร์ตะวันออกในปี 2544

ส่วนโซนัม วังชุก จากรัฐจัมมูและแคชเมียร์ของอินเดีย ได้รับการยกย่องสำหรับการต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อย และตั้งแนวร่วมหนึ่งขึ้นมาในปี 2532 ซึ่งผลักดันให้มีการปฏิรูปการศึกษา และช่วยติวเด็กนักเรียนในหมู่บ้านที่มีฐานะยากจนเพื่อให้เด็ก ๆ สามารถสอบผ่านได้

Advertisement